การเดิมพันด้วยชีวิตน้อยๆ
ฉันได้ยินมานาน....
ใครๆ เขาก็ต่างพูดกันว่า....เด็กๆ คือผ้าขาว
เออ...ใช่ๆๆ (เจ้าความคิดยืนกรานสนับสนุนเต็มที่ด้วยท่าทีมาดมั่น)
บ้างก็ว่า....ไม่ใช่หรอก ไม่ได้ขาวซะทีเดียวหรอกน่า
แต่อาจจะเป็นสีพื้นสีต่างๆ ที่อ่อนมากๆ เท่านั้นเอง
เห็นนั่นมั๊ยล่ะ...พี่น้องท้องเดียวกัน...ยังไม่เหมือนกันเลย...
เอ...ท่าจะจริง (เจ้าความคิดมันเริ่มขัดแย้งในตัวตนของมันเองและออกวิ่งไปซบอยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งแล้ว)
เอาไงดีล่ะทีนี้....
หากมีใครบอกฉันเพิ่มเติมว่า....
“สีที่แต่งแต้มลงไปบนผืนผ้าขาวนั้น หากมันเป็นสีทึบๆ มอๆ ล่ะก็ เด็กก็จะเป็นไปตามแบบแห่งสีนั้นแหละ”
ฉันตั้งคำถามในใจแย้งขึ้นมาว่า...บนผืนผ้าขาวที่จิตรกรใช้วาดรูปนั้นบางครั้งสีทึบๆ มอๆ ก็ยังช่วยทำให้ภาพที่ออกมาดูดีได้เหมือนกันนี่นา….
และหากจะมีใครบอกฉันอีกว่า....สีที่แต่งแต้มไปหาใช่ความสกปรกไม่ มันคืออารมณ์ จิตใจ ประสบการณ์และความต้องการที่แตกต่างกันตามสภาพการณ์ที่แวดล้อมนั่นเอง
ฉันก็คงจะไม่เถียงด้วยคำพูดใดๆ....
ฉันนั่งมอง....เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนผืนผ้าที่อาจจะขาวหรือไม่ขาว แต่เป็นเพียงสีพื้นอ่อนๆ เป็นทุนเดิมนั้น
หากมันจะเป็นแค่ผืนผ้าใบที่ใช้วาดรูป......
ทว่าในสิ่งที่เขาเปรียบเปรยไว้....นั่นคือ....เด็กน้อย
เด็กน้อยที่ถูกป้ายสีต่างๆ ตามสภาวการณ์แห่งอารมณ์ จิตใจ ประสบการณ์และความต้องการที่แตกต่างไปของผู้แต่งแต้มล่ะ.....
มันคือการเดิมพันด้วยชีวิตน้อยๆ ชีวิตนั้นไม่ใช่หรือ....ว่าจะออกมาเป็นเช่นไร

สวัสดีครับน้องครูแอน
(มันคือการเดิมพันด้วยชีวิตน้อยๆ ชีวิตนั้นไม่ใช่หรือ....ว่าจะออกมาเป็นเช่นไร)
บันทึกนี้เป็นการถามทางก่ผู้วาดภาพลงบนชีวิต เด็กน้อย การศึกษาคือส่วนหนึ่งที่คนคิดนโยบายต้องการแต่งแต้ม บนผ้าขาว
ไม่ว่าไครจะวาดจะแต้มสี ครอบครัวต้องกำหนดสีที่เอามวาด การพัฒาคนถ้าขาดซึ่งอารมณ์ จิตใจเราก็จะได้แต่คนเก่ง
เก่ง ดี มีสุข คือวาทะกรรมที่เป็นคำขวัญ สาสุขเองก็ออกนโยบาย สุขภาวะชุมชนมาให้คนมีสุขภาพ สี่ ด้าน กายจิต ปัญญา สังคม ยังเป็นวาทะกรรมและวรรณกรรมในโครงการ
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่แอน
เดิมพันชีวิตน้อยๆ .. นึกถึงเพลงนี้เลยค่ะ สมัยช่วงเราก่อนๆ นี้วิถีอาจจะถูกกำหนดด้วย ค่านิยมสังคม ว่าต้องอย่างนั้น อย่างนี้ดี ตามกระแสกันมา หากแต่ทว่ายุคสมัยใหมนี้
