การพูดคุยกันในคืนนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น โดยแม่จะถามความเห็นทีละคน เริ่มจากพี่เขยซึ่งอาวุโสที่สุดและนางก็เข้าใจว่าเป็นพี่ชายตั้งแต่จำความได้ จึงให้ความสนิทสนมมาก
แม่เอ่ยถามพี่เขยว่า " ทิดว่าจั่งใด๋ "
พี่เขยใช้มือเคาะที่พื้นเบาๆอย่างใช้ความคิด " อิหล่าสิอยู่ได้บ่ล่ะ บ่เคยไปไสจักเทีย เฮ็ดหยังกะบ่เป็น เฮียนหนังสืออย่างเดียวอย่างหลายกะเลี่ยงน่อง"
ช่วงนั้นหลานคนแรกอายุได้ 2ขวบนางก็จะเห่อมากและพี่ก็กำลังตั้งท้องลูกคนที่สอง ซึ่งใกล้คลอดเต็มที
แม่หันมามองนางซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังและมองหน้าพี่สาวซึ่งนั่งเรียงกันอยู่ตรงหน้า ทุกคนส่ายหน้าอย่างไม่มีความเห็น ตอนนี้สายตาทุกคู่จับอยู่ที่นางคนเดียว แม่ใช้มือลูบที่หัวนางเบาๆพร้อมกับพูดว่า
" แมแสงเคยขออิหล่าไปอยู่นำหลายเทือแล่วแต่แมบ่ให่ไป แมคึดฮอดลูก บ่อยากให่ไปไส "
แม่พูดด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ พี่ๆทุกคนก็ทำตาแดงๆเหมือนจะร้องไห้ คราวนี้นางมองหน้าทุกคนพร้อมกับพูดขึ้นว่า
"หล่าขอคึดอีกคืนหนึ่งเด้อ ไปนอนเถาะ อยากนอนแล่ว"
นางพูดตัดบทเอาดื้อๆแล้วพี่ๆก็แยกย้ายกันไปนอน คืนนั้นนางนอนไม่หลับเลย คิดไปต่างๆนานา ดูเหมือนแม่ก็ไม่หลับเหมือนกันเพราะนางได้ยินแม่ถอนหายใจเป็นระยะๆ แม่นอนกอดนางทั้งคืน จนนางผล็อยหลับไปตอนใกล้รุ่งพร้อมกับปัญหาที่ยังค้างคา
เช้าวันนั้นแม่แสงหอบข้าวของพะรุงพะรังมาฝากตามเคย พร้อมกับสายตาที่มีความหวังอย่างเต็มเปี่ยม ช่วงนาทีนั้นเองทำให้นางตัดสินใจ "ไป"อยู่กับแม่แสง ทำให้แม่แสงดีใจมาก รีบบอกกับนางว่า
" บ่ต้องเอาหยังไปจักแนวเด้อหล่า ไปแต่โตนี่ล่ะ แมสิหาให่ใหม่เหมิ้ดเลย เสื้อผ้าอยู่นำแมบ่อึด"
แม่เดินเข้ามากอดนางโดยไม่พูดอะไรสักคำพร้อมกับลูบผมเบาๆด้วยความเคยชินพี่ๆก็ยืนมองทำตาปริบๆ
ขณะที่นางกำลังละล้าละลัง แม่แสงก็เดินเข้ามาจูงมือเดินไป นางหันกลับมามองแม่และพี่ๆเป็นระยะจนลับตา
พอไปถึงบ้านแม่แสงทั้งลูกสาวบุญธรรมและลูกเขยต่างยิ้มร่าดีใจที่นางไปอยู่ด้วย นางได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น แม่แสงมีแม่บ้านด้วย 1คนรุ่นราวคราวเดียวกับนาง จึงทำให้นางมีเพื่อนเล่น
