จักรยานเพื่อน้อง”  เป็นกิจกรรมใน “โครงการจักรยานเพื่อลูกรักทำดีถวายในหลวง”  ที่นักจักรยานมืออาชีพรางวัลเหรียญทองเอเชี่ยนเกมของ พ.อ.อ.หญิงเฉลิม ชมพูศรีและ ส.อ.เนิ่ม ชมพูศรี เป็นผู้ริเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑  โดยมอบให้กับโรงเรียนวิทยสัมพันธ์เป็นครั้งแรก  เพราะเป็นโรงเรียนที่ฉันเคยสอนอยู่ 

               “ครูคิมครับ ผมอยากจะทำโครงการจักรยานอีกครั้งหนึ่ง ผมพร้อมแล้วครับ อยากจะชวนครูคิมมาร่วมด้วย”  คุณเนิ่มส่งเสียงมาทางโทรศัพท์  และฉันก็ตอบรับในทันทีว่า “ได้ ได้ ได้  ด้วยความยินดีค่ะ” 

                ตอนแรกพวกเรามีเป้าหมายว่าจะนำจักรยานไปมอบให้กับโรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา  เพราะเป็นโรงเรียนในท้องถิ่นกันดาร  และต้องการเป็นกำลังใจให้กับคณะครูและผู้บริหารโรงเรียน แต่เราได้จักรยานมามากถึง  ๔๐ คัน  จึงได้หารือและจัดหาโรงเรียนที่เห็นว่ามีความต้องการจริงและเหมาะสมทั้งผู้รับและผู้ให้ เพราะพวกเราเป็นสื่อกลางผู้เป็นสะพานบุญเชื่อมใจ   ได้โรงเรียนที่ต้องการมา ๓ โรงเรียนและแจ้งให้โรงเรียนทราบทันทีคือโรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา โรงเรียนศิริราษฏร์พัฒนา  และโรงเรียนบ้านน้ำเลา

               ต่อมาได้รับแจ้งจากคุณเนิ่มว่ามีการบริจาคจักรยานเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ จึงได้หาโรงเรียนเพิ่มตามหลักการเดียวกัน  ได้โรงเรียนบ้านห้วยน้ำปลา  โรงเรียนบ้านห้วยทรายทอง  และโรงเรียนบ้านหนองสะแก  พิเศษจัดให้โรงเรียนบ้านห้วยปลาหลด โรงเรียนรุ้งวิไล และโรงเรียนบ้านบุ่งผลำ

               การจัดสรรจำนวนจักรยานได้ลงตัวตามความยุติธรรม  และแจ้งไปยังผู้อำนวยการทุกโรงเรียนตามรายชื่อที่กล่าวมาข้างต้น  ไม่มีจักรยานหลงเหลือแม้แต่คันเดียว  ปัญหาได้ติดตามมาให้แก้คือ “มีผู้ขอผ่านมาทางนักจักรยานท่านหนึ่งเพื่อมอบให้โรงเรียน ๓ โรงเรียนคือโรงเรียนบ้านป่าซ่าน โรงเรียนบ้านท่าหินลาดและโรงเรียนบ้านนาตาดี” 

               เพื่อไม่ไห้การเสียกำลังใจหรือการเกิดอุปสรรคต่อกิจกรรมของเรา  จึงได้ติดต่อไปยังทุกโรงเรียนอีกครั้งหนึ่ง โดยขอลดจำนวนจักรยานลง  เพื่อแบ่งไปให้โรงเรียนทั้ง ๓ แห่ง  ซึ่งผู้อำนวยการทุกโรงเรียนรับทราบ  แต่ฉันซึ่งเป็นผู้จัดสรรไม่สามารถอาจหาญไปลดจำนวนของโรงเรียนเหล่านั้นได้มากมาย  อย่างน้อยก็รักษาน้ำใจต่อกันแม้จะเป็นฝ่ายผิดคำพูดก็ตาม  ในที่สุดจึงเฉลี่ยได้มา ๑๕ คัน  เป็นอันว่า ๓ โรงเรียนหลังได้โรงเรียนละ ๕ คัน