ปรารถนาให้เด็กน้อยเมื่อโตแล้ว เค้าจะสามารถเลือกวิถีที่แตกต่างอย่างต้องการได้ดั่งใจในแบบฉบับของตนเอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ให้เค้าได้แต่งแต้มและเติมเต็มสีสันให้โลกใบนี้
สุขสันต์วันสิ้นปีงบฯ พบกับสิ่งใหม่ๆ ดีๆ ที่ราบรื่นเสมอ เช่นเคยค่ะ คิดถึงๆ ค่ะพี่
คิดถึงจังค่ะ น้องแอน
ถูกของน้องแอนนะคะ กว่าจะมาโรงเรียน
เด็กก็ได้ถูกแต้มสีมาแล้ว กว่าจะมาถึงมัธยม
อาจจะถูกแต้มสีจนเปรอะ เลอะเทอะ
ผ้ามัดย้อม(สี)ของเรา จึงอาจจะ..สีไม่สวย
ทางตะวันออกเชื่อว่า เด็กมีทั้งดำและขาว แล้วแต่ว่าจะปลูกฝังเลี้ยงดูหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้สีใดชัดเจนขึ้น หากขาวมากก็เป็นคนดี หากดำมากก็เป็นคนเลว ภายใต้สองสีนี้จึงสรุปได้ว่าทุกคนมีทั้งดีและเลวปะปนกันอยู่ เพียงแต่ส่วนไหนจะมากกว่ากัน
สวัสดีค่ะบัง
สวัสดีค่ะน้องปู
poo
สวัสดีค่ะคุณ
ชำนาญ เขื่อนแก้ว
สวัสดีค่ะพี่นงเยาว์
ครู ป.1
สวัสดีค่ะ
นาย วัลลภ ตังคณานุรักษ์ (ครูหยุย)
สวัสดีค่ะ คุณ
บุษรา
ผ้าขาวสองผืนนั้น...สะอาด บริสุทธิ์ สดใส จริงๆ ค่ะ
ขอบคุณที่ร่วมแต่งแต้มสีสดใสให้บันทึกนี้นะคะ
ดูแลตัวเองและคนรอบข้างด้วยเปี่ยมสุขนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะน้องแอน พี่ไม่ได้มาเยี่ยมน้องซะนานมากเลยค่ะ ขอบคุณที่ไม่ถือสาและยังมีน้ำใจไปเยี่ยมพี่อยู่นะคะ
ไม่ว่าเด็กจะเป็นผ้าสีอะไร พี่เห็นด้วยค่ะว่าสิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ผู้ที่มีบทบาทในการทำให้ผ้านั้นงดงามและสะอาดเหมาะกับการใช้งานให้ได้
มาเชิญ น้องครูแอนไปเยี่ยมค่าย ครอบครัวสุขสันต์ที่ปากพะยูนครับ
สวัสดีค่ะ ครูแอน
•สบายดีน่ะค่ะ ไม่ได้แวะมาเยี่ยมกันนานแล้ว ห่างหายกันไปบ้างแต่ยังจำได้อยู่ค่ะ
•เด็กแต่ล่ะคนมีความแตกต่างกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วต่อจากนั้นคนเลี้ยงดูก็เหมือนคนวาดภาพนั่นเอง จะเติมแต่งอะไรก็ได้เช่นนั้น หลานหนูรี 2คน คนเลี้ยง 2คนแตกต่างกันเลยค่ะ
•ขอบคุณบันทึกดีๆค่ะ
สวัสดีครับ ครูน้องแอน
ใกล้ก็เหมือนไกล ...ไกลก็เหมือนไกล
สบายดีนะน้อง
ขายลองกองหมดหรือยัง...ฮ่าๆๆ
คิดดี...คนเรานี้แปลก เลี้ยงดีแต่ไม่รักดีมีเยอะไป
ขอบคุณมาก
สวัสดีค่ะพี่แอน สบายดีไหม มาส่งความคิดถึง สุขส้นต์ปีใหม่นะคะ
เด็กน้อยที่เกาะ มาชวนคุณครูไปผ่อนพัก เทศกาลแห่งความสุขค่ะ :)