เรื่องเล่าที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งที่น้องอ๋อยนำมาเล่า คือ เรื่องการไปราชการภายในราชอาณาจักร  ซึ่งปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พัก    เนื่องจากมีการวันที่ 4 ม.ค.2554  ที่ผ่านมานี้   คณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 6 เสนอให้ ครม.พิจารณาร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่า ด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่..) พ.ศ. ... เพื่อแก้ไขให้การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทางไปราชการ สอดคล้องกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ที่ได้ปรับปรุงระบบตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ   การปรับเพิ่มเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

           สาระสำคัญมีการแก้ไขปรับเพิ่มอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางในราชอาณาจักร ตามร่างบัญชี หมายเลข 2 ดังนี้ คือ

 

 

อัตราค่าเบี้ยเลี้ยง

  • ผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ระดับ 1-2     อัตราเดิม 180 บาท      เป็น 240 บาท

  • ระดับ 3-8                                          อัตราเดิม 210 บาท      เป็น 240 บาท

  • ส่วนระดับ 9 ขึ้นไป                             อัตราเดิม 240 บาท       เป็น 270 บาท

 

 

 

อัตราค่าเช่าที่พัก       ให้เหมาะสมกับ สภาวการณ์ปัจจุบัน ตามร่างบัญชีหมายเลข 3 ดังนี้ คือ

ผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ระดับ 8 ลงมา

 - อัตราเดิมเหมาจ่ายวันละไม่เกิน   1,000  บาท

- เป็นอัตราใหม่ ห้องพักเดี่ยว          1,500  บาท

             ห้องพักคู่                 850  บาท

             เหมาจ่าย                800  บาท

ระดับ 9                                               

- อัตราเดิมเหมาจ่ายไม่เกินวันละ     1,600  บาท

- อัตราใหม่         ห้องพักเดี่ยว          2,200  บาท

                         ห้องพักคู่              1,200   บาท

                         เหมาจ่าย            1,200   บาท

ระดับ 10                                              

 -อัตราเดิมเหมาจ่ายไม่เกินวันละ    2,500  บาท

      -อัตราใหม่          ห้องพักเดี่ยว       2,500  บาท

                                ห้องพักคู่           1,400  บาท

                                เหมาจ่าย          1,200  บาท

 

น้องอ๋อย ( อุบลศรี   ไชยซาววงศ์)

           เพราะเป็นหัวหน้างานการเงินและทำงานการเงินมานานมาก    จึงมีประสบการณ์ด้านนี้อย่างดี  และเป็นคนที่ต้องคอยตอบคำถามมากเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ...

  • ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง

  • ถ้ายืมเงินต้องคืนเงินเมื่อไหร่

  • กลับจากราชการแล้วต้องมาทำเรื่องเบิกจ่ายภายในกี่วัน

  • การเบิกเบี้ยเลี้ยงนับอย่างไร

  • ฯลฯ

         ประกอบกับช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงค่าเบี้ยเลี้ยงและที่พักด้วย  จึงมีคำถามเข้ามามากขึ้น   น้องอ๋อยเลยขอใช้เวทีนี้  เพื่อเล่าขั้นตอนและความหมายของการไปราชการจากประสบการณ์จริง   โดยเริ่มจากความหมาย...

ลักษณะการเดินทาง   มี 3  แบบ

     1    ไปราชการชั่วคราว

     2.   ไปราชการประจำ   

     3.   กลับภูมิลำเนา  

  

         แต่ในที่นี้น้องอ๋อยจะเน้นแต่เรื่องใกล้ตัวที่เราต้องเจอกันเป็นประจำ คือ

 

ไปราชการชั่วคราว    ซึ่งหมายถึง    ระยะเวลาสั้น มีกำหนดแน่นอน   เนื้องานเสร็จสิ้น เมื่อครบกำหนดเวลา  

  • ปฏิบัติราชการชั่วคราวนอกที่ตั้งสำนักงานตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา หรือตามหน้าที่งานปกติ

  • สอบคัดเลือก  รับการคัดเลือกตามที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา

