การศึกษาวิชาการเพ่ื่อการดำรงชีวิต ศึกษาด้านหลักธรรมเพื่อวามสุขแห่งการดำรงชีวิตอยู่

การศึกษาหลักธรรมช่วยโลก-2

โสภณ  เปียสนิท

 

…………………….


                           เริ่มอธิบายถึงการศึกษาในโลกนี้ว่ามีสองด้านด้วยกัน ด้านหนึ่งศึกษาวิชาการ และอีกด้านหนึ่งศึกษาหลักธรรม การศึกษาวิชาการเพื่อการดำรงชีวิต ศึกษาด้านหลักธรรมเพื่อความสุขแห่งการดำรงชีวิตอยู่นั้น หากคนเราดำรงชีวิตอยู่ได้ แม้จะยาวนานสักปานใด แต่ไม่มีความสุข หรือสุขน้อยแต่ทุกข์มาก การดำรงอยู่นั้นจะมีประโยชน์อะไร ดำรงอยู่โดยไม่ได้ทำความดีใดเลย การดำรงอยู่นั้นประเสริฐกว่าดิรัจฉาน หมูหมากาไก่อย่างใด

 

                            บ่ายวันนั้น เรานั่งหน้าร้านเช่าเสื้อผ้า ชุดนักร้อง ข้างนอกผู้คนหน้าตาเคร่งเครียดก้าวเดินผ่านไปผ่านมาจนตาลาย แดดยังร้อนแรง ฝั่งตรงข้ามถนนมีร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ชายแก่เจ้าของร้านผมขาวโพลน นั่งเหงื่อหยดบนเก้าอี้ตัวเก่า เบื้องหน้ามีพัดลมไม่มีตะแกรงครอบเป่าไล่ความร้อน เด็กหนุ่มสองคนกำลังทำงานซ่อมเครื่องยนต์อย่างคร่ำเคร่ง

 

                               เขาถามว่า “เพราะเหตุใดคนเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกวัยรุ่นจึงไม่สนใจศาสนา” ผมตอบโดยไม่ต้องคิดมาก “ก็เพราะคนเรามีความคิดเพียงแค่จะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไรเท่านั้น โดยไม่ได้คิดว่าจะดำรงชีวิตให้มีความสุขได้อย่างไร บางคนอาจคิด แต่ไม่รู้จักว่าความสุขที่แท้เป็นอย่างไร จึงสุขบ้างทุกข์บ้างไปตามเรื่อง เกิดความทุกข์ขึ้นก็โทษฟ้า โทษดิน โทษพรหมลิขิต โทษผี วิญญาณมารร้ายต่างๆ ก็คิดดูว่าเราควรเป็นคนประเภทไหน” เขามีท่าทีกำลังใช้ความคิดอยู่อย่างหนักระยะหนึ่ง

 

                               “การศึกษาหลักธรรมทำให้มีความสุขได้อย่างไร?” ในที่สุดเขาก็ถามต่อหลังจากใช้เวลาตรึกตรองอยู่นาน ผมปล่อยให้เขานั่งคิดโดยไม่ขัดจังหวะ คำถามง่าย ๆ อย่างนี้ ไม่น่าเชื่อว่ายามที่จะตั้งใจตอบให้ดี เพื่อให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีพื้นความรู้ทางศาสนาอยู่อย่างจำกัดฟังได้ง่าย และเข้าใจได้ง่าย กลับเป็นเรื่องยาก ผมค่อย ๆ ตั้งสติและหาคำตอบอย่างช้า ๆ