              การติดต่อประสานงานได้เกิดขึ้นอีกครั้ง  โดยการโทรศัพท์ไปแจ้งยังโรงเรียนทั้ง ๓ แห่งและโรงเรียนอื่น ๆ เกี่ยวกับการนัดหมายให้มาร่วมกิจกรรมและมารับจักรยาน  โรงเรียนบ้านป่าซ่านไม่ทราบมาก่อนว่ามีผู้ได้ขอจักรยานให้  ได้บอกปฏิเสธในการรับ  ฉันจึงหาโรงเรียนใหม่มาแทนคือโรงเรียนบ้านเข็กใหญ่

             วันที่ ๑๒ ธันวาคม  ๒๕๕๓  ได้จัดกิจกรรมมอบจักรยานขึ้นที่โรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา  ความจริงที่ประจักษ์คือ “การมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็ง”  จากโรงเรียนทั้งหลายคือผู้อำนวยการโรงเรียนศิริราษฏร์พัฒนา คณะครู นักเรียน / ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำเลา คณะครู นักเรียน / ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยน้ำปลา คณะครู นักเรียน / ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทรายทอง คณะครู นักเรียน /ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองสะแก คณะครู นักเรียน /  และตัวแทนครูจากโรงเรียนบ้านนาตาดี โรงเรียนบ้านเข็กใหญ่และโรงเรียนบ้านท่าหินลาด

              นอกจากนี้ได้รับเกียรติจากรองผู้อำนวยการ  และข้าราชการจากสำนักงานเขตพื้นการการศึกษาการประถมศึกษาพิษณุโลก เขต ๓ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยเฮี้ย  อำเภอนครไทย  จังหวัดพิษณุโลก และชาวบ้านได้มามีส่วนร่วมในการแสดงออกของสังคมครั้งนี้ด้วย  ถือว่าทุกคนเสียสละแรงกาย เสียสละเวลา อันเป็นจิตสาธารณะต่อการมีส่วนร่วม

              การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้เลือกวันหยุดราชการ  เพราะนักจักรยานและผู้ใหญ่ใจดีจากชมรมจักรยานต่าง ๆ ล้วนมีหน้าที่การงานต้องรับผิดชอบ และเป็นข้าราชการ  ถือว่าได้เสียสละเวลาอันมีค่าอย่างใหญ่หลวง  “มาด้วยแรงใจ แรงกาย และแรงศรัทธาของความรักที่มีต่อสังคม”  ทุกท่านถือว่าเป็นผู้มีจิตสาธารณะต่อการส่วนร่วมอย่างแท้จริง  และเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าภาพคือผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา รวมทั้งการให้เกียรติ  และเป็นกำลังใจให้แก่คณะนักจักรยานทุกชมรมที่เป็นผู้มาเยือน

              การได้รับสิ่งของไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม  ไม่มีใครอาจปฏิเสธ  แต่ควรเป็นการรับอย่างมีศักดิ์ศรีและมองเห็นคุณค่าในตนเองและคุณค่าของผู้อื่น  ที่สำคัญที่สุดคือผู้ให้มีเจตนารมณ์ “เพื่อเด็ก” ซึ่งสถาบันโรงเรียนมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการเป็นแบบอย่างและหล่อหลอมให้เด็กเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์  และเป็นผู้มีจิตวิญญาณ มีจิตสาธารณะต่อการมีส่วนร่วมในสังคมต่อไป  กิจกรรมครั้งนี้สำเร็จลงด้วยจิตสาธารณะของผู้มีส่วนร่วม  นับว่ามีคุณค่าในการจดจำและถ่ายทอดเพื่อเป็นแบบอย่างของสังคมต่อไป

             หลาย ๆ โรงเรียนเมื่อได้รถจักรยานแล้วก็ต้องรีบพานักเรียนกลับ เพราะกลัวความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ได้มาด้วย ยากลำบากต่อการตัดสินใจ  และบางโรงเรียนได้สร้างภาพที่ "งดงามประทับใจ" พานักเรียนยืนโบกไม้โบกมือให้กับผู้ใหญ่ใจดี  นี่คือ "จิตสาธารณะสร้างได้" เพราะได้ฝึกให้นักเรียนมีคุณธรรมด้านความสุภาพความอ่อนโยน  อันจะทำให้จิตสำนึกที่ดีเพิ่มพูนขึ้นในตัวนักเรียนทีละน้อย ๆ และกลายเป็นผู้มีจิตสาธารณะต่อการมีส่วนร่วมได้เป็นอย่างดี

              

 

รูปภาพ

ห้วยกอกอยู่ข้างหน้าค่ะ ๓ กม.