"โลกนี้คือละคร" เป็นคำติดปากใครหลายคน เมื่อเราเจอปัญหาโลกแตก ปัญหาที่แก้ไม่ออก หรือปัญหาที่สับสนวุ่นวาย รวมทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วแต่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
ฉันไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่ป่วยอยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่มีโอกาสได้คุยกับคนที่เพิ่งรู้จัก เพราะเราเดินลงลิฟท์มาด้วยกัน เขาช่วยฉันถือของ "ของเยี่ยมไข้" ที่ญาติมอบให้ฉันนำไปแจกเด็กที่โรงเรียน เธอส่งฉันถึงรถ ฉันถือโอกาสเลี้ยงกาแฟเย็นแก่เธอเป็นการขอบคุณ
เธอเล่าว่าเธอเดินทางมาจากภาคใต้ และจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ ทำให้เราคุยกันอย่างคุ้นเคย เธอเล่าไม่ปิดบังว่า "เธอเป็นคนไร้ญาติ พ่อเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเล็ก แม่มีสามีใหม่ที่ฐานะดีแต่ไม่สามารถรับเธอให้อยู่ด้วย เธอจึงถูกโยนให้ไปอาศัยอยู่บ้านญาติแต่ละคนบ้างตลอดเวลา"
เธอเติบโตด้วยการดูแลตนเองตั้งแต่เรียนจบชั้นประถมศึกษา รับจ้างและค้าขายเล็กน้อย ส่งเสียตนเองจนเรียนจบชั้นมัธยมปลายจากสถาบันการศึกษานอกโรงเรียน และเรียนจบปริญญาตรีภาคสมทบของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จนสอบเข้ารับราชการได้ และลาศึกษาต่อจนจบปริญญาโท
เมื่อเธอมีฐานะมั่นคง เธอได้สืบเสาะหาแม่บังเกิดเกล้า พบว่าพ่อเลี้ยงเสียชีวิตแล้ว และแม่มีฐานะระดับผู้มีอันจะกิน เธอเคยคิดแค้นแม่และน้อง ๆ ของพ่อใหม่มาก ที่เห็นเขาอยู่ดีกินดี ร่ำรวยกันทุกคน
ภายหลังเธอได้ไปปฏิบัติธรรม ทำให้นึกถึงบาปบุญคุณโทษและกรรมเวร เธอได้ส่งสิ่งของและเงินไปให้แม่ของเธอ ทำให้เธอรู้สึกว่าความคับแค้นที่แน่นอยู่ในอกหายไปอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเธอได้รับความภาคภูมิใจ เธอจึงส่งเงินให้แม่ของเธอต่อ ๆ มาเพื่อทดแทนพระคุณที่ทำให้เธอได้เกิดมามีชีวิต
"บางครั้งหนูโทรศัพท์บอกแม่ว่าจะส่งเงินให้ แต่ยังไม่มีเวลาส่ง แม่จะโทรศัพท์มาตาม เหมือนกับหนูเป็นหนี้แม่ หนูรู้สึกน้อยใจ คราวนี้ก็เหมือนกันหนูบอกว่าได้โอนเงินไปให้แล้วหนึ่งหมื่นบาท และขอให้แม่แบ่งให้น้าห้าพัน เพราะน้าป่วย แต่แม่บอกว่าจะยึดของน้าไว้สักสองพัน ทั้งที่แม่เป็นคนรวยแต่น้าจน ทำให้หนูไม่สบายใจว่าการให้เงินแก่แม่และน้าหนูยังต้องทุกข์ใจ" ฉันตั้งใจรับฟังเรื่องที่เธอเล่าและเห็นใจ และไม่กลัวที่จะคุยกับคนแปลกหน้าได้นาน ๆ เช่นนี้ อีกอย่างร้านกาแฟเป็นร้านของลูกสาวเพื่อน จึงไม่กังวลอะไรมากนัก
"เดิมหนูอยู่คนเดียวแบบไร้ญาติมาตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี หนูรู้สึกสบายใจมาก" เธอเล่าไปและหยุดสะอึกบ้างเล็กน้อย
"ไม่นานมานี้แม่บอกให้หนูขายบ้านและย้ายไปอยู่กับแม่ แม่จะยกบ้านให้เป็นสมบัติของหนู หนูได้ปฏิเสธไปแล้วหละ" เพราะเธอบอกว่าเมื่อเธอทุกข์ลำบากตอนวัยเด็กแม่ไม่ใส่ใจที่จะดูแลว่าเธอเป็นลูกเลยสักนิดเดียว มีแต่ขับไสไล่ส่งให้เธอไปอยู่กับคนอื่น ไม่สนใจที่จะส่งให้เรียนต่อ