  • ช่วยราชการ รักษาการในตำแหน่ง รักษาราชการแทน

  • ข้าราชการประจำต่างประเทศระหว่างอยู่ในไทย

  • เดินทางข้ามแดนชั่วคราว ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ

การนับเวลา (ม. 16)     ออกจากที่อยู่หรือที่ทำงานปกติจนกลับถึงที่อยู่หรือที่ทำงานปกติ

  1. กรณีพักแรม 24 ชม. นับเป็น 1 วัน    เศษเกิน 12 ชม.   นับเป็น 1 วัน

  2. กรณีไม่พักแรม  ไม่ถึง 24 ชม.      และส่วนที่ไม่ถึงนั้นเกิน   12  ชม. นับเป็น 1 วัน หากไม่เกิน 12 ชม. แต่เกิน 6 ชม. ขึ้นไป นับเป็นครึ่งวัน

  3. กรณีลากิจ / พักผ่อน    

        - ก่อนปฏิบัติราชการ   ให้นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติราชการ

       - กรณีลากิจ / พักผ่อน หลังเสร็จสิ้นปฏิบัติราชการ ให้นับถึงสิ้นสุดเวลาปฏิบัติราชการ

 

นิยามยานพาหนะประจำทาง    หมายถึง  รถไฟ รถโดยสาร เรือกลประจำทาง    และยานพาหนะอื่น

ที่บริการบุคคลทั่วไป    มีเส้นทาง  อัตราค่าโดยสาร และค่าระวางแน่นอน

 

       

          ★การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง รถไฟ ให้เบิกค่าพาหนะเดินทางได้ เท่าที่จ่ายจริงโดยประหยัด

          ★การเดินทางโดยรถด่วนหรือรถด่วน พิเศษ ชั้นที่ 1 นั่งนอนปรับอากาศ (บนอ. ป.)    ให้เบิกได้เฉพาะระดับ  6 ขึ้นไป

 

 

 

หลักเกณฑ์ค่าพาหนะรับจ้าง (TAXI)

ไม่มีพาหนะประจำทาง

มีพาหนะประจำทาง แต่มีเหตุผลและความจำเป็นต้องชี้แจงไว้เป็นหลักฐาน

ระดับชำนาญงานหรือ 6 ขึ้นไป

       3.1  ไป-กลับระหว่างที่พัก หรือที่ทำงานกับสถานียานพาหนะประจำทาง/       สถานที่จัดยานพาหนะที่ต้องใช้ในการเดินทาง

       3.2  ไป-กลับระหว่างที่พัก กับสถานที่ปฏิบัติราชการภายในเขตจังหวัด  เดียวกัน วันละไม่เกิน 2 เที่ยว (ยกเว้นการสอบคัดเลือก)

       3.3   ไปราชการในเขต กทม.

4  ระดับ 5 ลงมา   กรณีมีสัมภาระเดินทาง

 

พาหนะส่วนตัว 

  • ต้องได้รับอนุมัติจาก ผู้บังคับบัญชาก่อนเดินทาง

  • เบิกเงินชดเชยเป็นค่าพาหนะเหมาจ่าย

  • รถยนต์ กม. ละ 4 บาท

  • รถจักรยานยนต์ กม.ละ 2 บาท

 

 

หลักฐานการเบิกค่าเครื่องบิน 

1. กรณีมีหนังสือให้บริษัทออกบัตรโดยสารให้ก่อน ให้ใช้ใบแจ้งหนี้เป็นหลักฐานในการเบิกเงิน

2. กรณีจ่ายเป็นเงินสด ให้ใช้หลักฐาน

  • ใบเสร็จรับเงิน

  • กากบัตรโดยสาร

3. กรณีซื้อ E-Ticket ให้ใช้ใบรับเงินที่แสดงราย ละเอียดการเดินทาง  (Itinery Receipt)

 

 

         ก็หวังว่าผู้ที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนในวันนั้นคงจะเข้าใจ  และสามารถนำไปถ่ายทอด   บอกต่อให้คนอื่นๆได้   เห็นไหมคะ  การบอกเล่าประสบการณ์จากการทำงานนี่มันดีอย่างนี้นี่เอง

 

 

ขอบคุณค่ะ