การลอยโคม เป็นประเพณีพื้นบ้านของชาวล้านนา ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๑๒  ชาวล้านนาจะลอยโคมที่ทำจากกระดาษสา  และจุดตะเกียงในโคมไฟ   เพื่อให้ควันเป็นตัวนำโคมลอยขึ้นสู่อากาศ  ชาวล้านนามีความเชื่อว่าการลอยโคมขึ้นไปในอากาศเป็นการปลดปล่อยความทุกข์โศกและเรื่องร้าย ๆ ให้ลอยไปกับอากาศ

         ปัจจุบันได้มีการประดิษฐ์โคมง่าย ๆ จากพลาสติกสี ลวดลายงดงาม  มีหลายขนาด  ราคาโคมละตั้งแต่ ๑๐ บาทขึ้นไป  ก่อนเทศกาลวันเพ็ญเดือนสิบสองหรือวันลอยกระทง  จะมีผู้นำโคมมาจำหน่ายตามร้านค้าหรือข้างทาง

         วันหยุดราชการในแต่ละวัน  เด็ก ๆ ในซอยไม่ได้ไปโรงเรียน  ถ้าเป็นวันที่ไปโรงเรียนทุกคนจะกลับบ้านเย็นมาก  วันหยุดเด็กทุกรุ่นจึงมักจะมาจับกลุ่มกันขี่จักรยาน  แต่มีจำนวนน้อย เพราะหลาย ๆ ครอบครัวพากันไปกลับไปเยี่ยมญาติและไปลอยกระทง

         กลางวันได้ซื้อโคมไฟข้างทางมาให้น้องออโต้ ๓ ลูก  เมื่อถึงตอนหัวค่ำได้จุดโคมเพื่อลอย  ผลัดกันถ่ายภาพกับน้องออโต้ ลูกแรกลมพัดไฟไหม้พลาสติกเป็นรูนิดหน่อย  ทำให้โคมลอยไม่สูงนัก  และลมพัดลอยไปจนลับตาด้านทิศตะวันตก  ส่วนลูกที่สองและสามลอยขึ้นสูงมาก ลอยไปทางทิศตะวันออกจนลับตา  และสามารถถ่ายภาพลูกที่สามได้ทัน  นอกนั้นเห็นเป็นแสงไฟเท่านั้น

        ทำไมจึงลอยโคมไฟ...น้องออโต้อายุ ๘ ขวบเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒  มีคำตอบว่า "เป็นวันใกล้ลอยกระทง ที่มีลมพัด มีเดือนหงาย พี่สุบอกว่าคนลอยโคมไฟทำให้โชคดี มีความสุข"

        ทำไมจึงถ่ายภาพโคมไฟและดวงจันทร์บนท้องฟ้าได้...คำตอบของน้องออโต้คือ "ถ้าเราตามองเห็นกล้องถ่ายรูปก็คงสามารถถ่ายได้  แต่กล้องนั้นต้องอย่างดีสักหน่อย  แต่โต้ก็ไม่รู้นะว่าเขาใส่อะไรลงไปในกล้องถ่ายรูปบ้าง  อันนี้ยังไม่รู้จริง ๆ มันเป็นความรู้ของผู้ใหญ่มั้ง...โตขึ้นโต้อยากเป็นคนถ่ายภาพครับ"  

        ทำไมโคมจึงลอยได้...น้องออโต้เข้าใจว่า "ไฟทำให้เกิดควัน ความร้อนจากไฟเป็นแรงดันให้โคมลอย  และควันทำให้โคมไฟโป่งพอง  และต้องลอยโคมในกลางคืน เพราะมีลมแรง อากาศมืดทำให้มองเห็นโคมบนท้องฟ้า และควันมีน้ำหนักเบา"  จิตวิทยาศาสตร์ของเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่ได้จากการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยไม่ต้องบังคับหรือยัดเยียด  หากผู้ใหญ่รู้จักมอบให้เด็กอย่างต่อเนื่องจะกลายเป็นความรู้ที่ค่อนข้างถาวรของเด็ก

ภาพโคมไฟ

ภาพดวงจันทร์