"สิ่งที่หนูจำติดตาและไม่ลืมก็คือ หนูย้ายไปอยู่กับแม่เมื่ออยู่ประถมปลาย หนูต้องห่อข้าวไปโรงรียน หนูดักรออาหารกลางวันจากแม่ แต่แม่ให้ใส้กรอกหนูอันเล็ก ๆ เท่าหัวแม่มือแบบโยนให้ ทำหน้ากระฟัดกระเฟียดแบบไม่พอใจมาก ๆ " เธอเล่าถึงตอนนี้ฉันสังเกตเห็นความขมขื่นจากดวงตาของเธออย่างเด่นชัด
"คุณรู้ไหมคะ หน้าหนาวหนูต้องนอนห่มกระสอบแทนผ้าห่มและนอนด้านนอกของตัวบ้าน ที่เขาเรียกว่าห้องครัว มีฝากั้นไม่ครบ เนื่องจากหนูกลับบ้านดึกเพราะหนูไปรับจ้างเสียบใบยาสูบ" ทำให้ทราบว่าเธอมีรายได้จากการรับจ้างคืนละ ๒-๓ บาทเท่านั้นเอง เธอยืนยันและฉันรู้สึกเชื่อสนิทตามที่เธอบอกเล่า
"วันก่อนหนูโทรศัพท์ไปคุยกับน้า ทำให้ทราบว่าแม่มีกำไรจากการค้าข้าวปีละหลายแสนบาท แต่หนูไม่อิจฉานะคะ เพียงแต่...งงกับความรู้สึกและการกระทำของแม่ที่มีต่อหนู แม่ทำเหมือนต้องการเงินจากหนูเสมอ ๆ " แววรันทด ขมขื่นยิ่งปรากฏชัดจากดวงตาที่สักครู่มีน้ำตารื้น ๆ ที่ขอบตาของเธอ
เราจากกันด้วยการเป็นกำลังใจให้กันและกัน "ขอให้เธอเป็นคนแข็งและแกร่งต่อไป เพราะชีวิตคือการต่อสู้ ความแกร่งเท่านั้นที่จะยืนหยัดได้อย่างทรนง "เธอทิ้งท้ายว่า "หนูขอกลับไปเป็นคนไร้ญาติแบบเดิม ๆ ของหนูดีกว่าสบายใจดี ใครจะว่าหนูเนรคุณก็แล้วแต่" ...
ปัจจุบันเธอได้ลาออกจากราชการมาประกอบอาชีพส่วนตัว และอยู่ระหว่างการศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เธอบอกว่า "ขอชดเชยให้กับวัยเด็กที่อยากเรียนแล้วไม่ได้เรียน ทำงานรับจ้างมองเพื่อน ๆ ไปโรงเรียน"
ขอส่งกำลังใจให้เธอทำความดี และเชื่อเรื่องการทำดี ทุกอย่างเลือกได้ ขอให้เธอเลือกที่จะทำดีต่อไป "ชีวิตต้องแกร่ง"
สวัสดีค่ะ...พี่คิม...
บางคนเขาเกิดมาในฐานะร่ำรวย เขาไม่มีโอกาสได้สัมผัสสิ่งที่เราเจอ เขาใช้เงินจำนวนมากมายมาซื้อประสบการณ์ที่ทำให้เราแกร่งไม่ได้หรอก.. เราโชคดีขนาดไหน...
ขอบคุณมากครับ มาเยี่ยมรอบดึกครับ
สวัสดีค่ะพี่คิม
อ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้เพิ่มกำลังใจของตัวเองได้มากเลยครับ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม
อ่านแล้วก็นึกชื่นชมพี่คิมที่เป็นมิตรที่ดีของเธอ ได้ให้เวลารับฟังเธอเล่า ระบาย การได้รับฟังก็คงได้ช่วยเธอระดับหนึ่งแล้วค่ะ
เธอเป็นคนดีและเข้มแข็งจริงๆค่ะ ปัญหาหลายอย่างเธอผ่านมาได้ก็คิดว่านี่คือจุดแข็งของเธอที่จะเอาชนะอุปสรรคต่างๆได้โดยเฉพาะตอนนี้ ที่อาจขัดแย้งในใจเรื่องแม่ ก็ขอเป็นกำลังใจให้เธอด้วยคนค่ะ
ขอบคุณพี่คิมที่นำบันทึกดีๆนี้มาแบ่งปันค่ะ
อ่านแล้วรู้สึกว่าทำให้ตัวเองมีกำลังใจมากขึ้นเพราะคนเราเกิดมาใช่ว่าจะสุขอย่างเดียวจะต้องมีทุกข์ และสุข ปะปนกันไป "สิ่งใดที่เรารู้เท่าทัน สิ่งนั้นไม่สามารถที่จะดึงใจของเราไปทรมานให้เกิดทุกข์ขึ้นได้"
แวะมาเติมกำลังใจให้กันและกันค่ะ
"ขอให้เธอเป็นคนแข็งและแกร่งต่อไป เพราะชีวิตคือการต่อสู้ ความแกร่งเท่านั้นที่จะยืนหยัดได้อย่างทรนง "
ขอบคุณค่ะครูคิม
กระผมเคยห่มกระสอบนอนหนาว และมาถึงวันนี้ การเดินทางแสวงบุญ จะช่วยทำให้จิตอยู่เหนือความหม่นหมองทางภายนอกได้ครับ ผมเชื่อเช่นนั้น...
