GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คนกรุงในสายตาชีวจิต

ชีวจิตโพลล์สำรวจอาหารที่คนกรุงกินเป็นประจำ ผลการสำรวจปรากฏดังตาราง(ตารางที่ 1)

ชีวจิตโพลล์สำรวจอาหารที่คนกรุงกินเป็นประจำ ผลการสำรวจปรากฏดังตาราง(ตารางที่ 1)

ตารางที่ 1: แสดงอาหารที่คนกรุงกินเป็นประจำ

</font><table border="1" cellspacing="1" width="278"><tbody>

อาหาร

ร้อยละ (%)

น้ำอัดลม

56.7

ชา กาแฟ

54.6

อาหารปิ้ง ย่าง ไหม้เกรียม

54.1

ลูกอม หมากฝรั่ง

37.9

ผลไม้ดอง

35.1

ผงชูรส

34.8

จานด่วน(ฟาสต์ฟูด)

33.4

อาหารทอดน้ำมันเก่า

23.1

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

18.5

</tbody></table></span></font></span></font></span></font></span></span><p> </p><p>ข่าวดีคือ คนทำงานหันมาออกกำลังกันมากขึ้น ข่าวร้ายคือ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และวัยรุ่นไม่ค่อยออกกำลัง เพราะคิดว่า แข็งแรงอยู่แล้ว</p><p>แหล่งที่มา: <ul>

  • ขอขอบพระคุณ > เชฟโรเลตลำปาง. เอื้อเฟื้อถ่ายสำเนาต้นฉบับจากหนังสือพิมพ์.
  • ขอขอบพระคุณ > ประชาชาติธุรกิจ. 20-23 กรกฎาคม 2549. หน้า 29.
  • ขอขอบพระคุณ > ชีวจิตโพลล์. ชีวจิต. ปี 8 ฉบับ 187 (กรกฎาคม 2549). หน้า 20-22. // 
  • </ul></font></p></font>

    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

    หมายเลขบันทึก: 41312
    เขียน:
    แก้ไข:
    ความเห็น: 16
    อ่าน:
    สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

    ความเห็น (16)

              "ส่วนคลื่นลูกใหม่ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา กลับไม่ค่อยออกกำลัง เพราะคิดว่า ร่างกายแข็งแรงอยู่แล้ว" ตรงนี้จะมีเหตุปัจจัยอย่างอื่นด้วยหรือเปล่าครับ คุณหมอ เช่นการเดินทาง สถานที่ เวลา เท่าที่พบเห็นในเขตเมืองเล็กๆ และในชนบท คนกลุ่มนี้จะชอบออกกำลังอยู่นะครับ

              ด้วยความขอบพระคุณครับ

    ขอขอบคุณอาจารย์บวร และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

    • แบบสำรวจโพลล์นี้ทำในกรุงเทพ
    • คนนอกกรุงเทพคงจะมีโอกาสออกกำลังกายมากกว่า

    อ่านแล้วสงสารคนกรุงเทพ ไหนจะต้องตื่น "ก่อน" เช้า > ไปรอรถ > ขึ้นรถ > ยืนบนรถ > ต่อรถ > เย็นๆ ทำอย่างนี้อีก

    • หนังสือพิมพ์ต้นฉบับไม่ได้ลงรายละเอียดอื่นๆ เช่น ความสะดวกในการออกกำลังกายอะไรทำนองนี้ ฯลฯ
    • ขอแสดงความเห็นใจคนกรุงเทพส่วนใหญ่ เพราะคงจะหาโอกาสออกกำลังยากอย่างที่อาจารย์กล่าวไว้...

    ผมอยู่ลาดพร้าว  ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่ออาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านก่อน 6 โมงเช้า  ก็จะไปถึงที่ทำงาน (แถวๆราชดำเนิน) ประมาณ 7.30 - 8.00  แต่ถ้าวันไหนออกจากบ้าน 6.30 วันนั้ผมลาครึ่งเช้าได้เลยครับ  แต่ก็มีบ้างที่ติดรถคุณพ่อ หรือรถคุณแม่มาด้วยก็จะเร็วขึ้นอีกนิดหน่อย

    ทำงานถึง 16.30 ถ้าไม่ไปไหนกับเพื่อนๆก็จะถึงบ้านประมาณ 19.00 

    แต่ถ้าเป็นวันที่มีเรียนก็จะไปเรียนไปเรียนหนังสือต่อ  ตั้งแต่ 17.30 ถึง 20.30 กลับมาถึงบ้าน 21.30 ครับ

    มีเวลาคุยกะพ่อแม่นิดหน่อยเองครับ 

    ชีวิตคนกรุงครับอาจารย์ (เหมือนเผชิญวิบากกรรมอยู่ทุกวันเลย)

    ขอขอบคุณอาจารย์ Phoenix และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

    • เห็นใจคนกรุงจริงๆ ครับ
    • เรียน+ทำงาน+เดินทางหนักทุกวัน...

