พิธีกิ๋นเเขก เเต่งงาน :พิธี ฉลองมงคลสมรสเเบบสากล "รักเรานั้นนิรันดร"

การจัดงานฉลองพิธีมงคลสมรสอีกครั้งตามพิธีสากล ด้วยฝ่ายเจ้าบ่ายรับราชการทหาร ส่วนหนึ่งพิธีการที่สำคัญสำหรับชีวิตทหารในครั้งหนึ่งของชีวิต คือพิธีลอดซุ้มกระบี่ เป็นศักดิ์และศรีให้กับคู่บ่าวสาวในวันเริ่มต้นของชีวิตคู่

หลังจากที่คู่บ่าวสาว น้องกรรณ และ น้องวรรณ (กรรณิการ์ วิศิษฏ์โชติอังกูร และ รอ.พงศ์ธร อ่อนสำลี)เเละเจ้าภาพได้จัดพิธีมงคงสมรสแบบพิธีล้านนา (กิ๋นแขก แต่งงาน)พิธีกิ๋นเเขก เเต่งงาน : Lanna Contemporaryตามประเพณีของเจ้าสาว ที่อำเภอปายที่เราใช้ Theme : Lanna Contemporary แล้ว ความงดงาม ความประทับใจยังตราตรึงคู่ขวัญทั้งสอง รวมไปถึงญาติ มิตร ผู้มาร่วมพิธีกิ๋นแขก เเต่งงานที่ปาย

กำหนดการอีกไม่กี่วัน จาก ปาย – กรุงเทพ  ก็จะมีการจัดงานฉลองพิธีมงคลสมรสอีกครั้งตามพิธีสากล ด้วยฝ่ายเจ้าบ่าวรับราชการทหาร ส่วนหนึ่งพิธีการที่สำคัญสำหรับชีวิตทหารในครั้งหนึ่งของชีวิต คือพิธีลอดซุ้มกระบี่ เป็นศักดิ์และศรีให้กับคู่บ่าวสาวในวันเริ่มต้นของชีวิตคู่

 

นัยยะการจัดพิธีฉลองงานมงคลสมรสที่จัดขึ้นที่ห้องประชุมกองทัพอากาศในครั้งนี้ นอกจากมีพิธีการที่สร้างความภาคภูมิใจในข้างต้น ยังเป็นการจัดเลี้ยงญาติมิตรที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมพิธีที่ปายได้ (อาจด้วยระยะทางที่ไกลแสนไกล) ที่กรุงเทพส่วนใหญ่จึงห้อมล้อมด้วยญาติมิตรฝ่ายเจ้าบ่าวอย่างอบอุ่น

ฤกษ์ที่ดีสำหรับพิธีฉลองมงคลสมรสครั้งนี้ จัดขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม 2553 เริ่มต้นเวลา 18.00 น. ณ ห้องประชุมกองทัพอากาศ ย่านดอนเมือง

ห้องโถงสำหรับมงคลพิธี


เจ้าสาว "น้องกรรณ"


ซุ้มหน้างาน

ความสวยงาม ยิ่งใหญ่ของการจัดแต่งสถานที่ และความประณีตของการจัดวางที่ดูแปลกตาอีกรูปแบบหนึ่งต่างไปจากที่เราจัดที่อำเภอปาย ความแตกต่างกันในสองบรรยากาศสร้างความตื่นเต้นให้กับแขกผู้มาร่วมงานไม่น้อย แต่สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้ก็คือ ความรัก ความอบอุ่น และมิตรภาพ ของห้วงเวลาที่มีความสุขของชีวิตคู่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตได้ก็คือ ความเข้มแข็งกับความอ่อนโยนที่ลงตัวกันอย่างสมดุล ฝ่ายเจ้าบ่าวที่เป็นนายทหารกับเพื่อนพ้องรูปแบบงานจึงดูเข้มแข็ง คึกคัก กระฉับกระเฉง ส่วนเจ้าสาว สาวเหนือ ที่มีความละเมียดอ่อนหวาน

