ผู้เขียนตั้งใจเขียนบันทึกนี้นานมากแล้ว แต่ยังไม่ได้เขียนสักที ปกติไม่ค่อยได้ไปเที่ยว(น้องดาวบอกว่าใช้การทำงานแอบแฝงการเที่ยว (ฮา) )เมื่อตอนปิดเทอมได้ไปเที่ยว นัดน้องดาวชวนกันสองศรีพี่น้องไปเที่ยวเกาะเกร็ด เริ่มตั้งแต่ผู้เขียนเดินทางจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสนไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้เขียนเห็นรถตู้มาที่หน้ามหาวิทยาลัย คิดว่ารถตู้จากด่านช้างวิ่งไปปิ่นเกล้าหรือสายใต้ เลยขึ้นไป แต่รถวิ่งไปสักพักคิดว่าทำไมมันนานจัง(ที่ไหนได้รถตู้จากบางลี่ วิ่งไปที่วงเวียนใหญ่ เวรกรรม ลงแทบไม่ทัน)

 เราสองคนศรีพี่น้องขึ้นรถตู้จากที่อนุสาวรีย์ชัย ใกล้ๆท่ารถตู้ไปมหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขตเพชรบุรี ค่ารถถูกมากแค่เพียง 25 บาท ผู้เขียนไปอ่านข้อมูลใน internet พบว่าถ้าไปรถประจำทางจะวิ่งนานกว่านี้

 รถตู้มาส่งที่ใกล้ท่าเรือ (จริงมีเรือข้ามฟาก แต่ผู้เขียนไม่รู้) เลยนั่งเรือไปกัน ค่าเรือคนละ 10 บาท ฝั่งตรงกันข้ามเกาะเกร็ดมีพระพุทธรูปใหญ่ของวัดบางจาก อยู่ริมฝั่ง

  วัดแรกที่เราสองศรีพี่น้องแวะกันก็คือวัดไผ่ล้อม เป็นวัดที่พระสวดเป็นภาษามอญ ชาวมอญเรียกวัดนี้ว่า เพี๊ยะโต้ คาดว่าสร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย ผู้เขียนชอบหงส์ที่วัดนี้

  เราสองศรีพี่น้องเดินไปดูที่โบสถ์ เห็นมีรูปปั้นหลวงพ่อโต อยู่หน้าโบสถ์ ถ้ามองจากข้างนอกเข้าไปด้านในจะเห็นชัดเจนมาก

ภาพนี้แอบถ่ายน้องดาวมา ดูมาดน้องดาวถ่ายภาพเสียก่อน (ฮา)เหมือนศิลปินมากกว่าจะเป็นคุณหมอ (ฮา)

 

                       เจดีย์องค์นี้ ครับ  สีขาว แต่ทำไมมีสีแดงหุ้มไม่ทราบ

ผู้เขียนและน้องดาวเดินไปข้างหลังโบสถ์พบพระพุทธรูปแบบนี้เข้าใจว่าเป็นพระสีวลี ว่ากันว่าเป็นพระที่ยกย่องว่ามีลาภมาก(ลาภนะครับ ไม่ใช่ลาบ กลัวมีน้ำตก ซกเล็กตามมาด้วยฮา)

แต่ที่ทึ่งคือรูปปั้นพระแม่ธรณีอยู่คู่กับ  เจ้าแม่กวนอิม เป็นความแตกต่างที่ลงตัวได้เหมือนกัน

  มีพระองค์หนึ่ง ผู้เขียนเพิ่งเคยเห็น นึกไม่ออกว่าเป็นพระอะไร ใครทราบช่วยบอกด้วย พระองค์นี้ครับ น้องดาวบอกว่าที่หน้าผากและที่หลังมือมีดอกบัวตูมด้วย

(พี่ใหญ่มาเฉลยว่าคือพระบัวเข็ม ประวัติน่าสนใจมาก ขอบคุณพี่ใหญ่มากครับ)

  ตอนเดินออกมาจากข้างหลังโบสถ์พบคุณลุงท่านหนึ่ง กำลังเอาแกงส้มจากวัดมา น้องดาวเลยบอกว่าวัดนี้เงียบจัง ยกเว้นถ้าไม่มีคุณลุงแกงส้ม(น้องดาวตั้งชื่อให้ ฮา)

  ที่ทางเดินทางซ้ายมือของโบสถ์มีต้นสาละลังกา ดอกกำลังสวยเลย เลยถ่ายมาฝากสมาชิก เพิ่งทราบว่าสาละกับสาละลังกาหรือต้นลูกปืนใหญ่เป็นคนละชนิดกัน ได้ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย

  ทางขวามือของโบสถ์มีบ้านโบราณหรือวัดเก่าไม่ทราบ เสียดายไม่มีการอนุรักษ์ไว้ ผู้เขียนชอบจินตนาการว่า มีคนโผล่มาที่หน้าต่าง แหมมาเห็นตอนกลางคืนคงน่ากลัวเหมือนกัน

  ในที่สุดเราสองศรีพี่น้องก็หิว เลยไปหากาแฟกินกัน ผู้เขียนเคยได้ยินว่ามีทอดมันหน่อกะลา อร่อยมากเลยไปซื้อมา มีผักชนิดต่างๆทอดด้วย เช่น ใบชะพลู ใบผักเป็ด ดอกอัญชัน ฯ แต่ผู้เขียนชอบทอดมันหน่อกะลามากกว่า

  เดินไปไม่ไกลจากร้านเดิม มีไส้อั่วหน่อกะลาด้วย เสียดายอิ่มแล้วเลยไม่ได้ชิม

  เราสองคนพบภาพอัศจรรย์จากทราย เลยเอาไปฝากพี่ชิว เพราะมีภาพท้องฟ้า เมฆเลยคิดถึงพี่ชิวทันทีเลย ฮ่า เป็นภาพที่มีทรายไหลออกมา สวยมาก แต่ผู้เขียนคงดูไม่ได้ เพราะจะรอดูทรายไหลลงมาจนหมดภาพแล้วคงไม่ได้ทำอะไร จ้องดูอย่างเดียว…

  ภาพสุดท้ายแล้วครับ ให้ทายว่าน้องดาวถือไม้กระบองทำอะไร ดูๆแล้วน้องดาวเหมือนนักกีฬาเบสบอลนะเนี่ย ฮ่าๆ ยังมีต่ออีกตอนหนึ่งนะครับ

  เอหรือรอน้องดาวเขียนดีไหม จะได้เอามา link ที่บันทึก จะได้ไม่ต้องเขียน ฮา  ไม่อยากบอกว่า สงสัยมีเราสองศรีพี่น้องเดินรอบเกาะเกร็ด เพราะตอนเดินไปรอบเกาะ พบแต่ฝรั่งสองคนที่เหลือเขาขี่จักรยานหรือเที่ยวเฉพาะด้านหน้าเกาะ ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…

 

 อ่านต่อบันทึกน้องดาวที่นี่ครับ

 

ดูภาพสวยๆที่นี่นะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.moohin.com/trips/nonthaburi/khaokred/

http://www.oknation.net/blog/diamond/2009/06/30/entry-1

http://www.thamnaai.com/index.phplay=show&ac=article&Id=470599&Ntype=3

http://www.thairunning.com/40yearmwa/land_mother.htm

http://www.watsai.net/sal_tree.php

http://www.vcharkarn.com/varticle/39560

http://www.monnut.com/board/index.php?topic=743.0