นางเริ่มงานด้วยความกระตือรือร้น จับโน่นทำนี่ไม่ยอมหยุดทั้งช่วยขายของ ปัดกวาดเช็ดถูบ้านทั้งๆที่มีแม่บ้านอยู่แล้ว ทำให้แม่บ้านพอใจมากยิ้มให้อย่างเป็นมิตร อีกอย่างนางยังช่วยเลี้ยงน้องด้วย และน้องก็ติดแจเลย เวลาร้องใครอุ้มก็ไม่เงียบนอกจากนางคนเดียว ทำให้ทุกคนในบ้านรักและไว้ใจนางมาก
แม่แสงดูแลนางเหมือนลูกตัวเอง ข้าวของเครื่องใช้และห้องนอนเป็นส่วนตัวทุกอย่าง แม่บ้านก็ให้เกียรติเรียกนางว่า "คุณ"ทุกครั้ง เพราะแม่แสงบอกให้เรียกนั่นเอง
นางจะช่วยจัดบ้านให้เป็นระเบียบ แม่แสงจะสอนงานทุกอย่างทั้งการวางตัว การบ้าน การเรือน เหมือนกับจะเตรียมตัวออกเรือนประมาณนั้น แม้แต่เรื่องการทำกับข้าวก็พิถีพิถันมาก แม่แสงจะเข้าครัวทำกับข้าวเอง และทุกครั้งก็จะมีนางเป็นลูกมือด้วย อย่างเช่นวันนี้เมนูอาหารก็คือปิ้งปลา ป่นปลา และผักลวก
" เวลาตำแจ่วต้องตำถี่ๆเด้อลูก มันจั่งสิได้ผัวครู"
นางเอามือปิดปากหัวเราะคิก เพราะขำท่าทางของแม่แสงที่ดูตั้งใจสอนมาก แต่นึกเหตุผลไม่ออกว่าแค่เสียงตำน้ำพริกจะมีแฟนเป็นครูได้อย่างไร และทำไมต้องเป็นครูด้วยอาชีพอื่นไม่ได้เหรอ? แม่แสงทำหน้าจริงจังและอธิบายต่อว่า
" แมบ่ได้เว่าเหล่นเด้อ ผู้ได๋ได้ผัวครูถือวาบ่ธรรมดา ต้องเพียบพร้อมทุกอย่าง ไผกะอยากได้ผัวครู ต้องแข่งกันทุกเรื่อง ยามมื่อแลงผู้บ่าวครูสิยางเลาะบ้านเบิ่ง เฮียนใด๋มีลูกสาวกะสิไปจอบฟังเสียงเฮ็ดแนวกิน ถ่าเสียงตำแจ่วเยิ่น...เยิ่น... ซ่า... ซ่า (แม่แสงพูดพร้อมกับสาธิตท่าตำไปด้วย) แสดงวาขี้เกียจสันหลังยาว ถ่าเสียงดังป็อกๆๆๆๆถี่ๆจั่งซี่ แสดงว่าเป็นคนขยัน เพิ่นกะสิไปสู่ขอมาเป็นเมีย แมได้ผัวครูกะย่อนเสียงตำแจ่วนี่แหล่ว..."
น้องนางบ้านนาน่าสงสาร ต้องจากบ้านจากแม่แต่ยังน้อย
หนีความสุขที่แท้ไปใฝ่เลื่อนลอย ทุกคนปล่อยความสุขไปให้ไกลตัว
อยู่กับบ้านญาติพี่น้องได้มองเห็น ทุกเช้าเย็นสุขสันต์หมั่นใคร่หัว
แสนอบอุ่นสุขหัวใจในครอบครัว ต้องมืดมัวเสี่ยงภัยไกลครอบครัว
สดชื่นยามเช้าจ้ะคุณยาย
แต่ก่อนแม่พี่ก็สอนอย่างนี้แหละ
แต่โชคดที่ปัจจุบันมีเครื่องปั่น
เลยไม่เดือดร้อน
ไม่งั้นคงต้องไปแก้ตัวกับยมบาล
ว่าทำไมไม่มี ......คู่ อิอิ
ฮ่า ฮ่า นึกว่าจะมีแต่ที่อุบล...
