ผู้เขียนขอเขียนต่อจากบันทึกนี้นะครับ ผู้เขียนและน้องดาวเดินออกจากวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร เดิมเรียกวัดปากอ่าว ที่นี่มีหอไทยนิทัศน์เครื่องปั้นดินเผามีของเก่าที่น่าสนใจมากเช่นบาตรพระฝังมุก ใบลานภาษามอญ
ผู้เขียนชอบพระองค์นี้ประวัติใต้ฐานพระบอกว่า
เมื่อเดินไปด้านข้างก็พบต้นสาละลังกาและดอกสวยๆๆแบบนี้อีก
ระหว่างทางที่เดินไปที่ป่าเลไลย์ซึ่งเป็นวัดร้างรวมกับวัดฉิมพลี พบเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ เขียนว่า มุมขี้เมา ทำให้ยิ้มได้เหมือนกัน นอกจากนี้พบภาพที่เป็นชุดการแต่งกายของชาวมอญเกาะเกร็ดด้วย
วัดป่าเลไลย์เป็นวัดร้างที่รวมกับวัดฉิมพลี เราสองศรีพี่น้องเข้าไปไหว้พระที่วัดฉิมพลีก่อน ในโบสถ์มีบาตรพระสำหรับพรมน้ำมนต์ แต่ไม่เห็นพระ น้องดาวเลยเอาไม้ที่พรมน้ำมนต์มาพรมที่ศีรษะ อ้าวมีบริการพรมน้ำมนต์ให้ตัวเองด้วย เป็น self service แบบไทยๆฮ่า
ผู้เขียนเองเสียดายวัดป่าเลไลย์ที่ไม่ได้มีคนดูแล หน้าโบสถ์เลยกลายเป็นที่เลี้ยงไก่ชนของมอเตอร์ไซด์รับจ้างไปอย่างน่าเสียดาย จากข้อมูลใน internet บอกว่าในโบสถ์มีภาพเขียนด้วย แต่ผู้เขียนไม่ได้เข้าไปเนื่องจากโบสถ์ปิดอยู่
ตอนเดินไปรอบเกาะเกร็ด เห็นทางเดินเข้าไปสวนแบบในภาพข้างล่างแล้วชอบมาก แต่ถ้าสามารถทำให้สูงๆหรือลอยได้แบบแพจะดีกว่านี้เพราะเกาะเกร็ดน้ำท่วมอยู่แล้ว
เดินกันไปจะครบรอบเกาะเกร็ดเลยแวะกินน้ำแข็งไส ด้านหลังเกาะ สายตาไปเจอบ้านพักแบบ home stay แต่เห็นสีแล้วงง งง ว่าใครออกแบบทำไมมันมีหลายสีเหลือเกิน แถมมีวัสดุที่ก่อสร้างคนละชนิดกันด้วย เรียกว่าสีสันโดนใจน่าดู
วัดสุดท้ายที่จะออกจากเกาะเกร็ดคือวัด เสาธงทอง ที่วัดมีเจดีย์สวยมากเรียกว่า พระธุตังคเจดีย์ เป็นเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้ยี่สิบ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
นอกจากนี้ยังมีตึกขุนเทพภักดีคหบดีชาวมอญสมัยก่อนสร้าง เพื่อใช้เป็นโรงเรียน ปัจจุบันเป็นสำนักงานของ กศน.เกาะเกร็ด ลายฉลุที่เหนือประตูสวยมาก
ผู้เขียนเองชอบเจดีย์อยู่สองแบบ แบบนี้ก่อนออกจากเกาะเกร็ดถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า เจดีย์เอียงข้างนะครับ
แต่เจดีย์อันนี้รูปทรงแปลกดี ท่านผู้อ่านว่าเป็นเจดีย์รูปอะไรครับ

ขอบคุณน้องดาวที่ชวนไปเที่ยว (จำไม่ได้ใครชวนใครก่อนเนี่ย ฮา )ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านด้วยครับที่เข้ามาอ่าน…
ในความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน(อาจจะผิดก็ได้ อย่าเพิ่งเชื่อนะครับ) คิดว่าเกาะเกร็ดจะอยู่ได้ คนในชุมชนต้องรวมตัวกันเอง ไม่ใช่การรวมตัวทำกิจกรรมในชุมชนแบบระบบราชการ เพราะเมื่อไม่มีใครมีจิตสำนึกดูแลชุมชน เกาะเกร็ดจะโทรมและหายไปกับกาลเวลา ที่น่าเศร้าใจคือเห็นประกาศขายที่บนเกาะเกร็ด ถ้าน้ำท่วมเกาะเกร็ดบ่อยๆทำเป็นชุมชนน้ำพายเรือชมเกาะแบบอินเลเลยได้ไหม…ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ฮ่าๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://pirun.kps.ku.ac.th/~b4927046/mon3_9.html
http://www.watsaothongtongkokret.com/index.php?mo=3&art=345139
http://www.seasuntour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=364441
อ่านต่อบันทึกน้องดาวที่นี่ครับ
