บทความบทที่ 1 เรื่อง การพัฒนาภาวะความป็นผู้นำในตัวคุณให้แข็งแกร่ง
โดย อาจารย์ ปกรณ์ วงค์รัตนพิบูลย์
วันที่ 16 เมษายน 2552
ในปัจจุบันเราประสบปัญหา เรื่องวิกฤตผู้นำอยู่ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศ องค์กร หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพราะดูเหมือนจะเป็นผู้นำที่เป็น "ของแท้" หรือผู้นำที่ "น่าเชื่อถือ" จริง ๆนั้นยากมากการสร้างคนให้มีภาวะความเป็นผู้นำนับว่ามีความสำคัญมาก เพื่อที่จะทำให้องค์กรพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นมุมมองในการพัฒนาตนเอง ดังนี้ 1.การมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน 2.มีความเชื่อมั่นในตนเอง 3.มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ในแผนงานอย่างต่อเนื่อง 4.มีการสื่อสารความเข้าใจกับผู้อื่น 5. รับฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ 6. การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเยียม 7. ความมีใจรักในงานที่ทำ 8.การรู้จักแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 9. ความเป็นผู้รับผิดชอบอย่างแท้จริง ซึ่งการพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำ จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือไปทำกันเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการหรือผู้บริหารเท่านั้นแต่ควรเรียนรู้และพัฒนา มีความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมที่ด้านทักษะ (Hard Skill)และมีภาวะความเป็นผู้นำ (Soft Skill) หากองค์กรใดให้ความสำคัญเรื่องภาวะผู้นำกับบุคคลทุกระดับแล้ว ก็พร้อมที่รับการเปลียนแปลงและการแข่งขันได้ในทุกระดับ
บทความบทที่ 2 เรื่อง ภาวะผู้นำทางการศึกษาในสังคมโลกาภิวัฒน์
โดย ครูฌอง
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2552
ผู้บริหารในยุคโลกาภิวัฒน์ ต้องใช้ภาวะผู้นำให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงโดยสามารถปรับตัวให้เหมาะสมกับทุกสภาพการณ์ได้ และใช้ความรู้ความสามารถของตนให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพซึ่งมีคุณลักษณะที่สำคัญ 5 ประการ 1. การคิดแบบโลกาภิวัฒน์ (Thinking Globally) 2.เล็งเห็นเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Appreciating Cultural Direvrsity) 3.พัฒนาความชำนาญทางด้านเทคโนโลยี่ (Developing Technology Savvy) 4.การสร้างคู่ค้าธุรกิจและพันธมิตร(Building Partnerships and Alliances) 5.สร้างการมีส่วนร่วมในการเป็นผู้นำ( Sharing Leadership) ซึ่งการสร้างภาวะผู้นำทางการศึกษาในยุคโลกาภิวัฒน์ผู้บริหารต้องเป็นมืออาชีพและมีจิตวิทยาในการบริหารคน องค์กร มีคุณธรรมจริยธรรมในการบริหาร ถือเป็นสิ่งที่สำคัญของภาวะผู้นำ ที่แท้จริง
บทความบทที่ 3 เรื่อง บทบาทของผู้นำ( Leader Roles) ต่อยุทธศาสตร์การบริหารในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
โดย รศ.สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์
จาก Http://suthep.ricr.ac.th
โลกในยุคโลกาภิวัฒน์ นับวันจะทวีความสลับซับซ้อนมีความวุ่นวายตลอดจนมีการเปลียนแปลงต่าง ๆเกิดขึ้นมากมาย เราไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ผู้นำองค์กรจำเป็นต้องไวต่อการเปลียนแปลง จะต้องเตรียมความพร้อมและสร้างยุทธศาสตร์การบริหารมาหลอมรวม 3 มิติที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความก้าวหน้าหรือความเสื่อมถอย ได้แก่ 1. มิติด้านการบริหารความเปลี่ยนแปลง 2. มิติด้านการบริหารงาน 3. มิติด้านการบริหารคน การจัดมิติทั้ง 3 ให้คล้องจองกันซึ่งเรียนว่า Aligning และที่สำคัญ ผู้นำต้องรู้จักใช้สไตล์ (style) หรือ แบบภาวะผู้นำ (Leadership Styles) ได้อย่างเหมาะสม และมีวิสัยทัศน์ที่ดี สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม สมกับเป็นผู้นำในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
เรียน อาจารย์ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์
ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงที่ได้ถ่ายทอดความรู้ภาวะผู้นำดิฉันขอส่งฃ้อสอบความกรุณาให้คำแนะนำด้วยนะคะ ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ
ข้อสอบข้อที่1 พฤติกรรมผู้นำตามการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ(Ohio State Leadership Studies)และการศึกษาของมหาลัยมิชิแกน(University of Michigan Research Studies)มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
มีความเหมือนกันคือมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอจะเป็นแบบ 2 มิติ คือมุ่งกิจสัมพันธ์และมิตรสัมพันธ์ซึ่งจะมีพฤติกรรมที่เหมือนกันกับการศึกษาของมหาวิทยาลัยของมิชิแกนที่เป็นแบบมุ่งผลผลิตกับมุ่งงาน ส่วนที่แตกต่างกันคือการศึกษาของมิชิแกนแบ่งพฤติกรรมของผู้นำแบบเส้นที่ต่อเนื่องแต่ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอแบ่งพฤติกรรมเป็นอิสระต่อกัน
ข้อสอบข้อที่2 จากการศึกษาของBlackและMouton ได้ผู้นำกี่แบบอะไรบ้าง ท่านคิดว่าผู้นำแบบใดที่มีประสิทธิภาพสูงได้แก่แบบใดบ้าง
BlackและMouton ได้ผู้นำ 5 แบบ ได้แก่
1. แบบไม่เอาไหน(Impoverished)
2. แบบเผด็จการ(Task Oriented)
3. แบบนักบุญ(Country Club)
4.แบบทางสายกลาง(Middle of the road)
5. แบบทำงานเป็นทีม(Team)
ตามความคิดของข้าพเจ้าคิดว่าผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงได้แก่แบบทำงานเป็นทีมเพราะเป็นผู้นำที่มีความรับผิดชอบสูงมุ่งทั้งผลงานและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชามีความคิดริเริ่มผลงานและปฏิบัติไปพร้อมๆกัน ผู้ใต้บังคับบัญชามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เมื่อเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งจะแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล
ข้อสอบข้อที่3 ทฤษฎี 3 มิติของRedin ประกอบด้วยอะไรบ้าง และผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงได้แก่แบบใดบ้าง
ทฤษฎี 3 มิติของRedin ได้แก่
1. มิติแบบมุ่งงาน(Task Oriented)
2. มิติแบบมุ่งสัมพันธ์(Relation Oriented)
3. มิติแบบมุ่งผลิตผล(Effectiveness)
แบบผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงคือจะต้องมีทั้ง3แบบมาบูรณาการใช้ร่วมกันจึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ข้อสอบที่5 วิธีการในการพัฒนาภาวะผู้นำสามารถทำได้อย่างไรบ้าง
วิธีการในการพัฒนาผู้นำได้แก่
1.เรียนรู้จากการทำงาน(Learn on the job) การเป็นผู้นำสามารถเรียนรู้จากการทำงาน งานที่ท้าทายมากเท่าใดย่อมเรียนรู้มากเท่านั้น
2.เรียนรู้จากผู้อื่น เช่นเพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาในองค์กรมีหลายระดับชั้นทำให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลายแต่ผู้บังคับบัญชาจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญเพราะเป็นตัวแบบของบทบาท(Role Model)ทั้งในด้านดีและไม่ดี
3.เรียนรู้จากความผิดพลาด หรือผิดเป็นครู เป็นอีกวิธีหนึ่งในการพัฒนาภาวะผู้นำ
4.การใช้บทเรียนสำเร็จรูป(Programmed Instruction) เป็นวิธีการเรียนรู้ด้วยตัวเองและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ทดลองและจัดลำดับไว้แล้ว
ข้อสอบข้อที่6 ในอนาคตอันใกล้ท่านคิดว่าจะนำองค์ความรู้วิชาภาวะผู้นำไปใช้เพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างเกี่ยวกัการเปลี่ยนแปลงตนเองและการเปลี่ยนแปลงการทำงาน
สำหรับตัวข้าพเจ้าเองจะนำความรู้วิชาภาวะผู้นำไปใช้ในการทำงาน การเรียนรู้ภาวะผู้นำจากที่ได้ศึกษาทฤษฎี วิธีการ พฤติกรรมภาวะผูนำที่หลากหลาย ทำให้เกิดการเรียนรู้ เป็นกระจกส่องมองสะท้อนให้เห็นตัวเองที่เป็นอยู่ จุดด้อยที่ต้องรับการปรับปรุง แก้ไขเพื่อการพัฒนาและเห็นแนวทางที่จะปฏิบัติต่อไปในโอกาสข้างหน้าทั้งในสภาพที่เป็นผู้ตามหรือบางทีอาจได้ใช้ทฤษฎีต่างๆในบทบาทของผู้นำ ก็จะสามารถนำภาวะผู้นำ บทบาท พฤติกรรมแต่ละข้อแต่ละทฤษฎีไปปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การเรียนภาวะผู้นำทำให้เข้าใจในสิ่งที่ไม่เคยนึกถึง จะสามารถทำให้เข้าใจสถานการณ์แต่ละสถานการณ์ได้อย่างดียิ่ง ทำให้คิดได้ว่าจะนำหลักการใดไปใช้เพื่อให้เกิดผลดีกับตัวเอง ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และหน่วยงานของตัวเอง