"ควักหัวใจออกมา เอาออกมาพิสูจน์" สอนโครงสร้างหัวใจด้วยการให้นักเรียนศึกษาหัวใจสุกรจริงตามหนังสือ สสวท. การเรียนจากของจริง เหตุการณ์จริงหรือเมื่อมีโอกาสเรียนรู้ด้วยตนเอง จะสร้างความน่าสนใจให้กับนักเรียนได้ อย่างที่ครูไม่ต้องกระตุ้นหรือมีฝีมืออะไรมาก

ทุกปีการศึกษาที่สอนเรื่องนี้ นักเรียนจะสนใจดี เริ่มจากสังเกตสภาพภายนอก ตามด้วยการกรีดผ่าเส้นเลือดใหญ่ไล่ไปยังผนังห้องหัวใจ สังเกตลักษณะ ขนาด ความหนา รวมทั้งลิ้นกั้นระหว่างห้อง บันทึกผลด้วยการวาดภาพและชี้บ่งส่วนสำคัญต่างๆ
นัดแนะนักเรียนคนที่อาสาไปจัดเตรียมหัวใจมาล่วงหน้า บอกพ่อค้าก่อน“ตัดเส้นเลือดเหลือให้ยาวหน่อย” พวกเราจะได้รู้ง่ายว่าเป็นเส้นเลือดใด เวนาคาวาหรือเอออร์ตา จะช่วยให้พิจารณาห้องหัวใจต่างๆไม่ผิดพลาดด้วย

ตระหนักดีว่านักเรียนตัวเองไม่ได้เก่งกาจเหมือนในโรงเรียนประจำจังหวัดหรือโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ฉะนั้นครูไปเข้มงวด จำจี้จำไช เน้นเนื้อหาสาระมากๆไม่น่าจะดี อาจทำให้นักเรียนเครียด เบื่อ ไม่ชอบหรือพาลไม่สนใจเรียนเอาเลยก็ได้ จึงเน้นไปที่ความสุข ความพึงพอใจ แค่ให้ตั้งใจหรือเอาใจใส่ต่อการเรียนเท่านั้น คิดเพียงว่าเนื้อหาอาจไม่ได้มาก แต่ที่จะได้คือวิธีการ
ทุกครั้งก่อนทำปฏิบัติการ จะบอกนักเรียนให้ไปศึกษามาล่วงหน้า หัวใจมีส่วนประกอบสำคัญใดบ้าง ตรงไหนเรียกว่าอะไร ทำหน้าที่อย่างไร บางปีจะทำเป็นแบบทดสอบก่อนเรียน ด้วยการให้นักเรียนระบุชื่อส่วนต่างๆ แต่ไม่ได้เน้นว่าจะต้องรู้หรือต้องผ่านเกณฑ์อะไรเสียก่อน

แต่ปีนี้เป็นครั้งแรก นึกยังไงไม่รู้ ในใจแค่จะขู่ตามประสาคุณครู ต้องผ่านการทดสอบชื่อส่วนต่างๆของหัวใจให้ได้ก่อน ซึ่งมีอยู่ร่วม ๓๐ ชื่อ ถ้าใครตอบเป็นภาษาไทยจะได้คะแนนครึ่งเดียว ต้องตอบเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ใจจริงตั้งใจจะให้คะแนนเท่ากันทั้งหมด..ขอให้ตอบได้เถอะ! แต่วางแผนว่าจะบวกคะแนนพิเศษเป็นโบนัสให้ สำหรับคนที่ตอบเป็นภาษาอังกฤษ
นอกจากนั้นยังแกล้งเปรยดังๆ ทีเล่นทีจริง หากใครตอบไม่ได้ ก็เอาคะแนนเต็มตั้งหักด้วยคะแนนที่ได้ นักเรียนส่งเสียงฮือฮาพร้อมๆกัน น่าจะเข้าใจว่าครูหมายถึงอะไร(ฮา)
ทึ่งผลการทดสอบครั้งนี้มาก เพราะไม่เคยขู่เข็ญให้นักเรียนท่องจำชื่อหรือคำศัพท์ชีววิทยามาก่อนเลย นักเรียนประมาณหนึ่งในสามของห้องหรือร่วม ๑๐ คน สามารถบอกชื่อส่วนต่างๆของหัวใจได้ทั้งหมด โดยเฉพาะหลายคนเขียนชื่อภาษาอังกฤษได้ไม่ผิดเพี้ยน

