วันที่ได้เจอกับบล็อกเกอร์ 4 สาวพร้อมหนึ่งหนุ่มนั้น  เป็นวันที่สุขใจที่สุด  เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์ดีๆแบบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายของถนนคนเดินแถบวัวลายของเชียงใหม่  หลังจากที่กรี๊ดกร๊าดถ่ายรูปกันเสร็จ  ก็เกี่ยวก้อยกันเดินชมวัดมั่ง  ชมสินค้ามั่ง ส่วนปากก็ขยับ  ขยับและขยับแข่งกัน....หลังจากที่พากันไปนั่งทาน"ขนมจีนน้ำเงี้ยว"กันเรียบร้อย  หนึ่งในนั้นก็ชวนไปชิม"เฉาก๊วย" เจ้าอร่อยที่สุด   (ว่างั้น)  แต่ก็พลาดเพราะมีอีกหนึ่งบอกว่า"อิ่ม"  คงอิ่มอกอิ่มใจน่ะแหละ  พอดีวันนี้มีโอกาสได้ลิ้มรสเจ้าตัวดำๆนี้จากข้างบ้าน  เลยนึกขึ้นได้....รีบนำมาลงบันทึกกันเล๊ย.....

 

เฉาก๊วย  คำแปลคือ หญ้าเทวดา 

สรรพคุณคือรักษาโรคได้หลายชนิดอย่างชงัด


เฉาก๊วยเป็นขนมหวานสีดำคล้ายวุ้น กินกับน้ำเชื่อมใส่น้ำแข็ง  สมัยก่อนไม่มีน้ำแข็งก็โรยน้ำตาลทรายเท่านี้ก็อร่อย....

เฉาก๊วย ทำมาจากพืชประเภทล้มลุก ต้นเล็กคล้ายสะระแหน่ เป็นพืชตระกูลเดียวกับ"มินท์"

 

                  สมัยก่อนไทยต้องสั่งต้นเฉาก๊วยแห้งมาจากจีนปีละนับล้านบาท    มาเมื่อ 20 ปีมานี้เองที่นำพันธุ์มาปลูกในไทย     ทำรายได้ให้ผู้ปลูกไม่น้อย 


คนจีนเชื่อว่า....เฉาก๊วยมีสรรพคุณแก้ร้อนใน ไข้หวัด หวัดแดด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ตับอักเสบ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและแก้อักเสบ



    การทำเฉาก๊วยไม่มีกรรมวิธีสลับซับซ้อนอะไรมากมาย  เพียงนำต้นเฉาก๊วยมาต้มเอาเมือกแล้วผสมแป้งมันให้อยู่ตัว       เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ  เพียงแต่ระวังเรื่องความสะอาดก็พอ....

   การรับประทานจะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ  หรือทำเป็นเส้นยาวๆ  แล้วเติมน้ำเชื่อม ใส่น้ำแข็ง  โรยหน้าด้วยน้ำตาลแดง  แค่นี้ก็ได้ลิ้มรสความอร่อยอันแสนชื่นใจแล้วค่ะ..



ดูจากภายนอกแล้วบางคนอาจจะนึกว่า...อื้ยยยยสีดำไม่น่ากิน  แต่หากนึกถึงความอร่อยและคุณประโยชน์ของมันแล้ว...คุ้มค่ะคุ้ม


   คงเหมือนกับคนเราที่ชอบมองคนแค่ภาพที่ปรากฎ  โดยไม่ได้มองลึกลงไปถึงแก่นของภาพนั้น  คนบางคนรูปลักษณ์ภายนอกดูดี น่าเชื่อถืออีกทั้งคำพูดก็อ่อนหวาน  เพราะสิ่งเหล่านี้"ปรุงแต่ง"ได้ 


  แต่อยากให้มองเข้าไปให้ถึง"จิตใจ" เพราะมันปรุงแต่งไม่ได้  ถึงจะปรุงแต่งอย่างไร แต่หากไม่ได้เกิดจากความ"จริงใจ"  สักวันหนึ่งภาพที่เขาปรุงแต่งมันก็จะฟ้องตัวของมันเอง.....จริงหรือไม่???



 


ขอขอบคุณ fw-mail และภาพจาก cometbird