น้องดาวเขียนตอนที่สองแล้ว คาดว่าจะมีตอนที่สาม






เห็นไหม ๆ สมชื่อฉายาเลย กามนิตหนุ่ม ๕ ๕ .. ฮาเลยท่านพี่ความจำสั้นเอง ก็เค้าเรียกกันมาตั้งแต่นานๆๆๆ
ฮามุมขี้เมาคออ่อนจัง .. แล้วบ้านพัก ทำไมรูปทรงคล้ายๆ บ้านแถวพท. เสี่ยงภัยสึนามิ เลย ต่างหน่อยตรงสีสันลูกกวาดนี่ล่ะ
คู่รักวัยดึกเคยไปจับภาพกันมาแล้ว เจดีย์นี้ บ้านเราก็มีเจดีย์เอน เหมือนตปท. เลย ๕ ๕ แต่ภาพธุตังคเจดีย์ มีเมฆประกอบสวยงามมากๆ ค่ะ :)
สวยค่ะ น่าสนใจเจดีย์ที่มันเอียงข้างนะคะ มันทรุดหรือว่าเป็นเอกลักษณ์ของเขาคะ
ขอบคุณคุณฟ้าหลังฝน เป็นเจดีย์เอียงครับ ที่กศน เป็นอย่างไรบ้างครับช่วงนี้
สวัสดีค่ะ
ตามมาเที่ยวน่ะค่ะ เจดีย์
นี้
เค้าเรียกเจดีย์ทรงมะเฟืองค่ะ
ใบ้ซะง่ายๆ เชียวท่านพี่ ๕ ๕ .. ชัดเจนเลยค่ะ เห็นด้วยอย่างเดียวก็นี่แหละ ที่ไหนๆ ก็อยู่รอดได้ หากสมาชิกชุมชนรวมตัวกัน (ต้องรวมใจด้วยไหม?) ที่เกาะนี่ จะประกาศขายกันหมดเลยใช่ไหม เศร้าจริงๆ ค่ะ แหม รู้งี้เมื่อก่อนที่ดินน่าจะเป็นของรัฐให้หมด ถ้าให้อิสระถือครองที่กัน แล้วมาประกาศขายง่ายๆ อย่างนี้ เมืองนอกเค้าทำไม่ได้นะ เศร้า :)
ว่าแต่เจดีย์ทรงมะเฟือง นี่เกี่ยวข้องยังไงกับ จีทีเค รึท่านพี่ฯ แหม ให้นึกอยู่ตั้งนานว่าใครมีชื่ออย่างนี้บ้าง ๕ ๕ :)
ก๊ากกกขำน้องปู คิดตั้งนาน ฮ่าๆๆ
ขอบคุณค่ะ.. เป็นการนำเที่ยวที่น่าสนใจในเชิงประวัคิศาสตร์มาก..
*พระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอกรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร (พระองค์เจ้าละม่อม) รัชกาลที่ ๕ ทรงเรียกขานพระนามว่า "ทูลกระหม่อมแก้ว" เพราะทรงเป็นเสมือนพระราชมารดา ที่ได้ทรงบริบาลพระองค์ท่าน หลังจากทรงกำพร้าพระราชมารดาในช่วงพระปฐมวัย..มูลนิธิของพระองค์ท่านจึงสร้างพระซานซิวซูน ถวายรัชกาลที่ ๕ ค่ะ ..
* เจดีย์รูปแปลกนี้ พี่ใหญ่เดาว่า รูปทรง"มะปราง" ..เหมือนชื่อแฝงของ"น้องมะปรางเปรี้ยว" คนงามของ G2K ใช่ไหมเอ่ย ??
..รออ่านเที่ยวเกราะเกร็ดฉบับ น้องดาว นะคะ..
แหม ๆ อย่าเลยท่านพี่ฯ ถ้าใบ้ว่า เป็นผลผลิตหนึ่งของกลุ่มคนรักผัก ปลูกผักพี่ใหญ่ ค่อยแคบคงหน่อย ๕ ๕
ส่วนบ้านนี่ แบบเห็นแล้วชัดเจน ใช่เลย เหมือนที่เกาะพีพี เค้าเรียก บ้านสึนามิ ปูยังเคยขึ้นไปนอนเล่น ลมพัดเย็นสบายๆ :)
ว่าแต่จะมีภาค ๓ ไหมคะ หุ หุ ถ้ามีนี่ เจอค้อนน้องดาววงใหญ่แหง รออ่านมุมน้องสาวบนฟ้า มั่งดีกว่า อิ อิ
ขอบคุณน้องปู ใช่ใบ้ยากจริงๆๆด้วย ฮ่าๆ รอน้องดาวเขียนครับ เดี๋ยวไปช่วยกันกดดัน ผมเขียนสองตอนก็แย่แล้ว ฮ่าๆๆ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ขจิต
& ดอกสาละลังกาสีสันสดสวยค่ะ
& พอๆกับบ้านหลากสีสัน
& เจดีย์ทรงมะเฟือง แต่ดูๆไปก็คล้ายทรงฟักทองนะคะ
& หายไปนานจริงๆค่ะ
& กลับมาใหม่ ผู้คนรอบข้างยังคึกคักกันเหมือนเดิม
เยี่ยมเลยครับ ภาพสวยมาก ได้ความรู้แบบง่ายๆ เลยครับ
ชอบทุกรูปเลย...........เจดีย์เขาสร้างให้เอียงหรือมีเหตุให้เอียงหนอ.........สงสัยจัง
*** แวะเวียน... ครบทุกซอกมุมเลยนะคะ ไปเกาะเกร็ดครั้งใด พี่ Pually ก็ห่วงแต่ชมของสวยๆงามๆ และหาของอร่อยทาน...เท่านั้นเอง! ได้ศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมจากบันทึกของน้อง ดร.ขจิตนี่เอง ขอบคุณหลายเด๊อค่ะ! ***
อยู่กำแพงแสน มันมี นักศึกษา ที่เรียน ภาษาอังกฤษ เป็นวิชาเอกไหมครับ