น้ำแข็งแกะสลักขนาดใหญ่ ตระหง่านล้อมรอบดอกไม้สวยงาม ซุ้มดอกไม้ที่วิจิตรบรรจง ห้องประชชุมใหญ่ที่ตกแต่งเตรียมสำหรับพิธีการอันสำคัญมีพรมสีแดงปูลาดทางเดิน เป็นเส้นนำสายตาไปสู่เค้กแต่งงานกลางห้อง  เสียงเพลงจากนักร้องบนเวทีใหญ่ในหอประชุมขับกล่อมแขกเหรื่อไปเรื่อยๆ ขณะที่ซุ้มดอกไม้กำลังคึกครื้นด้วยแขกส่วนหนึ่งที่มาร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และเป็นสิริมงคลสำหรับคู่บ่าวสาว

เสียงพิธีกรชายคู่เปิดงานด้วยลีลาของนายทหารที่ดูเข้มแข็ง แต่ก็ดูสนุกสนาน เป็นกันเองบนเวทีใหญ่ พิธีการกำลังจะเริ่มต้นขึ้น...

สักพักไฟในห้องโถงใหญ่ลดแสงลง ฉากใหญ่ถูกเปิดคลี่ออกมา พร้อมกับ เรื่องราว “กว่าจะถึงวันนี้” ของคู่บ่าวสาว ความรัก ความห่วงใยที่ผ่านกาลเวลา ประวัติศาสตร์ความรักที่สั่งสมจนมาถึงรักที่สุกงอมหอมหวาน และจึงมีวันนี้ “เรามีกันและกัน”  ปิดฉากการนำเสนอด้วย พิธีกิ๋นแขก แต่งงานที่ปาย ถูกร้อยเรียงให้แขกเหรื่อที่มาในวันนั้นได้ชมความยิ่งใหญ่ งดงามของประเพณีล้านนาไปด้วย

พิธีกรเชิญประธานในพิธีขึ้นมากล่าวเปิดงานและเชิญชวนแขกผู้มีเกียรติดื่มฉลองให้กับคู่บ่าวสาว

ในห้วงต่อไป จะเป็นพิธีการ “ลอดซุ้มกระบี่” ที่เจ้าบ่าว เจ้าสาวและทุกคนรอคอยอย่างใจจดจ่อ บรรยากาศในห้องโถงดูเข้ม และขลังทีเดียว นายทหารทั้งหมด 10 นายพร้อมกระบี่ เดินเข้ามาทางประตูด้านขวามืออย่างพร้อมเพรียง ในห้องที่เงียบงัน ทุกสายตาต่างก็จับจ้องพิธีการอย่างไม่กระพริบตา นายทหารทั้งหมดแบ่งออกเป็น 2 แถวๆ 5 นาย เดินเข้ามาที่พรมสีแดง ซึ่งเป็นพรมที่จะรองรับเจ้าบ่าวเจ้าสาวในพิธีการอันสำคัญ

สำหรับพิธีลอดซุ้มกระบี่ มีนัยยะสำคัญดังนี้

การลอดซุ้มกระบี่

   

 
มักจะทำหลังจากพิธีการบนเวทีเสร็จสิ้น ( ประธานกล่าว, พิธีกรสัมภาษณ์บ่าวสาว หลังจากนั้นพิธีกรจะกล่าวนำเพื่อให้ซุ้มกระบี่เข้ามาตั้งแถว 