    อย่างไรก็ตาม... ถ้าคนกรุงทำอย่างนี้ได้ สุขภาพน่าจะดีขึ้น

    • พกข้าวกล้อง > จะได้ไม่ต้องกินข้าวขาว + ซื้อกับข้าวเพิ่ม
    • พกผักไป > จะได้มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ฟักทองต้ม แตงกวา ฯลฯ
    • ดื่มน้ำผลไม้ที่ไม่หวาน เช่น มะเขือเทศ ฯลฯ แล้วรีบบ้วนปาก เพื่อป้องกันกรดผลไม้ทำลายเคลือบฟัน
    • เน้นเดิน + ขึ้นบันได > จะได้ใช้แรง

    ขอแสดงความชื่นชมคนกรุงที่ขยันขันแข็งครับ...

     

    จากการรับประทานของคนกรุง นะคะ

    อาหารส่วนใหญ่ จะมีรสชาติ หวาน และหนูคิดว่าคงจะใส่ผงชูรส เยอะด้วย

    สำหรับคน กรุงเทพ การทำอาหารทานเองน่าจะปลอดภัยที่สุดนะคะ

    สำหรับการกินอาหารของคนกรุง ที่ทานอาหารตามใจปาก
    หนูคิดว่าอาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมการทำงาน ความเครียด
    จึงทำให้ความรู้สึกว่า การได้กินในสิ่งที่ต้องการทำให้มีความสุขนะคะ
    บางครั้งหนูก็เป็น แต่ก็จะเลือกที่เป็นผลเสียต่อร่างกายน้อยที่สุดคะ

    แต่ก็ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ตนเองต่อไปคะ

    ขอขอบคุณอาจารย์มะปรางเปรี้ยว และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

    • ขอแสดงความยินดีด้วยที่อาจารย์ดูแลสุขภาพได้ทั้งๆ ที่อยู่กรุงเทพ

    เท่าที่สังเกตดู... คนภาคต่างๆ จะชอบกินอาหารไม่เหมือนกัน
    (1). คนกรุงเทพชอบหวาน
    (2). คนเมือง(เหนือ)ชอบส้มๆ(เปรี้ยว) + ชิ้น(หมูย่าง) + อาหารทำจากเนื้อ + ปลาร้าหน่อย
    (3). คนปักษ์ใต้ชอบเผ็ด + เค็ม + ใส่ขมิ้นหน่อย
    (4). คนอีสานชอบแซบ(เผ็ด) + รสจัด

    • ตอนไปลาว... เดิมคนลำปางเวลาจะกินส้มตำนี่... ถ้าบอก "ตำลาว" = ใส่ปลาร้า+พริก
    • ไปลาวจริงๆ... คนลาวชอบความอ่อนโยน รสไม่จัด "ตำลาว" = ใส่กะปิ + ปลาร้าอีกนิด
    • ถึงรสชาดจะต่างกันไปบ้างก็พี่ลาว น้องไทยทั้งนั้น...

    คนไทยกล่าวโดยรวมแล้ว... ดูจะมีความสุขพอสมควร นิวอีโคโนมิคส์ ฟาวเดชั่นส์ อังกฤษสำรวจคนทั่วโลก

    • ไทยติดที่ 32 > น่าสังเกตว่า อันดับ 1-32 ดูจะมีประเทศอเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูฎาน แปซิฟิคใต้ ไทย และจีน
    • ไม่มีฝรั่ง ญี่ปุ่น อาฟริกา อาหรับครับ...

    ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ 20-23 กค. 49 หน้า 44)

      หนูก็เป็นนักศึกษาคนหนึ่งที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย

    เพราะคิดว่าตนเองแข็งแรงอยู่  สงสัยว่าหนูคงคิดใหม่แล้วละค่ะ......... แต่ที่หนูทำได้ในตอนนี้ก็คือการเลือกรับประทานอาหาร คือจะกินผักเยอะๆไม่รู้ว่ามันจะช่วยได้แค่ไหน......

