ครูอ้อยก็เพิ่งจะขึ้นเครื่องบินตอนเมื่อ อายุมากแล้ว น้องยังมีเวลาอีกมากมาย ที่จะมีโอกาสขึ้นเครื่องบิน
คำถามของน้อง อาจจะทำให้คนอื่นที่มีประสบการณ์สูง เข้าใจว่า ครูอ้อยอวดรู้ แต่ไม่ใช่นะคะ ขอออกตัวก่อนว่า ลูกๆที่บ้าน เพื่อนๆที่มีอยู่ตั้งหลายคน ที่ยังไม่เคยขึ้นเครื่องบิน และถามเสมอเวลากลับมาว่า....กลัวไหม
เรื่องน่ากลัว ไม่น่าจะน่ากลัว เพราะ นักบินเขาเก่งมาก ยิ่งไปบ่อยๆ อาจจะเกิดความเคยชินขึ้นมา
ครั้งแรกของครูอ้อย ไปใกล้ๆ คือ สิงคโปร์ นั่งไม่นาน ก็ถึงแล้ว
แต่ครั้งต่อๆมา ครูอ้อยต้องนั่งนานถึง 8 ชั่วโมง เปลี่ยนเครื่อง หยุดพักเครื่องก็เคย.....สิน่ากลัวกว่า
กลัวว่า จะขึ้นเครื่องไม่ทัน โดยเฉพาะการตรวจตราเอกสาร และเวลา.....ที่ไม่ตรงกัน
ที่สิงคโปร์ เวลาจะผิดจากไทยเพียง 1 ชั่วโมงพอดี บ้านเรา ห้าโมง แต่บ้านเขา เที่ยงแล้ว อย่างนี้เป็นต้น
แต่เมื่อคราวไปคูเวต ครูอ้อยต้องเลื่อนเข็มนาฬิกาตั้ง 7 ชั่วโมงกว่า ...ไม่งั้น ขึ้นเครื่องไม่ทันแน่ ไปอังกฤษก็เช่นเดียวกัน เรื่องเวลา ทำให้ได้กำไร ได้อยู่ที่ประเทศอังกฤษอีก 1 วัน แถมๆๆ เพราะ เวลาที่ไม่ตรงกันนี่ล่ะ
ดังนั้น คนเดินทาง ต้องทำความเข้าใจให้ดี โดยเฉพาะในวันเดินทาง......ยิ่งคนที่เดินทางคนเดียว ไม่มีเพื่อนเดินทาง ยิ่งต้องกลัวเป็นพิเศษ กับ เอกสารที่ติดตัวมาต้องถูกต้อง เก็บให้ดี มีถุงพิเศษที่เก็บเอาไว้ ไม่ทิ้งไปไหนเลย จนกว่าจะถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว.....
ดังเช่นการเดินทางที่ลืมตั๋วเดินทาง ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน โดยมีเอกสารที่สามารถรู้ได้ว่า ท่านคือใคร จะไปไหน มีเอกสารอะไรยืนยัน.....
ครูอ้อย ยังไม่เคยไปไหนคนเดียว นอกจากเป็นกลุ่ม เป็นทีม เลยไม่ค่อยกลัวเท่าไร และภาษาก็พอพูดได้ ไม่กลัวเวลาที่ถูกซักถาม.....