พิธีกรก็จะกล่าวนำว่า “ตามประเพณีทหาร หากใครที่เราเลือกแล้วว่าจะมาเป็นคู่ชีวิตและคู่คิด ร่วมนาวาชีวิตกับเราตลอดไป ตามธรรมเนียมทหาร จะมีพิธีการลอดซุ้มกระบี่เพื่อเป็นการให้เกียรติ และเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาและเธอจะร่วมกันดำเนินชีวิตคู่ ร่วมทุกข์และสุขตลอดไป และ เพราะกระบี่เป็นสิ่งที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การลอดซุ้มกระบี่จึงเป็นต้อนรับคู่สมรสให้เข้าสู่การเป็นสมาชิกของเหล่าและการลอดซุ้มก็เป็นการย้ำให้คู่สมรสของเหล่านายทหาร ตระหนักด้วยว่านับแต่นี้ไป คู่สมรสก็ต้องมีหน้าที่ ที่จะต้องสนับสนุน ส่งเสริม การทำงานของอีกฝ่าย ที่มีหน้าที่ปกป้องรักษาอธิปไตยและความสงบของประเทศชาติ” 

อีกตัวอย่างหนึ่ง “พิธีลอดซุ้มกระบี่ มีความหมายและความสำคัญในพิธีมงคลสมรส เนื่องจากเจ้าบ่าว เป็นนายทหาร โดยกระบี่ถือเป็นของสูง เป็นสัญลักษณ์แสดงภารกิจอันยิ่งใหญ่ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้นายทหารสัญญาบัตร ผู้ที่จะได้รับพระราชทานกระบี่จะต้องมีจิตวิญญาณของทหารไทย ทั้งระลึกเสมอว่า กระบี่นั้นคือเกียรติ ศักดิ์ศรี ของนายทหาร เช่นเดียวกับวันนี้ ที่จัดให้มีพิธีลอดซุ้มกระบี่ เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าสาว อันเป็นการรับเข้ามาเป็นคู่ชีวิตของเหล่าทหารเพื่อใช้ชีวิตร่วมกัน การที่เจ้าบ่าว เจ้าสาวเข้าพิธีลอดซุ้มกระบี่ในครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ทั้งสองพร้อมที่จะใช้ ชีวิตคู่ ร่วมฟันฝ่าอุปสรรค ปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขี้น ทั้งสองจักต้องมีความศรัทธา ที่จะช่วยเหลือกันตลอดไป บัดนี้ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ที่จะประกอบพิธีลอดซุ้มกระบี่ เชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยาน แสดงความยินดีต่อพิธีการอันเป็นมงคล และรับเอาดาวดวงใหม่เข้าสู่อ้อมกอดของเหล่าแพทย์ทหาร ณ บัดนี้ครับ” 

ช่วงที่พิธีกรกล่าว ซุ้มกระบี่ก็จะเดินมาตั้งแถวรอ จากนั้นบ่าวสาวก็จะเดินลงเวทีเพื่อทำพิธีลอดซุ้มกระบี่ ขณะเดินก็อาจจะเล่นเพลงหรือกล่าวบทกลอนใดๆก็ได้  พิธีนี้เป็นธรรมเนียมมาต่างประเทศที่เอามาดัดแปลง ไม่มีระเบียบอะไรมากมาย

 

ประวัติ ความเป็นมา 

สำหรับความเป็นมานั้น ก็ต้องยอมรับว่าเรานำมาจากชาติตะวันตกครับ ในอดีตที่กระบี่ของชาวตะวันตกนั้นจะมีไม้กางเขนสอดไว้หรือนำมาติดไว้เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของเหล่านักรบ จะเห็นได้จากในหนังเราจะเห็นนักรบจุมพิตที่ด้ามกระบี่ก่อนจะลงมือฟันกัน อันเป็นที่มาของท่ากระบี่ตอนหนึ่งที่เราจะนำกระบี่มาไว้ที่หน้าระหว่างปากกับจมูก เมื่อทหารนักรบจะแต่งงานมีพิธีกันในโบสถ์ และเมื่อประกอบพิธีแล้วก็จะเดินลอดไม้กางเขน ตามศาสนาคริสต์ ซึ่งก็คือกระบี่ที่เหล่าทหารมีประจำตัวนั่นเอง แต่ภายในโบสถ์ ไม่สามารถชักกระบี่ออกมาได้ เหมือนในศาสนาพุทธ ที่เราไม่ชักดาบหรืออาวุธในเขตพัทธสีมาเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงมาชักกระบี่หรือไม้กางเขนประจำตัวกันภายนอกโบสถ์ แล้วให้ทั้งคู่เดินผ่านลอดไม้กางเขนเพื่อความเป็นศิริมงคล ดังนั้นพิธีลอดซุ้มกระบี่ท่านๆใช้กันก็คงประยุกต์มาจากเรื่องราวดังกล่าว

