ที่นี้มีเรื่องราง มีความหลังสำหรับผู้เขียน และมีฉิมพลี แสนแสบ กวี ป. สี่

              เดินทางออกจากภูเก็ต ตอนเช้ามืดปลายทางคือ บ้านญาติพี่น้องที่ราชกรูด จังหวัดระนอง แต่ทางผ่านมีญาติหลายครอบครัว ย้ายมาจากอำเภอทับปุด มาลงหลักปักฐาน หักร้างถางพง ทำสวน อยู่ที่ตำบลบางวัน  อำเภอคุระบุรี 

น้องชายที่เป็นทั้งเพื่อนและหัวหน้าของผู้เขียนสมัยทำแร่น้ำเค็ม 2519 -2522

        เป็นที่น่าสังเกตุเส้นทางสาย ตะกั่วป่า -ระนอง ชื่อหย่อมบ้าน มักขึ้นต้นด้วยคำว่าบาง เช่น  บางไทร บางใหญ่ บางนายสี  บางในสัง บางกรัก  บางแดด  บางด้ง บางวัน.......

      มีบางมากจริงๆ โค้งศรพระรามเป็นหมู่บ้านตั้งใหม่ราวปี 2510 ก่อนที่ผู้เขียนจะย้ายมาอยู่ที่พัทลุง เคยไปรับจ้างหักร้างถางป่าอยู่ที่นี้หลายปี  มาอยู่พัทลุงแล้ว ในปี 2519 ก็ไปทำแร่ที่หมู่บ้านน้ำเค็ม  ก็แวะเวียนมาพักที่บ้านญาติที่โค้งศรพระรามอยู่เป็นประจำ

       คนที่เป็นต้นคิดวางผังหมู่บ้าน ชื่อนายสุมินทร์ สมัยพิทักษ์ จากบ้านท่าทองสุราษฎร์  ได้ความคิดจากถนนที่โค้งท่านเปรียบเป็นคันศร ซอยในมู่บ้านล้วนมีความหมายเกี่ยวกับศรพระราม เช่น ซอยสายศร ซอยลูกศร

        ที่นี้คือบ้านหลังที่สองของผู้เขียน มีเรื่องราวมีความหลัง และมี"ฉิมพลี แสนแสบ "นักกวี ป.สี่ ที่ผู้เขียนเคยเอ่ยถึงในบันทึกhttp://gotoknow.org/blog/bangheem/336068

     ผ่านทางมาจึงแวะเวียนถามข่าวคราวญาติมิตร หาข้าวเที่ยงกิน กะว่าจะเดินทางต่อ  แต่ผู้เขียนยังไม่ได้พบคนที่อยากพบ คือน้องชาย นาย ร่อเหม หอมหวล จึงชวนหลานสาวตามไปทำงานผลปรากฎว่าถ้าไม่ได้กินข้าวอีกมื้อ เราไม่มีสิทธิเดินทางต่อ 

ฮะซะน๊ะหลานสาว

      ว่าแล้วก็ชวนผู้เขียนลงไปในกระชัง เป็นเหตุให้ไปไม่ถึงระนอง ต้องเดินทางกลับไปนอนที่ภูเก็ต

ปี2522ผู้เขียนมาร่มทุนเลี้ยงปลาเก๋าที่เป็นรุ่นแรกที่เลี้ยงปลาในกระชัง

ชี้เลย บังหีมจะกินตัวไหน

ตัวนี้ปลาม็องฟ้า

นี้หอยนางรม

นี้หอยแมงภู่

ตัวนี้ปลามอ็งแซ่

ปูไข่

ปลาเก๋าดอกหมาก

ช่วยกันล้างช่วยกันปรุง

แล้วก็ออกมาเป็นอย่างนี้

อยางนี้

อย่างนี้

อย่างนี้

และอย่างนี้ทีเป็นอุปสรรคเดินทางไม่ถึงที่หมาย