พอถึงชั่วโมงต้องลงมือกรีดผ่าหัวใจกันจริงๆ พบว่านักเรียนปีนี้สนใจทำปฏิบัติการมากกว่าปีที่ผ่านๆมาอย่างเห็นได้ชัด ทุกครั้ง ๒ ชั่วโมงทั้งผ่าและบันทึกจะเหลือเวลาเสมอ แต่ครั้งนี้บางกลุ่มใช้เวลาเต็มเหยียดไม่เหลือเลย สมาชิกทุกคนง่วน จับ พลิกไปมา บันทึก สายตาจดจ้องอยู่ที่หัวใจ ซึ่งเลอะไปด้วยเลือด
เฝ้าสังเกตนักเรียนตลอด พร้อมเก็บรายละเอียดด้วยการบันทึกภาพตามปกติของตัวเอง ได้เรียนรู้จากการเรียนการสอนวันนี้อีกแล้ว
ประการแรก แม้ชีววิทยาจะมีเนื้อหาหรือศัพท์ต่างๆมากมายให้จำ แต่มักไม่เน้นให้นักเรียนท่อง เพราะคิดว่าเข้าใจสภาพเด็กดี แต่ต่อไปนี้อาจต้องคิดใหม่ทำใหม่บ้างแล้ว เนื่องจากเด็กๆหลายคนสามารถทำได้ แถมไม่ได้วิตกกังวล อึดอัดหรือทุกข์ใจไปกับการเข้มงวดให้ท่องจำของครูมากนัก
ประการต่อมา ความแม่นในชื่อส่วนต่างๆมาก่อน ทำให้นักเรียนใส่ใจจะเรียนรู้ของจริงมากยิ่งขึ้น มั่นใจว่านักเรียนปีนี้ตั้งใจหรือเอาใจใส่ทำปฏิบัติการมากกว่าปีก่อนๆ
ใครว่าท่องจำ..ไม่จำเป็น!
ลงมือทำ จำให้ขึ้นใจ
ผมคนหนึ่งที่ชอบท่องจำ โดยเฉพาะบทกลอน ซาบซึ้ง จำได้นานครับ
สวัสดีค่ะ
เอาจริงๆกับการเรียนรู้ของเด็กชีวะ เอาสิวะ อ่ะๆๆๆ หัวใจ เครื่องในมาฝากเต็มตู้เย็นครู อิอิ นึกว่าจะผัดโป้ยเซียน ที่ไหนได้เอาไปเล่นๆๆ ชำแหล่ะ ๆๆ เสียดายจังๆ ..
สวัสดีครับอาจารย์
ไม่ได้แวะมาทักทายเสียนานเลย
อ่านบันทึกอาจารย์ด้วยความเพลินเพลินทุกคราวไป
ทำไมผมจึงไม่เจอครูดี ๆ แบบนี้ตอนเรียนชีวฯ ก็ไม่รู้ มิเช่นนั้นคงไใ่ต้องติดศูนย์ทั้งสองเทอมตอน ม.๔ ไม่ได้ติดศูนย์ตอน ม.๕ เพราะเรียนแค่ ม.๔
คร้ังนึงเราให้เด็กนักเรียนท่องตะพึดตะพือ พอมาวันนึงเราก็บอกให้เลิกท่อง หาความพอเหมาะพอดีไม่ได้
ผมคิดอย่างนี้ครับ
ผมว่าการจำอย่างไรเสียก็มีประโยชน์ อย่างน้อยก็มีมากกว่าไม่มีอะไรจะจำ แต่จะยิ่งมีประโยชน์ยิ่งขึ้นจากการจำเลื่อนขั้นไปถึงเข้าใจ
สมัยผมเป็นพระผมท่องปาฏิโมกข์อยู่สามเดือน ท่องได้แล้วก็ลืม ตอนหลังผมใช้วิธีท่องแล้วศึกษาความหมายไปด้วย ทำให้การท่องจำนั้นดีขึ้น ไม่หลง ๆ ลืม ๆ
ความจำที่ปราศจากความเข้าใจอยู่ในใจได้ไม่นานเดี๋ยวก็ลืม แต่จะอยู่ติดแน่นคงทนเมื่อเลื่อนขั้นขึ้นไปถึงความเข้าใจ
แหะ แหะ ไม่ได้ทักทายอาจารย์นานเลยคุยยาวหน่อยครับ...
จำเป็นมาก...ขอบอกๆๆๆได้ดีเพราะ สุ จิ ปุ ลิ นี่แหล่ะ..ขาดตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้เลย...
บันทึกที่ดีมากครับ..
ตอนผมเรียนผมชอบชีวิวทยาครับ เพราะเป็นเรื่องรอบๆตัวเรา อีกทั้งเป็นเรื่องของเพื่อนร่วมโลกที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ทั้งมองไม่เห็น เเต่ก็ท่องจำกันเป็นวักเป็นเวรกันเลยทีเดียว การเรียนรู้แบบเล่นกับของจริง ก็ทำให้จำได้เเบบเนียนๆนะครับ
วันก่อนที่ได้ KM5 ผมได้ DVD จาก อ.เอ็ม (มณฑล สรไกรกิติกูล (Monthon Sorakraikitikul) ให้ผมมา เรื่อง " Coach Carter" ดูภาพจากปกน่าสนใจมาก คิดว่าหากชมเเล้วจะมาเล่าให้ครูธนิตย์ฟังครับ คิดเอาเองนะครับ ว่าน่าจะเชื่อมสัมพันธ์กันกับภารกิจของทุกท่านที่กำลัง สร้างกระบวนการเรียนรู้ อยู่ขณะนี้
สวัสดีค่ะ ครูธนิตย์ เป็นอะไรกับพี่กาญจนาค่ะ คริคริ
พี่จบนิติศาสตร์ ม.รามฯมาก็เพราะการท่องจำนี่แหละค่ะ...สำคัญมากๆค่ะ
-สวัสดีครับอาจารย์....
-ควักหัวใจออกมา......จริง ๆ หรือครับ .....555
-ท่องจำ...ยังใช้ได้ดี...จริง ๆ ..ครับ....
-เก็บ "บะตันขอ"มาฝาก.....รู้จักรึเปล่าครับ "บะตันขอ"
*** ต้องเก็บดูแลหัวใจตนเองให้ดี มิเช่นนั้นจะถูกคนมาควักเอาไปผ่าเล่น .. อุ๊ยหวาดเสียว....เอ๊ะ... ท่องอะไรอยู่น๊า...... ลืมไปเลย... อิอิอิ ***