อ้างอิงข้อมูลจาก : http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=pcm25&topic=608

พิธีการอันสำคัญได้เสร็จสิ้นไปแล้ว จากนั้นก็มีการตัดเค้ก และมอบเค้กให้กับญาติผู้ใหญ่ที่มาในงาน

พิธีกรบนเวทีเชิญชวนคู่บ่าวสาวเดินขึ้นมาบนเวทีใหญ่ และ ช่วงต่อไปก็เป็นการโยนช่อดอกไม้  ที่มาของการโยนช่อดอกไม้ ก็น่าสนใจดีครับ ผมเลยนำมาฝากเพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน

----------------------------------------------------------------------

ตามธรรมเนียมพิธีแต่งงานของชาวตะวันตก หลังจากเสร็จพิธีเจ้าสาวจะโยนช่อดอกไม้ เพื่อให้แขกที่เป็นสาวโสดแย่งกันรับ หากสาวคนใดเก็บได้จะถือว่าเป็นผู้โชคดีที่จะมีข่าวดีได้แต่งงานในเร็ววัน แต่ในปัจจุบันเจ้าสาวชาวตะวันตกไม่ค่อยนิยมโยน ช่อดอกไม้แล้ว ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย เช่น อยากเก็บไว้เอง เพราะเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิต เจ้าสาวบางคนจะมอบให้กับแม่เก็บรักษาไว้ หรือนำไปวางที่หน้าหลุมศพของคุณย่าหรือคุณยายที่ล่วงลับ

การโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาวเป็นประเพณีทั่วทั้งทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ มีที่มาตั้งแต่สมัยยุโรปยุคกลาง (ค.ศ.400-476 ถึงค.ศ. 1453-1517 หรือประมาณ 1,600-500 ปีที่แล้ว) ช่วงแรกเจ้าสาวไม่ได้คิดว่าจะต้องใส่ชุดแต่งงานอีก และชุดแต่งงานก็ถือเป็นเครื่องรางนำโชคสำหรับหญิงคนอื่น เพื่อสร้างความเจริญเติบโตของครอบครัว เมื่อจบพิธีแต่งงานจะยกชุดให้คนอื่น และสาวโสดทั้งหลายต่างก็อยากได้ชุดแต่งงานมาครอบครองจึงไล่จับเจ้าสาวและฉีกชุดเป็นชิ้นๆ จนรุ่งริ่ง

เมื่อเวลาผ่านไปชุดแต่งงานมีราคาสูงขึ้น และเริ่มมีประเพณีที่จะเก็บชุดแต่งงานไว้เพื่อเป็นของที่ระลึกหรือเพื่อให้ลูกสาวได้ใช้ในวันแต่งงานข้างหน้า

เพื่อเป็นการป้องกันแขกเหรื่อ ฉีกชุดแต่งงาน เจ้าสาวทั้งหลายจึงเริ่ม ที่จะโยนสิ่งอื่นๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หนึ่งในนั้นก็คือยางรัดถุงน่อง ต่อมาช่อดอกไม้เป็นสิ่งที่นิยมจนเป็นประเพณีมากที่สุด ซึ่งช่อดอกไม้เหมาะสมมาก เพราะดอกไม้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการเจริญเติบโต และดอกไม้ก็ต้องเหี่ยวเป็นธรรมดา เจ้าสาวจึงไม่คิดที่จะเก็บไว้