    ขอขอบคุณค่ะ

    พิไล

         บางอย่างเป็นอาหารที่ที่สมัครใจรับประทานเอง แต่บางอย่างถูกบังคับให้ใส่(ผงชูรส)เพราะต้องซื้อตามร้านค้าหรือแผงลอยให้สะดวกที่สุด ตามประสานักศึกษาเอาความเร็วเข้าว่า แต่พอป่วยนี้เเทบตาย คิดว่าน่าจะมาจากการที่เรารับประทานที่ไม่มีประโยชน์ไม่ก่อให้เกิดภูมิต้านทานให้กับร่างกายแน่นอน

         ดีใจมากที่gotoknow แห่งนี้มีทั้งวิศวกรทางสังคม และวิศวกรทางสุขภาพอย่างเช่นคุณหมอ คอยให้คำแนะนำดีๆแก่ผู้สนใจทราบเป็นวิทยาทาน ทานด้วยความรู้ จึงขออนุญาตนำบล็อกดี ๆเช่นนี้เข้าแพลเนตของดิฉันนะคะ

    เรื่องเดินทางสำหรับคนกรุงนี่คงแก้ไม่ได้แล้วครับ

    ผมเองก็อึดเดินทางไปกลับมาบ้าน-ทีทำงาน 1 ปี จนทนไม่ไหว

    ย้ายมาพักหอพักแทนแล้ว ค่าหอคุ้มกับค่าเสียเวลาบนรถเมล์ 4-6 ชั่วโมงครับ

    ที่เห็นโพลยอมรับเลยครับว่าเป็นอย่างนั้นซะส่วนใหญ่ คือ คนไทยเราส่วนใหญ่จะตามใจปากนะครับ (ส่วนน้อยอย่ามาว่าผมนะครับ) เมื่อก่อนผมก็เป็นอย่างนั้น จนมาทำงานที่โรงพยาบาลเห็นคนป่วยเยอะๆ เข้าเลยหันมาสนใจสุขภาพ

    ที่คุณบวรถามนะครับ

    "ส่วนคลื่นลูกใหม่ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา กลับไม่ค่อยออกกำลัง เพราะคิดว่า ร่างกายแข็งแรงอยู่แล้ว" ตรงนี้จะมีเหตุปัจจัยอย่างอื่นด้วยหรือเปล่าครับ คุณหมอ เช่นการเดินทาง สถานที่ เวลา เท่าที่พบเห็นในเขตเมืองเล็กๆ และในชนบท คนกลุ่มนี้จะชอบออกกำลังอยู่นะครับ

    ขออกความเห็นนิดนึงเพราะเพิ่งผ่านคลื่นลูกใหม่อยู่หมาดๆ (จริงๆ)

    ผมว่าเด็กในเมืองถ้ามีเวลาเขาคงอยากเที่ยวมากกว่านะครับ

    แล้วก็เข้าโพลเลยครับ พอเที่ยวเดินห้าง ดูหนังก็จบที่ฟาสฟูด น้ำอัดลม ถ้าเที่ยวกลางคืนต่อก็ไม่พ้นพวกแอลกอฮอล์

     

    ขอขอบคุณอาจารย์พิไล และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

    • มีการศึกษาเหมือนกันครับ... คนที่ควบคุมน้ำหนักได้ดี(ผอม+ไม่ฟิต)ดูจะมีสุขภาพหัวใจดีกว่าคนอ้วน+ออกกำลัง
    • การกินข้าวกล้อง+ถั่ว+งา+ผัก+ผลไม้ให้หลากหลายมีส่วนช่วยได้มาก...

    (1). อาหารจากพืช โดยเฉพาะพืชที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ ช่วยควบคุมน้ำหนัก ไม่อ้วนง่ายเหมือนกินข้าวขาว+เนื้อมากๆ
    (2). อาหารจากพืชตามข้อ (1) มีวิตะมิน+แร่ธาตุ+สารต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และป้องกันโรค
    (3). การออกกำลังกายเริ่มง่ายๆ ได้...

    • (ก). เพิ่มเดิน/จักรยาน+ใช้รถให้น้อยลง
      (ข). ใช้บันได+ลดการใช้ลิฟต์
      (ค). ทำงานบ้าน เช่น ซักผ้า ถูพื้น ฯลฯ
      (ง). เดินเร็วๆ แทนการเดินช้าๆ

    ขอให้อาจารย์พิไล และท่านผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพดีครับ...

