เสรีภาพในสายฝน - Freedom in the Rain ... เม็ดฝน-หล่นรอ แล้วพ่อจ๋าอย่าช้า ชาวนา จะหว่านไถดินหอม กลิ่นฝน ปนกลิ่นไออบใจ อบฝัน ณ วันนี้เพลงกบ-อังกะลุง คืนลุ่มนาฝนฟ้า ครืนครืน คืนวิถีคืนเสียง คืนซึ้ง บึงดนตรีคืนพี่ คืนน้อง มาพร้อมพรักผักบุ้ง-คุ้งน้ำ ยามฝนแรกโตแตก ยอดนวล ร่วนฝนหนักผลิซ้อน อ่อนซ้ำ ลำนำรักมิพัก ผ่อนช้า เพลาเช้าตำลึง-อวบงาม ตามรั้วนั่นสวรรค์ ผักนา คราฝนหนาวตากฝน ฉ่ำชื่น ทุกคืนคราวผักร้าว ร่ำไห้ ไม่ได้ยินสายบัว-บานรับ กับสายน้ำย่ำยาม เช้าใหม่ นกไพรผินสายธาร ความหลัง ยังไหลรินฟางดิน รอยหวัง ยังประทับดุเหว่า-แว่วหวาน กังวานขึ้นฝนครืน เย็นฉ่ำ ใต้รังหลับครวญเสียง กล่อมคน ฝนดิ่งรับหนักนับ เท่าไร ไม่เกรงกลัวนอนฟัง-เสียงฝน หล่นกระทบนิ่งสงบ ฝนมา ฟ้าสลัวใจก้าว ออกไป ใต้ฝนรัวตื่นทั่ว เม็ดฝน หล่นบนใจฝนแรก-แทรกผ่าน วิญญาญลูกเพาะปลูก พ่อจ๋า ช้าอยู่ไหนกระเซ็น มินาน ฝนผ่านไปฝากไว้ ดินอุดม บ่มละอองตองตึง-เขียวอวด รวดรัดแล้วไก่แก้ว ขันใส ไม่หม่นหมองฝนฉ่ำ ธรรมชาติ วาดครรลองน้ำนอง บรรเลง เพลงเยียวยาหอมดิน-เคล้ากลิ่น เสรีภาพอิ่มอาบ ชาติชน ต่างค้นหาพรฝน โอยแทน แร้นแค้นลาสมานค่า ศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตล้วน! ลำน้ำน่าน ส่งกำลังใจ ผ่านพ้นวิกฤติน้ำ .. คิดถึงนะ .. ลำตะคอง ;)
อ่านกลอน แล้วฟังเพลง แล้วได้ยินเสียงฝนตก
อยากนอนจัง ไปนอนดีกว่า อิๆๆๆ
...ออกพรรษา
ย่างเข้าเดือนสิบเอ็ดพร้อมเม็ดฝน
ที่เจือปนด้วยน้ำตาก่อนหน้าหนาว
เท้าท่องน้ำมองฟ้าหาเดือนดาว
จันทร์เจ้าขาขอคืนข้าวจากคงคา...
อ่านกลอน แล้วฟังเพลง แล้วได้ยินเสียงฝนตก
อยากนอนจัง ไปนอนดีกว่า อิๆๆๆ
*** ไม่ค่อยว่าง เลยไม่ได้แวะมาอ่านบันทึกน้องสาวคนนี้เลย
*** คิดถึงน้องปูเสมอค่ะ
สวัสดีค่ะน้องpoo
บทกลอนเพราะมากค่ะ
สายฝน สายน้ำ ชุ่มฉ่ำใจ ชาวนาได้หว่านไถ พืชผักได้เจริญเติบโต
มาส่งกำลังใจด้วยคนค่ะให้ผ่านวิกฤติน้ำทุกพื้นที่
อรุณสวัสดิ์ค่ะน้องปู
พี่หนูรีเก็บตำลึงมาให้ค่ะ
"ตำลึง-อวบงาม ตามรั้วนั่น สวรรค์ ผักนา คราฝนหนาว
ตากฝน ฉ่ำชื่น ทุกคืนคราว ผักร้าว ร่ำไห้ ไม่ได้ยิน"
สวัสดีค่ะ
ค่ะปลายฝนต้นหนาวแล้ว อากาศกำลังดีนะคะ ระวังสุขภาพมากๆนะคะ
กลอนนี้มีมนต์
อ่านแล้วเห็นภาพธรรมชาติที่คุ้นเคยมาแต่อ้อนแต่ออด..
เหงา...คิดแม่คิดถึงบ้านคะ
พี่Pooจ๋า...
