หน้าบ้านพักฯขอนแก่น ข้าง ๆ แปลงดอกไม้

วันอังคารที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

                เช้านี้ตื่นขึ้นมา เกิดประกายความคิดว่า “ควรจะเรียบเรียงวิวัฒนาการจดหมายถึงครูจากวันแรกจนถึงวันนี้” แต่พอไปถึงที่ทำงานก็มีอะไรต้องทำมากมาย ตรวจรับเครื่องมือพิเศษ และต้องออกไปรับโปสเตอร์ โรลอัพที่ให้พื้นที่ยืมมาเตรียมไว้สำหรับ ไปถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มหาสารคามในวันพรุ่งนี้  ณ จังหวะที่จะออกไป รถมาจอดรอ แต่ถูกเรียกตัวไปตรวจรับเพิ่มเติม ความขุ่นมัวพุ่งปี๊ดเลยค่ะครู ได้แต่ยืนหายใจ หลัง ๆมาติ๋วค้นพบว่า “แค่ลมหายใจอย่างเดียวไม่พอ สำหรับการพยุงสติของติ๋ว ต้องท่องพุทโธ แล้วก็ดูลมหายใจไปด้วย” แต่พอมีอะไรมากระทบ มันก็จะเตลิดเปิดเปิงไปกับเรื่องราวนั้น ๆจน กว่าจะมานึกได้อีกทีก็ผ่านไปนาน หรือกลับมาอยู่คนเดียวค่ะครู  พอตรวจรับอยู่โทรศัพท์จากเครือข่ายดังเข้ามาแทรก มันสุดยอดทีเดียวค่ะ แต่โทรศัพท์เหมือนเสียงสวรรค์ที่มาเบรกอารมณ์ขุ่นมัว คืนสติให้กลับมา แล้วก็เข้าไปตรวจรับต่อ พอเสร็จรีบวิ่งแจ้นลงมา เจอพี่คนขับรถขุ่นมัวมาจากไหนไม่ทราบค่ะ ท่านพูด ๆ ๆ ๆ ๆ และบรรดาโทสะ เหมือนท่านมาปลุกสติติ๋วให้ตื่นเต็มที่ สะท้อนภาพของความโกรธ จึงค่อย ๆ คุยกับท่าน แล้วก็ชวนคุยในเรื่องที่ท่านเล่าแล้วมีความสุข คือ ภรรยายที่กำลังจบการศึกษา สิ่งที่ปรากฏในรถตู้ สอนติ๋วว่า “แท้ที่จริงแล้ว วันหนึ่ง ๆ อารมณ์ ความคิด ความรู้สึกเราเปลี่ยนแปลงทุกขณะ แต่เรามักจะปล่อยให้ความคิดปรุงแต่งมาจองจำเราให้อยู่กับความทุกข์เดิม ๆที่มันผ่านไปแล้ว” แต่พอระลึกถึงสิ่งดี ๆ ก็จะรู้สึกสดใสเบิกบาน เหมือนอาการแสดงของพี่คนขับรถที่มาช่วยสอนติ๋วในวันนี้

                หากประเมินตนเอง สติ ไม่ค่อยเยอะเลยค่ะครู ความโกรธ ความอ่อนล้า ความเบื่อ ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง แต่จัดการมันไม่ได้ ศีล ๕ อย่างหยาบ ไม่ฆ่า ไม่ลักขโมย ไม่แย่งแฟน ไม่โกหก ไม่ดื่มเหล้าก็พอจะบริบูรณ์อยู่ แต่ความโกรธที่สาดออกจากใจก็ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง วันนี้ตั้งใจกับตนเองในการเขียนถอดบทเรียนและนำบทความอื่น ๆ ที่พี่ ๆ ฝากมาลงขึ้น G2K ให้เรียบร้อย โดยการเปิดบล็อกเพิ่มคือ “เรื่องเล่าจากศวก.ที่ ๖ (ขอนแก่น) จากเรื่องเล่าวงเล็ก ๆ ถูกขยับขยายไปเป็นงาน จากลิงค์ให้คนรู้จักอ่าน กลายเป็น ลิงค์วารสารรายเดือน เป็นเรื่องแปลก แต่ก็พยายามเรียนรู้กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นค่ะครู.....................ระลึกถึงครูเสมอค่ะ........เจ้าติ๋ว