นอกจากนี้ การโยนช่อดอกไม้ยังปลอดภัยกว่าการโยนยางรัดถุงน่องอีกด้วย เพราะแขกเหรื่อที่ดื้อด้านและไม่มีความอดทนบางคน ถึงกับพยายามที่จะเอายางรัดถุงน่องจากเจ้าสาวในขณะที่เจ้าสาวยังใส่อยู่เลย

คู่บ่าวสาวสมัยใหม่บางคู่ไม่ชอบประเพณีการโยนช่อดอกไม้และหากไม่ดัดแปลงบ้างก็จะงดไปเลย การโยนช่อดอกไม้สามารถสร้างความอึดอัดใจให้กับแขกผู้หญิงที่ประสงค์จะไม่แต่งงานอยู่แล้ว หรือแขกที่ไม่ชอบเป็นจุดเด่นด้วยธรรมเนียมเช่นนี้

อีกทั้งการแย่งกันรับก็สร้างความวุ่นวายและความโกลาหลได้ด้วย เจ้าสาวบางคนเตรียมการเอาไว้ก่อน โดยบอกให้เพื่อนเจ้าสาวหรือเพื่อนที่หมั้นแล้วมารับช่อดอกไม้ นอกจากนี้ บางคนเลือกที่จะมอบช่อดอกไม้เล็กๆ ให้กับเพื่อนเจ้าสาวแต่ละคน หรือมอบดอกไม้จากช่อดอกไม้ใหญ่ให้กับแขกที่เป็นผู้หญิงทุกคน คนละดอก

อ้างอิงข้อมูลจาก http://pongphun.wordpress.com

คุณเเม่เเละผม

ผมทำหน้าที่ ช่างภาพ,ดูเเลภาพรวมงาน,ยกชายกระโปรงน้อง,เจ้าภาพ ฯลฯ

----------------------------------------------------------------

พิธีการโดยรวมที่สำคัญๆ ก็สิ้นสุดลง จากนั้นคู่บ่าวสาวก็ไปเดินเยี่ยมและถ่ายรูปกับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน...

เสียงเพลงอันแสนหวานยังคงขับกล่อมไปเรื่อยๆ ในขณะที่คู่บ่าวสาวได้สัญญากันว่า “จากวันนี้เราจะรักกันตลอดไป”

 

ครอบครัว “วิศิษฏ์โชติอังกูร” และ “อ่อนสำลี” และผมในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของเจ้าภาพการจัดพิธีมงคลสมรสทั้งสองรูปแบบ (จากปาย สู่ กรุงเทพ) ในครั้งนี้ ขอขอบพระคุณญาติ มิตร สหาย แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมเป็นสักขีพยานความรักพิธีอันเป็นมงคลครั้งนี้

ขอบพระคุณครับ

 

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

กรุงเทพ,20 December 2010

 


 

 

อ่านบันทึกทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง

 

บันทึกที่เกี่ยวข้องกับ "พิธีกิ๋นแขก แต่งงาน ล้านนา Contemporary"

 

บันทึกที่เกี่ยวข้องกับ "ตามหาความรัก ณ ปาย"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน The ultimate leader



ความเห็น (33)

งามแต้ๆ ค่ะ ทั้งภาพ ทั้งตัวอักษร และคู่บ่าวสาว ขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ :)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ยินดีกับความสุขของครอบครัวด้วยนะคะ

สวัสดีปีใหม่ด้วยค่ะ

ขอบคุณครับ อาจารย์จัน : ผมตั้งใจจะบันทึกเรื่องราวดีๆนี้ไว้เพื่อให้เป็นของขวัญสำหรับเจ้าบ่าว เจ้าสาว รวมไปถึงเเลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ gotoknow ด้วยครับ

ฝากคำอวยพรนี้ไปยัง น้องทั้งสองด้วยครับ

ขอบคุณครับพี่   ณัฐรดา สำหรับดอกไม้ที่เเสนสวย 

ครอบครัวของเรา ขอบคุณมากๆครับ

ภาพทั้งหมด

G&W Wedding

เขียนเมื่อ 

หน้าที่นี้ เหมาะสมที่สุดครับ อิ อิ ;)...