สวัสดีค่ะน้องpoo
นครสวรรค์ยังอ่วมน้ำอยู่เลยค่ะ น้ำเหนือยังมาอยู่เรื่อยๆเพราะฝนตก
ดีว่าบึงบอระเพ็ดน้ำไม่ท่วมเพราะอบจ.เตรียมการไว้เป็นอย่างดี ทำคันกั้นน้ำในบริเวณสถานที่สำคัญๆ แต่ด้านหน้าติดกับแม่น้ำน่าน ท่วมแบบมิดหลังคาเลย
ฝนตั้งเค้ามาอีกแล้ว เห็นใจชาวบ้านที่ต้องเดือดร้อนอีกค่ะ
แวะมาฟังดนตรีจากสายฝน...
Rhythm of the rain ... เสียงฟรุ้ตฝรั่งเพราะมากกกก....
(^___^)
..เห็นฝนหล่น..มาก..หม่น...กันท่วนหน้า.....เห็น..น้ำ..มา...น้ำบ่า...ท่วมล้น..จน..จนใจ.......(ชาวไทยคงต้องร้องเพลง..เมื่อลมฝนบนฟ้ามาริ่ว....จำต้องร้องเพลงกลางสายฝนและสายน้ำ...หรือ..ร้องถามเทวดา...กันว่า..ฝนเอยทำไมจึงตก...ฝนตกเพราะกบมันร้อง...อ้ะะะๆๆ).....ท่ามกลางสายฝนและโดนไม่ดีไม่มีดนตรีเลยตรงนี้เจ้าค่ะ...ยายธี
น้องปู
พี่หนูรีลองเขียน(มั่วๆ)ให้แล้วอยู่ที่บ้านพี่ น้องลองไปอ่านดูน่ะ ถ้ายังไงถามอ.ขจิตน่ะค่ะ ชั้นเซียน
ได้อ่านกลอนสายฝนหล่นจากฟ้า ไม่ชักช้าชาวนาเริ่มหว่านไถ
ได้ปลูกข้าวธัญพืชอื่นมากมาย ให้ชาวไร่ชาวสวนลืมตาอ้าปากกัน
แต่ไม่นานพาลถล่มจมกระหน่ำ ชาวนาช้ำ ชาวบ้านครวญจวนร่ำไห้
สายน้ำหลาก จากคลองล้น น้ำป่าไกล อีกจากเขื่อน ที่มีใย ไปซ้ำเติม
ธรรมชาติ ฟังเสียงฝน เจือปนเศร้า พี่น้องเรา จมน้ำหลาก ช่วยส่งเสริม
ให้มีกินพอประทัง หวังคงเดิม เมื่อน้ำเริ่มลดลง คงตั้งตัว
ด้นกลอนสด ไม่ถูกหลัก ว่าไปก่อนนะคะ ด้วยสงสารคนน้ำท่วมคะ บ้านพี่สุก็ท่วมแต่ไม่นานคะ ปลอดภัยคะ ห่างไกลเขื่อนอุบลรัตน์ และแม่น้ำชี และน้ำคลองคะ
บทกลอนเพราะมากค่ะน้องปู......เยี่ยมจริงๆ ๆ
สวัสดีค่ะพี่ปู
สวัสดีค่ะพี่ปู
บทกลอนไพเราะมากมาย...อ่านแล้วดาวคิดถึงบรรยากาศยามฝนพรำที่บ้าน T-T
ถึงที่บ้านจะไม่ได้ทำนา...แต่ก็คิดถึงสายฝนโปรยปราย ยอดผักบุ้ง ยอดตำลึงเขียวอวบน่าหม่ำ อิอิ
ดูข่าวน้ำท่วมแล้วสงสารคนที่ได้รับความเดือดร้อน...ตอนนี้ยังไม่ท่วมเข้าเมืองกรุงค่ะ ส่วนที่บ้านที่อุบลก็ยังรอดพ้นจากอุทกภัย
"ฟ้าทะมึนเมฆคะนองร้องกึกก้อง ท่วงทำนองดุดันหวั่นหวาดไหว
ฝนกระหน่ำจากฟากฟ้าเคยชื่นใจ ครั้งนี้ไยให้ใจช้ำแสนร้าวรอน
ฟ้าร่ำไห้หรือน้อยใจในมนุษย์ ไม่ยั้งหยุดน้ำมือที่รื้อถอน
ทำร้ายดินทำลายป่าไม่อาทร มอดม้วยมรณ์เพียงเพราะโลภไร้ปราณี
นี่คือการลงทัณฑ์จากบนฟ้า? ให้น้ำป่าไหลหลากบากวิถี
ท่วมบ้านเรือนไร่นาคร่าชีวี ประชาชีร่ำไห้เป้นสายชล...."