ที่สำคัญเมื่ออ่านเข้าใจแล้วก็ต้องลงมือทำด้วยนะครับ เพราะการอ่านไม่ใช่การฝึก (ตามที่ อ.วิจารณ์ บอก) ไม่อย่างนั้น "ปัญญา" จะไม่เกิดครับ
"ฉลาดเกินหน้าหมาป่า" หรือ Outlearning the Wolves เป็นหนึ่งในชุดนิทานการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้เชิงองค์กร (Learning Fables) แต่งโดย David Hutchens ผลอ่านเล่มแปลนะครับซึ่งแปลโดย ดร.มนต์ชัย พินิจจิตรสมุทร และ กุลชรี ตัณศุภผล เนื้อหามุ่งเน้นเรื่อง "การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีมหรือในองค์กร" (Team Learning) โดยใช้ฝูงแกะและหมาป่าเป็นสื่อแสดงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเผชิญปัญหา และต้องเริ่ม "เรียนรู้ที่จะเรียนรู้รวมกัน" และ "เรียนรู้วิธีการเรียนรู้ที่แตกต่าง"
เรื่องย่อๆ ก็มีอยู่ว่าเหล่าฝูงแกะทั้งหลายมีความเชื่อแบบฝังใจ (Mental Model) ว่าการถูกหมาป่าจับกินเป็นเรื่องปกติ จนกระทั่งมีแกะตัวหนึ่งชื่อ "อ็อตโต" มีความฝันว่า "สักวันฝูงแกะจะต้องไม่ถูกหมาป่าจับกิน" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด ฝูงแกะเริ่ม "หัด" ล้อมวงพูดคุยกัน จนนำไปสู่การแก้ปัญหา ส่วนจะจบลงอย่างไรลองไปหาอ่านเอานะครับ
หลักๆ ผมชอบรายละเอียดของการดำเนินเรื่อง เช่น บรรยากาศของฝูงแกะทีเริ่มล้อมวงพูดคุยกัน มีแกะหลายประเภทในวง เช่น ไม่สนใจ คิดว่า "อ็อตโต" เป็นตัวประหลาด หรือแสดงตัวว่าตัวเองรู้จักการเรียนรู้แล้วเมื่ออ็อตโตพูดถึง "การเรียนรู้" หรือการที่แกะบางตัวคิดว่าการไปคิดหาทางเอาชนะหมาป่าเป็นเรื่องที่ผิดต่อบรรพบุรษเป็นต้น เรียกได้ว่าผู้แต่งใช้คำพูดแทบจะทุกประโยคในการสื่อสิ่งต่างๆ ออกมา อ่านไปก็ต้องจับประเด็นไป (ต้องชมคนแปลด้วยครับ)
ครั้งหนึ่งผมเคยนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ในวงให้เพื่อนที่ทำงาน สิ่งที่ยากคือ ต้องเก็บรายละเอียดของเนื้อหาให้มากที่สุด เพราะอย่างที่บอกไปแทบทุกประโยคใช้สื่อความหมายได้หมด การนำไปเล่าต่อทำให้ผมต้องอ่านหลายๆ รอบ พร้อมกับตีความเนื้อเรื่องในนิทานแต่ละหน้าไปด้วย ถึงแม้ท้ายเล่มจะมีเนื้อหาที่อธิบายหลักการต่างๆ อยู่ แต่ก็ยากที่จะนำไปอธิบายต่อ (อันนี้ผมคิดเอาเอง ซึ่งไม่ค่อยดีเท่าไหร่) ในขณะที่เล่าเรื่อง (จริงๆ แล้ว ผมมีภาพประกอบขณะเล่าด้วย) ผมก็พิจารณาตัวเองและบรรยากาศในวงด้วย ซึ่งดูๆ ไปแล้วผมคิดว่าผมอาจเหมือน "อ็อตโต" และหลายคนในวงอาจคิดว่า "มาเล่าให้ฟังทำไมนี่..............."
สรุป หนังสือนิทานเรื่องน่าสนใจมากครับ ลองไปหาอ่านนะครับ เหมาะสำหรับทุกคนในองค์กร อ่านแล้วจะเข้าใจมากหรือน้อยไม่สำคัญครับ ขอให้ได้อ่านก่อน หรืออ่านแล้วนำไปเล่าเรื่องให้คนอื่นต่อก็ดีนะครับ เป็นการฝึกตัวเองไปด้วย และที่สำคัญเมื่ออ่านเข้าใจแล้วก็ต้องลงมือทำด้วยนะครับ เพราะการอ่านไม่ใช่การฝึก (ตามที่ อ.วิจารณ์ บอก) ไม่อย่างนั้น "ปัญญา" จะไม่เกิดครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ ครูคิม ผมลืมบอกไปว่าในเรื่องหลังจาก "อ็อตโต" ฝันเสร็จ คืนนั้นก็โดนหมาป่าคาบไปกินครับ ดังนั้นในสังคมไทยอาจมี "อ็อตโต" มากจริงๆ ก็ได้ครับ
ต่อให้อีกนิดครับ ในเรื่องยังมี "มารีแอ็ตตา" ลูกแกะตัวน้อย ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครฟัง (มันช่างเหมือนแบบที่เราเจอบ่อยๆ) มาสานต่อเจตนาของ "อ็อตโต" ครับ สรุปคือ ขอให้มีคนแบบ "อ็อตโต" ก่อนก็แล้วกันครับ
ดีมากครับ หนังสือชุดนี้เป็นตำราประกอบการเรียนวิชาด้าน OD ของผมที่ MBA เลยครับ..
สวัสดีครับ ดร.ภิญโญ ส่วนตัวในบรรดา ๕ เล่ม ผมว่าเล่มนี้อ่านง่ายครับ ลูกผม ๖ ขวบยังชอบให้อ่านให้ฟังเลยครับ
อ็อตโต มีหลายตัวแล้วครับ แต่ยังคิดในใจอยู่ ถ้ามีอ็อตโตหลายตัวแล้วคิดดังๆพร้อมกัน เชื่อว่าหมาป่าคงไม่กล้ามาราวี
แกะที่เอาชนะหมาป่าได้ถือว่า เก่งมาก แต่คงมีหลายตัวนะ
สวัสดีครับ วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei-- ผมก็เชื่อว่ามี "อ็อตโต" ที่คิดอยู่ในใจอยู่เยอะ ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้ "อ็อตโต" เหล่านั้นแสดงความคิดออกมาครับ และเท่าที่เจอในระบบองค์กรแบบไทยก็มี "อ็อตโต" ที่พูดแล้วโดนหมาป่าคาบไปกินเหมือนในนิทานครับ
สวัสดีครับ อ. โสภณ เปียสนิท ถูกต้องครับ แกะตัวเดียวไม่มีทางทำได้ ต้อง Team Learning ครับ