เขียนเมื่อ 

ขอร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวที่น่า และครอบครัวพี่เอกอีกครั้ง

งดงามและอบอวลมากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นงานในรูปแบบใด 

งานนี้คนตามดูเหนื่อยจริงๆ นะค่ะ เพราะตามจาก fb ต่อมา gotoknow.org และไปตบท้ายที่ flickr.com  เต็มอิ่มเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอโทษค่ะ ข้างบนคำว่า "เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่น่ารัก" และ "อบอวลด้วยรัก"  ทั้ง 2 คำ ตกคำว่า "รัก" ไปค่ะ  

อ.วัส

ผมทำได้ทุกอย่างครับ...

ตามรูปนั่นเลย

ต้องขออภัยทำให้ผู้อ่าน "เหนื่อย" :)

ขอบคุณครับน้องสี่ ที่เป็น "แฟนขับ" ติดตามมาโดยตลอด

Facebook-Gotoknow-Flicker

เขียนเมื่อ 
  • ขอแสดงความยินดีกับน้องกรรณดวยครับ
  • เจอข้อความที่งดงาม
  • ว่าแต่ว่า น้องเอกจะแต่งเมื่อไรครับ ฮ่าๆ
  • แซงหน้าพี่ไปก่อนได้เลย
  • ขอบคุณสำหรับรูปภาพกับป้าแดงครับ
เขียนเมื่อ 

ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

credit คุณTerng Ang

credit คุณTerng Ang

credit คุณTerng Ang

อาจารย์ ขจิตครับ

หากผมเเต่งงานก็ต้องบอกบล็อกเกอร์ให้ครบอยู่เเล้วครับ

งานนี้ซ้อมมือก่อนครับ ;)

ขอบพระคุณครับ คุณเบดูอินครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีเจ้าคุณเอก

ยินดีกับงานมงคลในครอบครัว  อิ่มอกอิ่มใจ๋แต้ๆเจ้า

ยินดีกับภาพตี้น่าประทับใจ แล้วเอามาปั๋นกันผ่อเจ้า

เขียนเมื่อ 

คุณพี่เจ้าสาวยิ้มหน้าบาน...

ทั้งงานนี้ สวยงาม น่ารัก สมความตั้งใจมั๊ย?

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วสดชื่นไปด้วยค่ะ เมื่อไหร่มีงานของผู้พี่บ้างคะ :P

ภาพถ่ายงาม สวย ศิลป ทุกภาพ โดยเฉพาะภาพลอดซุ้มกระบี่

อ่านคำบรรยายแล้วดีมากค่ะ ชีวิตคู่อาศัยวัน เวลา อุปสรรค ความเข้าใจ อะไรต่อมิอะไรอีกมาก

 

บทเริ่มต้นของเรื่องราวชีวิตคู่ เริ่มด้วยความรักและความงาม

อุปสรรคเมื่อมีมาแผ้วพาน อาศัยสติ ธรรมในการครองเรือน และความเข้าใจในกันและกันนะคะ

พี่เชื่อว่ารักแท้ จะนำให้คู่บ่าวสาว ดำเนินชีวิตคู่ได้สวยงาม ค่ะ

สวัสดีค่ะน้องเอก

  • แอบ ผอ. เล่นเน็ตที่โรงเรียน ดูบันทึกนี้อยู่นาน
  • ด้วยหัวใจพองโต เจ้าสาวน่ารักมากเลยนะคะ
  • เจ้าบ่าวก็ดูดีมีสง่า แต่น้อยกว่าเจ้าภาพ และหนุ่มที่คอยยกชายกระโปรงเจ้าสาวอยู่นิ๊ดนึงค่ะ  5555555555+
  • ว่าแต่ หนุ่มที่คอยยกชายกระโปรงเจ้าสาว คงต้องร้องเพลงไมค์ ภิรมย์พร
  • "งานแต่งเมื่อใด เป็นได้แค่แขกรับเชิญ  อยากแต่งกับเขาเหลือเกิน............
  • ให้น้องสาวแซงหน้าไปได้ยังไงเนี่ย   เร่งมือหน่อยนะจ๊ะ 