ป.ล. พี่เหลือหนังสืออีกไม่กี่เล่ม เล่มที่ส่งมาเจอที่หัวเตียงแล้วคิดถึงอาจารย์ทันทีค่ะ (เพราะอาจารย์เป็นครูชีวะในดวงใจพี่ไง + และ เป็นคุณพ่อที่อบอุ่น) วันก่อนเด็กแวะมาหาที่ร้านบอกว่าครูให้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วสรุปมารายงาน แกหาซื้อไม่ได้ เดินมาถาม พี่เลยไปค้นมาให้แก๑เล่ม
ช่างทำได้เนาะ...บูรณาการเข้ากับภาษาอังกฤษ
สงสัยติดใจครูสอนภาษาอังกฤษ หรือไม่ก็ถูกขู่เอาไว้ อิๆๆๆ
ตามไปดูนกสวยๆได้แล้วนะคะ
เห็นภาพแล้วนึกถึงตอนเรียนชีววิทยาครับ ทำเช่นนี้เลยครับผม..
ลงมือปฎิบัติจริง..
ขอบคุณที่เยี่ยมติดตามอ่านบทความผมเสมอมาครับ..
ดูแลสุขภาพนะครับ..
ผมว่าการท่องจำยังจำเป็นครับ
ว้าว คุณครูร้องเพลง วัยรุ่นเลยทีเดียว .. ไม่ต้องควักหัวใจ ก็ต้องเชื่อคุณครู ผู้เชียวชาญค่ะ :)
อ้ายหยา ควักออกมาจริงๆ มีเด็กๆ ที่กลัวเลือดบ้างไหมคะ แล้วปฏิกิริยาเป็นไงบ้าง ฝันดีค่ะ
*** วันนี้พี่สุกิจเจ้าของหนังสือ....เขาจะมาพูดที่โรงแรมรัตนา พาร์ค 2 วันนะ ( 2 - 3 ธ.ค.) ถ้าว่างก็แวะไปฟังได้ พี่พูดถึงอ.ธนิตย์ให้เขาฟังแล้ว (ถ้าเป็นเลือดแดงขาว...เราไปไหนไปกัน)...วันที่ 18 ธ.ค.53 รุ่นพี่ มศ.5 ปี2521 จะเลี้ยงรุ่นที่กำแพง อ.ทรงวุฒิก็มาด้วย
ควักหัวใจออกมา.. เอาออกมาพิสูจน์....
มาเรียนรู้ห้องเรียนอาจารย์ค่ะ เยี่ยมมากค่ะ
เด็กๆตั้งใจดีนะคะ