ธรรมเนียมของการตรวจตราเอกสาร ตรวจกระเป๋าเดินทางของแต่ละเมือง แต่ละประทศก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ต้องศึกษาให้ดี โดยเฉพาะท่านที่ต้องเดินทางไปอยู่อาศัยนานๆ จะนำอะไรไปด้วย ต้องศึกษาให้ดี นำพาให้ถูกต้อง.....เครื่องสำอาง อาหาร ไม่จำเป็น
ครูอ้อยไม่นำพาไปเลย สบายใจ ยิ่งเดินทางบ่อยๆ ยิ่งเกิดความมั่นใจ และมีหัวใจของการเดินทาง รู้ทันทีว่า.....อะไรควร ไม่ควร
ส่วนการขับเครื่องบินของนักบิน ไม่ต้องห่วงเขาล่ะค่ะ ไม่ถึงคาด ก็ไม่ตายง่ายๆล่ะค่ะ
นอกจากนั้นสัญลักษณ์ต่างๆบนเครื่องบิน ต้องทำความเข้าใจ มีรูปเข็มขัดขึ้นมานั่นหมายความว่า...ห้ามเดินไปเดินมา นอกจากเจ้าหน้าที่.....ไม่อย่างนั้น จะถูกเจ้าหน้าที่ตักเตือน
เจริญพร โยมครูอ้อย
อาตมาไม่เคยนั่งเครื่องขนาดใหญ่ นั่งแต่ ฮ. ตอนไปเจริญพระพุทธมนต์ที่ฐานก๊าซของเชฟรอน กลางทะเลอ่าวไทย
การไปต่างประทศคนเดียว ต้องเรียนรู้ศึกษา วัฒนธรรมของแต่ละประเทศด้วยอย่างที่โยมครูบอก ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว เพราะแต่ละชาติ แตกต่างกันทุกอย่าง
แต่โยมครูมีประสบการณ์ไปต่างประเทศเยอะเลยไม่มีปัญหา เรื่องภาษาก็ไม่ต้องใช้ภาษามือ มากนัก มีเรื่องราวใดๆ อาตมาจะอ่านที่โยมครูเล่า ผ่านบล็อกนี้
เจริญพร
กรายนมัสการพระคุณเจ้า
พระปลัด
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ
ยังไม่เคย...ขึ้นเครื่องบินเลยค่ะพี่ครูอ้อย....ว่าจะเคยนี่แหล่ะค่ะ...แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ใด...แล้วแต่วาสนา...จะพาเราขึ้นเครื่องไปไหน....ระลึกถึงเสมอค่ะ..
สวัสดีค่ะ
สวัสดีคะ น้อง อ้อย
อ้อยเล็ก
สวัสดีค่ะ
ค่ะพี่ครูคิม
ยายคิม
เหรอ น้อง
ฐานิศวร์
หากครูอ้อยไปได้ จะไปหาค่ะ โทรมานะคะ
ตอนไปคูเวต ชายหญิง สามีภรรยา นั่งข้างพ่อบ้าน สวดมนต์เสียงพึมพำเลยค่ะ บนเครื่องตลอดเส้นทาง ครูอ้อยเลยขออาศัย ใบบุญไปด้วยค่ะ
เหรอ แล้วพักที่ไหน ใกล้ๆบ้านครูอ้อยค่ะ นัดมา กี่โมงดี ครูอ้อยจะไปหา ไปกินข้าวด้วยเนอะ พรุ่งนี้ใช่ไหมคะ
ขอบคุณค่ะ..พี่เดินทางครั้งแรกคนเดียวแสนเปลี่ยวใจ..ไปไกลพอควร จาก Bkk-Washington D.C. ต้องเข้าอบรมอยู่ ๓ เดือน..
...กระเป๋าเดินทางเดินทางไกลกว่าเจ้าของค่ะ..กว่าจะตามกลับมาเพราะมีผู้หยิบผิด..ล่วงไปสองอาทิตย์จึงได้คืนในสภาพเรียบร้อย..ดีว่ามีเพื่อนซึ่งอยู่ที่นั่นให้หยิบยืมเพราะขนาดตัวเท่ากัน และเขาตั้งท้อง จึงไม่ได้ใช้..
...ประสบการณ์นี้สอนว่า..อย่าใช้กระเป๋าแบรนด์นิยม โดยไม่ทำเครื่องหมายให้เห็นแตกต่าง..
สวัสดีค่ะ คุณพี่
นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
ครูอ้อย กำลังจะเขียนตอนต่อไป เลยไม่เขียนแล้ว นำมารวบเขียนในนี้เลยนะคะ ใช่เลยค่ะ กระเป๋า ที่ไหลมาตามเบลท์นั้น ต้องแตกต่างจากคนอื่นมากๆ คราวนี้ที่ผ่านมา ครูอ้อยมีประสบการณ์มาจากอังกฤษ เลยหาใบที่ไม่เหมือนคนอื่น วางมาในถาดเรียบร้อยแตกต่างจากคนอื่นเลยค่ะ
ขอบคุณ คุณพี่มากเลยนะคะ
น้อง
ฐานิศวร์
รัชดาซิตี้ ถนนลาดพร้าวรึเปล่าคะ ก็ใกล้ๆบ้านแฟลตครูอ้อยสิคะ แบบนี้สบายเลย ไม่ไกล ไม่รถติด เฮเฮ
ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ 1ตคที่ผ่านมา แอร์เอเซียมากทม.ครับกับภรรยา
แหมๆๆๆๆๆอิจฉาคนเขาจะเจอกัน....
กินขนมน้องฐานิศวร์เผื่อด้วยนะคะครูอ้อย
แต่...ห้ามนินทาเผื่อ อิ อิ