ขอบคุณครูรสมากนะครับ

งานนี้เป็นงานที่ครอบครัวผมก็ประทับใจเช่นเดียวกันครับ ...

 

พี่ครู ป.๑

หลายคนเเซวบอกว่า ผมหน้าบานมาก

ยิ้มตลอดทั้งงานเลยครับ :))

พี่เล็กครับ...

ผมก็เชื่อเช่นเดียวกับพี่ครับ

เชื่อว่ารักแท้ จะนำให้คู่บ่าวสาว ดำเนินชีวิตคู่ได้สวยงาม

ขอบคุณครับพี่อิงจันทร์ :)

บันทึกนี้เป็นบันทึกปิดซีรีส์งานเเต่งงานจาก ปาย สู่ กทม. ครับ

  • เจ้าบ่าวก็ดูดีมีสง่า แต่น้อยกว่าเจ้าภาพ และหนุ่มที่คอยยกชายกระโปรงเจ้าสาวอยู่นิ๊ดนึงค่ะ  5555555555+
  • ว่าแต่ หนุ่มที่คอยยกชายกระโปรงเจ้าสาว คงต้องร้องเพลงไมค์ ภิรมย์พร
เขียนเมื่อ 

สวยงาม....

เกียรติยศ....

ศักดิ์ศรี....

เพียบพร้อมไม่ต้องอธิบายเลยค่ะ

น้ำตาแห่งความปลื้มปิติซึมออกมาแบบไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมคะ

ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

เขียนเมื่อ 

อลังการมากๆค่ะ

ขอร่วมอวยพรให้คู่บ่าวสาว

ให้มีความสุขในชีวิตสมรสค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • ขอร่วมอวยพรให้คู่สมรสมีความสุขตลอดกาลค่ะ
  • งานคุณเอก คงมีโอกาสไปนะคะ จะล้านนา...สู่สากล มั๊ยน้อ ??

ดูหน้าตาพี่ชาย..ของเจ้าสาว อมยิ้มแก้มปริ

พี่นกครับ

งานนี้เป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในครอบครัวเราในรอบปีที่ผ่านมาครับ น้องสาวที่ออกเรือนหมายถึงเขาจะต้องไปมีชีวิตใหม่ สมาชิกในครอบครัวต่างก็ปลื้มปิติกับเรื่องราวดีๆครับผม

สวัสดีค่ะน้องเอก

  • แวะมาส่งความสุข สวัสดี รับปีใหม่ค่ะ
  • น้องเอกสบายดีนะคะ

*มาร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมพิธีการในงานสมรสครั้งนี้ด้วยค่ะ..

*ขอบคุณมากค่ะที่ส่งรูปน้องๆน่ารักของรร.เทิงวิทยาคม มาให้ชื่นใจเป็นของขวัญปีใหม่ที่มีคุณค่าทางจิตใจมากๆ..

*พี่ใหญ่ ดีใจที่ น้องเอก ให้โอกาสได้ร่วมไปกับกิจกรรมที่น่าประทับใจครั้งนี้

* ขอผลานิสงค์ ที่เราทำร่วมกันครั้งนี้ จงดลบันดาลให้ น้องเอก ประสบแต่ความสุขตามที่ปรารถนาทุกประการนะคะ..

      

หมายเลขบันทึก

414982

เขียน

20 Dec 2010 @ 08:02
()

แก้ไข

23 Jun 2012 @ 09:57
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
ความเห็น: 33, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง