งานวิจัยเล็กๆสำหรับนักเรียน เป็นการแก้ปัญหาหรือข้อสงสัย หาคำตอบโดยการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

           ส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คือโครงงานวิทยาศาสตร์  เมื่อสอนจบในแต่ละหน่วยการเรียนรู้  จะให้นักเรียนจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์  ตามความสนใจ 1  โครงงาน  ให้นักเรียนเลือกประเภทของโครงงานตามความถนัด  โดยให้ความรู้เรื่องโครงงานแก่นักเรียนดังนี้

        โครงงานวิทยาศาสตร์ คือ  งานวิจัยเล็กๆสำหรับนักเรียน เป็นการแก้ปัญหาหรือข้อสงสัย หาคำตอบโดยการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์

1.   โครงงานประเภทสำรวจและรวบรวมข้อมูล โครงงานประเภทนี้ผู้ทำโครงงานเพียงต้องการสำรวจและรวบรวมข้อมูล แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาจำแนกหมวดหมู่ และนำเสนอในรูปแบบต่างๆเพื่อให้เห็นลักษณะหรือความสัมพันธ์ในเรื่องที่ต้องการศึกษาให้ชัดเจน

2.   โครงงานประเภททดลอง การทำโครงงานประเภทนี้ ต้องมีการจัดการกับตัวแปรที่มีผลต่อการทดลอง ซึ่งตัวแปรมี 4 ประเภท คือ
ประเภทของตัวแปร
   1. ตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระ หมายถึง เหตุของการทดลองนั้น
   2. ตัวแปรตาม ซึ่งจะเป็นผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตัวแปรต้น
   3. ตัวแปรควบคุม หมายถึง สิ่งที่ต้องควบคุมให้เหมือนๆกัน มิฉะนั้นจะมีผลทำให้ตัวแปรตามเปลี่ยนไป
   4. ตัวแปรแทรกซ้อน แท้จริงคือตัวแปรควบคุมนั้นเอง แต่บางครั้งเราจะควบคุมไม่ได้ซึ่งจะมีผลแทรกซ้อน ทำให้ผลการทดลองผิดไป แต่แก้ไขได้โดยการตัดข้อมูลที่ผิดพลาดทิ้งไป

3. โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ โครงงานประเภทนี้เป็นการนำเอาความรู้ที่มีอยู่มาประดิษฐ์หรือสร้างสิ่งใหมๆขึ้นมา

4. โครงงานประเภททฤษฎี โครงงานนี้เป็นการใช้จินตนาการของตนเองมาอธิบายหลักการหรือแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งอธิบายในรูปของ สูตร หรือ สมการ หรือ     อธิบายปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่สามารถอธิบายได้โดยหลักการเดิมๆ

 ขั้นตอนการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ขั้นตอนที่1 การได้มาของปัญหาที่จะทำโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาเป็นโครงงานนั้นมาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่งรอบตัว ข้อเสนอแนะเวลาจะหาเรื่องที่จะทำโครงงาน ลองเขียนคำถามที่อยากรู้คำตอบลงในกระดาษ ประมาณ20ข้อ แล้วจากนั้นจึงเลือกว่าคำถามใดที่น่าสนใจและน่าจะนำมาศึกษาเพื่อเป็นโครงงานต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ขั้นตอนนี้ เพื่อช่วยให้ได้แนวคิดที่ใช้กำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติม ในเรื่องที่จะศึกษาค้นคว้าดังกล่าวซึ่งเมื่อศึกษาแล้วควรบันทึกสรุปสาระสำคัญไว้ด้วย แหล่งข้อมูล เช่น การปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ การศึกษาผลงานของโครงงานวิทยาศาสตร์ การแสดงนิทรรศการโครงงานวิทยาศาสตร์ การศึกษาเทคนิคและวิธีการทดลอง ผลการศึกษาทดลอง ฯลฯ

ขั้นตอนที่ 3 การจัดทำเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยเค้าโครง โครงงานวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย
   1) ชื่อเรื่อง
   2) ผู้ทำโครงงานและที่ปรึกษาโครงงาน
   3) ที่มาและปัญหาหรือเหตุจูงใจในการทำงาน
   4)วัตถุประสงค์
   5)สมมติฐานและการกำหนดตัวแปร กรณีเป็นโครงงานทดลองและประดิษฐ์
   6)วิธีการดำเนินงาน ได้แก่ วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ แนวการศึกษาค้นคว้าและทดลอง ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับการออกแบบการทดลอง การสร้างสิ่งประดิษฐ์ หรืออื่นๆ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูล
   7)แผนการปฏิบัติงาน โดยกำหนดระยะเวลาในการศึกษากี่วันและศึกษาช่วงใด
   8) ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  10) เอกสารอ้างอิง
  11) เสนอโครงงานต่อที่ปรึกษา

ขั้นตอนที่ 4 การลงมือทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามแผนที่วางไว้ ดังนี้
   1) เตรียมวัสดุอุปกรณ์สารเคมี สถานที่ให้พร้อมก่อนการลงมือรวมทั้งเตรียมสมุดบันทึกการทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างทำโครงการ เช่น ผลการศึกษา ปัญหา แนวทางแก้ไข รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ
   2) การลงมือปฏิบัติ ตามแผนที่วางไว้ในเค้าโครง โดยจัดระบบการทำงานทำส่วนที่สำคัญๆ ให้เสร็จก่อน ปฏิบัติการทดลองด้วยความละเอียดรอบคอบ บันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบและครบถ้วน ทำการทดลองซ้ำ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
   3) วิเคราะห์และสรุปผล การวิเคราะห์ เป็นการนำข้อมูลมาจัดกระทำเพื่อนำเสนออย่างเป็นระบบและช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย เช่น ค่าเฉลี่ย หาค่าร้อยละ เขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ แล้วอธิบายหรือแปลความหมาย ของข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ จากนั้นจึงสรุป การสรุปการวิเคราะห์ด้วยข้อความสั้นๆ กระทัดรัดและครอบคลุม ผู้อ่านเข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทำโครงงาน
   4) การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การอภิปรายผลเป็นการพิจารณาข้อมูลที่ได้วิเคราะห์แล้ว พร้อมกับนำไปหาความสัมพันธ์ กับ หลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงการนำหลักการ ทฤษฎีหรือผลงานของผู้อื่นมาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วย ซึ่งหลังจากทำโครงงานอาจพบข้อสังเกต ประเด็นสำคัญหรือปัญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็นข้อเสนอแนะ ให้เห็นถึงปัญหา ที่ควรศึกษาและ/หรือใช้ประโยชน์ต่อไปได้

ขั้นตอนที่ 5 การเขียนรายงาน ประกอบด้วยส่วนสำคัญดังต่อไปนี้
   1) ส่วนนำ ประกอบด้วย ชื่อโครงงาน ชื่อผู้ทำโครงงาน ชื่อที่ปรึกษา คำขอบคุณ(กิติกรรมประกาศ) และ บทคัดย่อ โดยบทคัดย่อความยาวประมาณ 300-350 คำ
   2) บทนำ ประกอบด้วย ที่มาและความสำคัญของโครงงาน , จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า , สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี) ,ตัวแปรต่างๆ(ถ้ามี) , นิยามศัพท์หรือข้อตกลงเบื้องต้น (ถ้ามี)
   3) เอกสารอ้างอิง เป็นส่วนที่แสดงถึงการศึกษาหาข้อมูลหรือหลักการ ทฤษฎี หรือวิธีการที่จะนำมาใช้ในการออกแบบการทดลองต่อไป
   4) วิธีดำเนินการ ได้แก่ ระบบวัสดุอุปกรณ์สารเคมีต่างๆ วัสดุทางชีววิทยา  (ถ้ามี) ที่ต้องใช้ในการทำงาน อีกส่วนคือ การอธิบายขั้นตอนการทำงานโดยละเอียด
   5) ผลการศึกษา นำเสนอข้อมูล หรือผลการทดลองต่างๆ ที่สังเกตรวบรวมได้ รวมทั้งเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ด้วย
   6) สรุปและข้อเสนอแนะ อธิบายผลสรุป ที่ได้จากการทำงาน ถ้ามีการตั้งสมมติฐานให้ระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านสมมติฐาน ที่ตั้งไว้ หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนั้นยังควรกล่าวถึงการนำผลการทดลองไปใช้ประโยชน์ อุปสรรคของการทำโครงงาน หรือข้อสังเกตที่สำคัญหรือข้อผิดพลาด บางประการที่เกิดขึ้นจากการทำโครงงาน รวมทั้งข้อเสนอแนะ เพื่อการประบปรุงแก้ไขหากจะมีผู้ศึกษาค้นคว้าในทำนองนี้ต่อไป
   7) บรรณานุกรม

ขั้นตอนที่ 6 การเสนอและการแสดงผลงานของโครงงานวิทยาศาสตร์

        หลังจากที่นักเรียน เรียนจบเรื่องสารในชีวิตประจำวัน  ครูดาวเรืองได้รับการอนุเคราะห์หนังสือ เรื่อง ต้นไม้แห่งชีวิต จากคุณกานดา  แสนมณี     จำนวน 2 เล่ม  (ไปถ่ายเอกสาร อีก 10 เล่ม) มอบให้ห้องสมุดของโรงเรียน  และแนะนำให้นักเรียนศึกษาวิธีทำและประโยชน์ที่ได้รับจากนำมันมะพร้าว 

           นักเรียนเกิดความสนใจจึงได้เสนอจะทำน้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็นขึ้น  ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ครูดาวเรืองยุ่งมากๆ  จึงแนะนำให้นักเรียนรวมกลุ่มคนที่บ้านอยู่ใกล้กัน  แล้วไปทำที่บ้าน  สำเร็จแล้ว  นำเสนอผลงานที่หน้าชั้นเรียน (อิๆๆเป็นโครงงานที่มีจุดประสงค์สองชั้น   เพราะต้องมีผู้ปกครองมาช่วยด้วย  แน่นอน )  

             เมื่อนักเรียนเขียนเค้าโครงงาน   กำหนดปฏิทินในการทำงานแล้ว  ครูดาวเรืองไปถ่ายเอกสารหนังสือ  อีก 10 เล่มให้นักเรียนนำไปเป็นคู่มือในการปฏิบัติ    ให้เวลาไป 2 สัปดาห์    จึงมีการนำผลงานมานำเสนอดังนี้

        

     

      

                    การนำเสนอผลงานที่แสนจะภาคภูมิใจของแต่ละกลุ่ม

            

              ผลงานที่ส่งคุณครูคนละ 1 ขวด   บางกลุ่มใส่ขวดน้ำหอมมาแล้ว

               

     

                                      ผลงานนี้  ต้องปรับปรุง

                                  วาดภาพแสดงขั้นตอนการทำ

     

      รายงานโครงการ  เป็นเพียงบางส่วน  เพราะเครื่องสแกนมีปัญหา  เลยถ่ายภาพ  

      ไม่ละเอียดเท่าที่ควร

       

  กลุ่มนี้ทำขวดตกแตกก่อนส่งครู                  4  คนที่ไม่ให้ความร่วมมือในกลุ่ม 

   (มีโครงการลงโทษให้แก้ตัวด้วยการปลูกพืชสมุนไพร  ร่วมกับนักเรียนช้น ป.5  )

อ้างอิง

     -   สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.โครงงานวิทยาศาสตร.์ พิมพ์ครั้งที่ 3 .กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว,2544

    -  ต้นไม้แห่งชีวิต  มหัศจรรย์น้ำมันมะพร้าว

    -  ขอขอบคุณ  คุณกานดา    แสนมณี  ผู้แทนชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย   จังหวัดเชียงใหม่