    ขอขอบคุณอาจารย์ดวงเด่น และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

    • ชีวิตนักศึกษามีเวลาจำกัด+ซื้ออาหารกินก็มีสุขภาพดีได้....

    (1). หุงข้าวกล้อง+ซื้อกับข้าว... ข้าวกล้องมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสารเพิ่มสมรรถภาพสมอง ช่วยเพิ่มความจำ เหมาะกับนักเรียน นิสิต นักศึกษามาก
    (2). พกผัก+ซื้อกับข้าว... แช่ผักในน้ำผสมน้ำยาล้างจาน 1/2 ชั่วโมง แล้วล้างให้สะอาด ช่วยลดสารเคมีได้มาก > นำไปกินกับข้าวซื้อ
    (3). ทำฟักทองนึ่ง... หม้อหุงข้าวทุกวันนี้มักจะมี "ซึง" มาพร้อม นำฟักทองมานึ่งพร้อมกับหุงข้าวกล้อง จะได้ฟักทองสุก ได้สารพฤกษเคมีสีเหลือง+เขียว โดยเฉพาะสีเหลืองมีเบต้าแคโรทีน ป้องกันขาดวิตะมินเอได้ด้วย

    • ขอให้อาจารย์ดวงเด่น และท่านผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพดีครับ...

    ขอขอบคุณอาจารย์จันทร์เมามาย และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

    • ทุกวันนี้กระบวนการโฆษณาเป็นเรื่องของมืออาชีพ ใช้การวิจัยอย่างเป็นระบบ เช่น โฆษณาเหล้า เบียร์ บุหรี่ ฯลฯ
    • คนที่จะ "หลุด" จากอิทธิพลสื่อ+โฆษณาได้... นับว่า น่ายกย่อง ชมเชยมาก

    ถ้ามีการควบคุมสื่อ+โฆษณา หันมารณรงค์ส่งเสริมสุขภาพอย่างเป็นระบบ เน้นป้องกันโรค ไม่ใช่ตรวจหาโรค... สังคมจะดีขึ้นได้มาก...

    • เมืองใหญ่ๆ น่าจะมีการทำห้องสมุดอย่างเช่น TKpark + สวนสาธารณะ + สนามกีฬา + สถานที่ออกกำลังกาย + ระบบขนส่งมวลขนให้มากขึ้น... ถ้าทำได้ > คนไทยจะมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

    ในท่ามกลางขีดจำกัดสารพัด... คนไทยทุกวันนี้ทำได้ดีมากแล้ว ขอให้กำลังใจคนกรุงและคนเมืองใหญ่ครับ

         ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ สาระดีๆอย่างนี้ เหมาะสำหรับกับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลสุขภาพนักอย่างดิฉัน แต่การได้เข้ามาในโลกของgotoknow  นี้เป็นการบริโภคข้อมูลได้อย่างรวดเร็วที่สุดค่ะ

        ดิฉันเห็นเมนูของคุณหมอแนะนำแล้วจะลองเอาไปทำรับประทานดูบ้างเพื่อสร้างเสริมกำลังกายและกำลังสมองในการทำงานและเรียนต่อไป...ขอบคุณมากค่ะ

    ขอขอบคุณอาจารย์ดวงเด่น และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

    • Go2Know เป็นชุมชนที่มีอะไรดีหลายอย่างครับ... ผมเองก็เป็นนักเรียน เข้ามาเรียนอะไรๆ หลายอย่างที่นี่

    เรื่องเมนูอาหารสุขภาพ...                                       

    • เรียนเสนอให้ลองทำดู เนื่องจากจะดีกับสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะฟักทองนึ่งในหม้อหุงข้าวทำได้ง่าย และได้สารคุณค่าพืชผัก หรือพฤกษเคมีถึง 2 สีได้แก่ สีเหลือง + สีเขียว(เปลือก)
    • เมนูอาหารเช้าที่ดีมากๆ เป็นของท่านอาจารย์จันทรรัตน์ (ท่านเป็นอาจารย์พยาบาล มช.) >>> http://gotoknow.org/blog/health2you/40030

    ขออธิบายเพิ่มเติม...                                         

    • เมนูอาหารเช้าของท่านอาจารย์จันทรรัตน์อยู่ในส่วน "ข้อคิดเห็น" ครับ
    • ข้าวโอ๊ตมีจำหน่ายทั่วไปในห้างสรรพสินค้า
                  fill in