.....
ขอบพระคุณมากครับคุณครู
พี่คิมคนเก่ง......
อ่านแล้วสะท้อนใจแทนผู้หญิงคนนั้นนะคะ
เธอมีปมในใจมาตั้งแต่ออกจากบ้านมา....จนถึงปัจจุบัน
แล้วใครจะเป็นผู้ลบปมนั้นให้กับเธอได้ นอกจากตัวเธอเอง....
สวัสดีค่ะน้องบุษยมาศ
สวัสดีค่ะน้องราชิต สุพร
สวัสดีค่ะคุณชำนาญ เขื่อนแก้ว
เธอเข้มแข็งและแกร่งมากค่ะพี่คิม คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกเป็นคนดีได้ ... ขอให้เธอพบเจอแต่สิ่งดีๆ ผู้คนดีๆ มีกำลังใจตลอดไปค่ะ ขอชื่นชมคนดีๆ ในสังคมค่ะ ...
เวลาเดินทางเราพบเจอผู้คนมากมาย แต่จะรับรู้เรื่องราวได้ด้วยการเปิดใจ คนแปลกหน้าน้อยรายที่จะเล่าระบายทุกข์นอกจากว่ามีเซนส์รับรู้ได้ พี่คิมแม่พระ เธอจึงวางใจ ..
สวสดีค่ะครูคิม
- ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่ไว้สั่งสอนตัวเอง และนำไปเล่าต่อให้เพื่อนๆและนักเรียนฟังค่ะ
- พอได้อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้ทราบได้เลยว่าใครยังมีกรรมอยู่ ก็คุณแม่ของเขาสิคะ กรรมที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนนิสัยของตัวเองได้ รวยแล้วไม่พอ เบียดบังผู้อื่น ฯลฯ
- ดีใจกับคุณผู้หญิงในเรื่อง คุณได้หลุดจากวิบากกรรมแล้ว คุณพบกับคนหลายคน ที่คอยให้กำลังใจคุณค่ะ ดูที่ความสำเร็จ นั่นแสดงถึงว่า คุณมีทั้งพรสวรรค์ และพรแสวง เก่งมากค่ะ ยินดีด้วยค่ะ ว่าที่ด็อกเตอร์
- แต่ขออย่างหนึ่งให้คุณผู้หญิงจากเรื่อง อย่าคิดว่าร้าย หรือแสดงความเกลียดชังคุณแม่ของคุณ จงคิดในแง่ว่าท่านเป็นผู้ให้กำเนิด และพยายามปล่อยวาง เชื่อว่าคุณทำได้แน่นอน เพราะคุณบอกว่ามีความสุขและสบายใจแบบคนไม่มีญาติ อย่าลืมนะคะคนรอบข้างสามารถเป็นญาติคุณได้ค่ะ แม้แต่ดิฉันเองระหว่างนี้ก็พยายามทำใจปล่อยวาง ในเรื่องที่กำลังเครียดเหมือนกันค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิมมาอ่าน ชีวิตต้องแกร่งทำให้ได้เห็นว่าชีวิตคนเรามีอะไรที่มากไปด้วยความแปรเปลี่ยนะคะ ได้ข้อคิดนะคะ
สวัสดีค่ะ
ชีวิต น่าสงสารมากเลยหนูคนนี้ แกร่งตามที่คุณครูคิมกล่าว การปฏิบัติธรรมน่าจะช่วยเธอได้อีก แม่ของคนก็มีหลายแบบ ขอบคุณเรื่องเล่าทำให้ทราบว่าชีวิตคนเราต้องแกร่ง ทั้งใจ แกร่งทั้งกาย นะคะ
สุขทุกข์อยู่ที่ใจ อยู่ที่วางจะแบกไว้หรือจะวาง
การได้ฝึกใจบ่อยๆจะทำให้มีความมั่นคงทางใจ ละได้วางได้ไม่มากก็น้อย
ฟังแล้วรู้สึกสงสารและเห็นใจจังเลย ขอเป็นกำลังด้วยคนค่ะ
มาชม
เป็นละครชีวิตจริง ๆ นะครับผม..
สวัสดีค่ะน้องอิงจันทร์