ผมมีโอกาสไปเป็นวิทยากรในการสัมมนาหลักสูตรทางด้านบริหารบุคคลอยู่บ่อยๆ ซึ่งก็ได้พบเจอกับผู้เข้าสัมมนาในหลายรูปแบบมากมาย มีทั้งมาแบบอยากได้ความรู้เพื่อเอาไปใช้ในการทำงาน มาแบบโดนบังคับมาก็มี หรือมาแบบไม่รู้ตัวว่ามาทำไมก็เคยเจอมาแล้ว ถึงแม้ว่าคนกลุ่มนี้จะไม่รู้ว่ามาทำอะไร หรือเพื่ออะไร แต่สิ่งที่เขาแสดงออก ก็ยังเห็นว่าเขาตั้งใจ และพยายามหาทางประยุกต์ความรู้ที่ได้รับฟังไป เพื่อนำไปใช้ในบริษัทเขา แบบนี้ก็ถือว่ายังเป็นคนที่รักเรียน และรักการพัฒนาตนเองอยู่
แต่แบบตรงกันข้ามเลยผมก็เคยเจอมาเยอะเหมือนกัน ก็คือ ถูกส่งมาเรียน ก็มาแบบเสียมิได้ มาแล้วก็ทำตัวแบบว่าไร้ประโยชน์ กล่าวคือ ไม่สนใจเรียน มีแต่ป่วนการเรียนการสอน พูดแทรก แซวคนอื่นไปทั่ว และทำให้คนอื่นไม่มีสมาธิในการเรียนสักเท่าไร
ผมเคยพยายามแทรกตัวเข้าไปหาคนกลุ่มนี้ โดยใช้ช่วงเวลาพักทานกาแฟ หรือพักรับประทานอาหาร โดยไปนั่งโต๊ะเดียวกันกับเขา และก็ค่อยๆ คุย สอบถามไปเรื่อยๆ ว่าคิดอย่างไร ทำไมถึงมาเรียน และเรียนไปเพื่อเอาไปทำอะไรให้บริษัทบ้าง
สิ่งที่เขาตอบมาก็คือ เขาไม่เชื่อในเรื่องของการฝึกอบรม เพราะถูกส่งไปเข้าอบรมมาเยอะ แต่ก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย อบรมไปก็เท่านั้น ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม ก็เลยไม่อยากเข้าอบรม
ผมอยากถามว่า การที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้นั้น อยู่ที่ใครกันแน่ อยู่ที่ตัวเอง หรือคนอื่นรอบข้าง การที่บริษัทส่งเรามาเรียนรู้มาฝึกอบรมก็เพราะอยากให้เราเปลี่ยนแปลง และเป็นคนที่ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในสิ่งที่ดีขึ้น ถ้าเราเรียนแล้ว ไม่มีการดำเนินการอะไรต่อ แสดงว่าเราเองไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเอง จะไปโทษคนอื่นก็คงจะยากหน่อย เพราะคงต้องเริ่มที่เราก่อน แล้วจึงค่อยเสนอผู้ใหญ่ ต่อๆ กันขึ้นไป จะกระทั่งการเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้นได้จริง
ประเด็นที่อยากจะสื่อไม่ใช่เรื่องการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นเรื่องของการพัฒนาตนเองของคนเรามากกว่า เพราะทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่นะครับ คนประเภทนี้ ที่บริษัทพยายามส่งเสริม และดันให้เขาโตขึ้น แต่เขากลับไม่ยอมรับสิ่งเหล่านั้น แถมยังย้อนกลับมาตำหนิบริษัทอีกว่า ไม่ยอมพัฒนาเขา ไม่ยอมส่งเขาไปฝึกอบรม
ตกลงแล้วจะเอายังไงกันแน่ พอส่งไปอบรม กลับไม่ยอมเรียน เข้าไปป่วน แถมยังไม่สนใจอะไรอีกด้วย คิดแค่เพียงว่าอบรมไปก็เท่านั้น แต่พอไม่มีอบรม ก็กลับบอกว่าบริษัทไม่ยอมพัฒนาพนักงานเลย
ผมคิดว่านี่ก็น่าจะเป็นปัญหาโลกแตกที่ HR ปวดหัวอยู่เหมือนกัน จริงมั้ยครับ
ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านพอจะมีแนวทางหรือวิธีการแก้ไขแบบเด็ดๆ ที่เคยใช้มาแล้ว มาแลกเปลี่ยนกันบ้างมั้ยครับ
แนวทางในการแก้ไขปัญหานะครับ ตามความเห็นและมุมมองของผมนะครับ
1.บริษัทที่ส่งพนักงานมาอบรม ต้องให้พนักงานตอบหัวข้อว่าได้มาอบรมเรื่องอะไรบ้าง และจะประยุกต์ใช้กับองค์กรอย่างไร เมื่อกลับไปยังบริษัท
2. มีเบี้ยเลี้ยงในการส่งมาอบรมภายนอก ทำให้ผู้เข้าอบรมอยากมา และรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ
3. ผู้ที่ถุกส่งมาอบรม ควรอยู่ในสายงานที่ตัวเองรับผิดชอบ จึงจะเกิดความอยากในการมาฝึกอบรม
4.อย่าส่งพนักงานคนเดิมไปอบรมหลักสูตรเดิม เพราะจะเกิดความเบื่อหน่าย
ประมาณนี้แหละครับ
แต่สรุปแล้วก็คือปัญหาใหย่จริงๆ แล้ว คือความขี้เกียจของคนครับ หากแก้ตรงจุดนี้ได้อะไรก็พัฒนาได้ แต่ถ้าคนขี้เกียจแล้ว พัฒนายากครับ
ขอบคุณครับ สำหรับมุมมองที่ดีๆ ผมเองขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประเด็นข้างต้น คือ เราเองคงต้องมองให้ดีครับ เพราะสาเหตุที่แสดงออกในเรื่องดังกล่าวอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น
สำหรับผมเองก็เจอปัญหาคล้ายๆ กัน (ซึ่งส่วนใหญ่วิทยากรคงหนีปัญหานี้ไม่พ้น) การแก้ปัญหาในมุมมองของผมเองเคยใช้ก็คล้ายๆ ท่าน คือ อาจต้องศึกษาลักษณะของผู้เข้ารับการอบรม วัย การศึกษา ลักษณะอาชีพมาล่วงหน้าสักนิด หรือเป็นไปได้คุยกับผู้เกี่ยวข้องสักนิด แต่ถ้ามันไม่ทันซะแล้วผมก็จะใช้วิธีการหาเวลาศึกษาความต้องการของผู้เข้ารับการอบรมครับ เช่น เวลาพักหรือ เวลาทำกิจกรรมกลุ่ม ลองเข้าไปคุย ทักทาย และให้เกียรติให้เขา สร้างบรรยากาศการเรียนรู้และปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับเพื่อนๆ เราก็อาจจะพบความต้องการที่แท้จริงของเขา หรือได้รับความร่วมมือจากผู้เข้ารับการอบรมก็เป็นได้ครับ