พบแฟนพันธุ์แท้บนรถไฟฟ้า

       ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมมีโอกาสนั่งรถไฟฟ้าเพียงสามครั้งเท่านั้น ครั้งแรกนั่งตอนรอบปฐมฤกษ์ที่เขาเชิญไปนั่งเป็นเกียรติ์ร่วมกับบรรดารัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาทั้งหลาย  เที่ยวสองนั่งไปดูสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนหลากสีที่อนุสาวรัย์ชัยสมรภูมิ และเที่ยวสามเมื่อวานนี้เองครับ

       เหตุที่นั่งรถไฟฟ้าเพราะขยาดกับรถติดครับ เนื่องจากเมื่อคืนวันพฤหัสฯผมต้องใช้เวลาตั้งแต่ทุ่มตรงถึงเกือบสี่ทุ่มในการขับรถจากจุฬาฯมาถึงบ้านที่หลักสี่ครับ หัวเข่านี่ระบมไปหมด

       เมื่อวานเป็นวันศุกร์ บ่ายต้องไปประชุมที่บริษัทย่านสุขุมวิท ผมจินตนาการได้ว่ากว่าจะเลิกประชุมก็เย็น หากฝนตกด้วย ผมแย่แน่ในการขับรถจากที่นั่นกลับมาบ้าน จึงตัดสินใจขับรถไปจอดไว้ที่หมอชิตแล้วขึ้นรถไฟฟ้าไปลงสุขุมวิทจะดีกว่า แล้วก็สบายจริงๆ กับบรรยากาศแปลกใหม่ของผู้คนรอบข้าง และเวลาที่ไม่นานก็ถึงที่หมาย

       ขากลับ คนแน่นมากในรถไฟฟ้า แต่ก็สบายเพราะใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่หมาย ขณะยืนเพลินๆ ก็มีคุณป้าคนหนึ่งลุกจากที่นั่งมายืนถามว่า "ใช่ครูหยุยไหมค่ะ" เมื่อตอบว่า "ใช่" ป้าก็จับมือผมและบอกว่า "เป็นแฟนพันธุ์แท้ ดีใจที่ได้เห็นตัวเป็นๆ ด้วย"

        จากนั้น ป้าก็บรรยายระบายทุกข์ในใจยาวยืด สรุปได้ความว่า ทุกข์ใจที่บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ทะเลาะกันไปหมดทั้งในบ้านและนอกบ้าน กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ เด็กไม่เคารพผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็ไม่ค่อยเข้าใจเด็ก วิทยุก็ด่าทอกันไปมา หยาบคาย

        สักพักป้าก็ถามว่า ผมจะลงที่ไหน เมื่อบอกว่าจะลงหมอชิต ป้าก็ยิ้มและบอกว่า"ลงที่เดียวกัน ฟังป้าต่อน่ะอย่าเพิ่งเบื่อ" ผมก็พยักหน้าและยิ้มให้ ช่วงท้ายนี้เองที่ป้าบอกว่าจะต้องให้ครอบครัวช่วยแก้ไข โดยให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นหลักในการส่งเสริมบทบาทครอบครัว  ป้าพูดจริงจังมากและบอกว่าเขียนรายละเอียดเสร็จแล้ว กลับถึงบ้านที่พัทลุง จะส่งให้ผมเพื่อขอให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พยายามดำเนินการด้วย

        เมื่อถึงที่หมาย ป้าจับมือผมและอวยพรว่า "รักษาเนื้อรักษาตัวนะลูก เจริญๆ นะ"ผมยกมือป้าแตะบนศรีษะผมและกล่าวคำว่า "ขอบคุณครับ"

        วันนี้ผมขับรถกลับบ้านจากหมอชิตด้วยความสุขและรถไม่ติดด้วย