ก็แปลกนะ.....สมัยก่อนห่างกัน 300 กม. ก็ไกลมากแล้ว แต่..ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เหมือนกัน
ผมพาพ่อกับแม่ผมไปลอสแองเจลิส เมื่อเกือบสิบปีมาแล้ว เห็นการ้อง กา กา ที่ดิสนี่แลนด์ ผมแกล้งบอกพ่อว่า กา มันร้องเหมือนที่บ้านเรา เพราะมันอพยพมาจากบ้านเรา
พ่อผมท่านนิ่งเงียบท่าทางครุ่นคิด เออ.. หรือว่าจะจริง ฮ่า ฮ่า
มีความสุขมากๆ นะครับ
กลับมาอีกเที่ยว อยากทราบว่า นาดูนร้อนไหมครับ
หากร้อน.. ดูภาพนี้ครับ
คนยืนหน้า แม่นว่า แจ้งจ่างป่าง กะบ่เห็นหน้าดอก...ย้อนว่าหนาวหลาย
อ่านแล้วเห็นควรให้ได้รับรางวัล วรรณกรรมอีสานต่อจาก "ลูกอีสาน" ลุงคำพูน บุญทวี
แม่แสงสอน ต้องทำอาหารเก่งแน่ๆ อยากชิมอาหารอร่อยๆ ค่ะ
ขอบคุณค่ะ..เห็นภาพชีวิตที่อบอุ่นของครอบครัวรักกัน..จะคอยอ่านตอนต่อไปค่ะ
โครงการแกนนำป้องกันยาเสพติด ส.ว. ๓
รร.นวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล กรุงเทพมหานคร
โครงการรางวัลดีเด่นจากโครงการเธอคือแรงบันดาลใจปี ๒
http://gotoknow.org/blog/nongnarts/428008
การสอนของคนโบราณ มีนัยน่าสนใจ ฟังเสียงตำแจ่ว มองไกลไปถึงความขยัน
แต่ปัจจุบันเสน่ห์ปลายจวักแพ้เสน่ห์แกงถุงจึงมีคำพูดกระทบว่า....
คนโบราณ"เสน่ห์ปลายจวักผัวรักจนตาย"
แม่บ้านปัจจุบัน..."เสน่ห์ปลายจวักให้ผัวรักไม่ต้องปรุง ซื้อแกงถุงมาให้กินก็สิ้นใจผ่อนส่ง"ไปเอง
ขอต่อจากลุงวอญ่า ในการดูนางอดีตโบราณกาล เขาบอกว่า..จะดูวัวให้ดูหาง..จะดูนางให้ดูแม่..จะให้แน่(ใจ)ต้องดูถึงยาย..อันนี้หมายถึงสายเลือดสายสัมพันธ์(DNA)..หรือการฟังเสี่ยงถี่จากการตำครก...แต่ปัจจุบัน..กินน้ำพริกต้องฟังเสียงเครื่องบดไฟฟ้า..และถ้าดูกริยา..มารายาท...จากแม่ และยาย อาจจะลำบากเพราะเด็ก.นาง(สาว)..ออกมาอยู่ไกลบ้าน..การดูนางปัจจุบันจึงได้ดูแต(สะ)ดือ...ฮะ.ฮ่ะ.ฮ่า..
ถ้าเป็นครูอยู่แล้ว ก็จะได้ยกกำลังสองสิ
เอาผักโรงเรียนมาทำอาหารอะไรดีนะ น้อง
อยากอ่านตอนจบค่ะ ว่าตกลงจะได้สามเป็นครูบ่...อิๆๆ พี่...ไม่ได้ครูเพราะตำไม่ดังนี่เอง 555555555555555
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะน้องเต้ย
แวะมาอ่านและให้กำลังใจอิหล่า
สวัสดีค่ะพี่ลำดวน
สวัสดีค่ะคุณวิโรจน์
หนักก็เอาเบาก็สู้กู้ศักดิ์ศรี
ญาติพี่น้องห่วงหนักหนานางรู้ดี
แต่แม่แสงผู้อารีย์มีบุญคุณ