บ่ายแก่ ๆ ของวันที่ 7 กรกฎาคม  คณะของฉันก็เดินทางถึงที่พัก " พาวีเลี่ยน ริมแคว รีสอร์ท" จากป้ายหน้าสุด ขับรถชมบรรยากาศของรีสอร์ทไปเรื่อยเฉื่อย  ด้วยเนื้อที่ถึง 79 ไร่  พานักเรียนห้องไร้กรอบ น้องต้นน้ำ และน้องต้นกล้า ไปพบกับคุณครูคนใหม่ โดยคุณครูได้รอต้อนรับด้วยความคิดถึง เพราะคุณป้าและเพื่อนของคุณป้ากับหลาน ๆ ไม่ได้เจอกันนานนับปี ฉันถือโอกาสประเมินผลบทเรียนก่อน ๆ ของลูก ๆ ที่พร่ำสอนเรื่องมารยาทเมื่อพบผู้ใหญ่ ปรากฏว่าผ่านการประเมิน เพราะน้องต้นน้ำและน้องต้นกล้า เข้าไปไหว้คุณป้าทั้งสองคือป้าป้อมและป้าแอ๊ะ อย่างงดงาม

คุณป้าป้อมมอบบทเรียนแรกให้กับนักเรียนห้องไร้กรอบ ด้วยวิชาการโรงแรม เริ่มตั้งแต่การติดต่อพนักงานเพื่อเข้าห้องพัก ซึ่งจริง ๆ แล้ว ป้าป้อมได้จัดเตรียมให้พวกเราอย่างดีแล้วจำนวน 2 ห้อง แต่ก็แกล้งใช้ให้หลาน ๆ ไปติดต่อ ซึ่งพนักงานก็ทราบดีอยู่แล้วว่าลูกค้าที่มาใหม่นี้เป็นน้องสาวและหลาน ๆ ป้าป้อม เด็ก ๆ รู้สึกตื่นเต้น เพราะได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าครั้งนี้มิใช่ครั้งแรกกับการพักโรงแรมหรู ๆ ของเด็ก ๆ แต่ทุกครั้งที่ผ่านมาฉันมักเป็นผู้จัดการทุกอย่างให้ลูกโดยลูกจะเดินตามหลัง  แต่คราวนี้ฉันเป็นฝ่ายเดินตามหลัง ซึ่งลูก ๆ ก็จะเป็นฝ่ายบริการแม่ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องการถือกระเป๋า การเปิดห้องพัก ลูก ๆ เค้าเข้าไปสังเกตเห็นอะไรก็จะนำมาบอกฉัน

ฉันรู้สึกพอใจในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำ ภูเขา  ต้นไม้ สระว่ายน้ำสระใหญ่ น้ำใสแจ๋ว ตั้งอยู่เพียงแค่ถนนกั้นกลาง ระหว่างสระน้ำของโรงแรม กับ แม่น้ำแคว เหมือนได้อยู่ในสถานที่หรูหรา โอ่อ่า  แต่อยู่กลางป่า โอบล้อมด้วยสายน้ำที่เย็นฉ่ำ ป้าป้อมของหลาน ๆ ซึ่งเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของฉัน  พาฉันและหลานเดินชมสถานที่ก่อนถึงมื้อค่ำ ฉันยืนชมแม่น้ำ ในขณะที่ลูก ๆ ลงไปว่ายน้ำในสระน้ำอย่างสนุกสนาน

 ในขณะที่พี่บอยให้บทเรียนแก่เด็ก ๆ ในเรื่องของการว่ายน้ำ วิชานี้น้องต้นน้ำสอบผ่าน แต่น้องต้นกล้าไม่ผ่าน  ยังไม่สามารถลอยตัวได้ แต่ก็ได้เรียนรู้ถึงวิธีการลอยตัวในน้ำ

เนื่องจากวันนี้ไม่ใช่วันหยุด สระน้ำใหญ่ของรีสอร์ททั้งสองสระ จึงไม่ค่อยมีผู้คน ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกมั่นใจ สนุกสนานกับการเรียนรู้ในเรื่องของการเปรียบเทียบ โดยการไปเล่นน้ำทั้งสองสระน้ำ กลับมารายงานป้าป้อมว่า สระน้ำอีกสระหนึ่งสกปรกกว่า มีคลอรีนมากกว่า และก็มีใบไม้อยู่ที่ก้นสระด้วย  ทำให้ป้าป้อมรู้สึกพอใจ และนำเรื่องนี้ไปสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลให้เรียบร้อย

หลังจากเด็ก ๆ จบบทเรียนการว่ายน้ำแล้วก็เข้าห้องพัก อาบน้ำ ฉันพักกับน้องต้นกล้า ส่วนน้องบอยพักกับน้องต้นน้ำ  ฉันคอยดูว่าน้องต้นกล้าจะถามอะไรฉันหรือเปล่าเมื่อเข้าไปในห้องน้ำ เพราะการไม่คุ้นชินกับระบบน้ำเย็น น้ำอุ่น ที่ต้องเปิดทั้งสองก๊อกผสมกันจึงจะได้น้ำอุ่นที่อุณหภูมิพอเหมาะ  แต่ก็ไม่ได้รับคำถามใด ๆ เนื่องจากน้องต้นกล้าเคยได้รับการเรียนรู้จากฉันในเรื่องของการให้เป็นคนช่างสังเกต และการลองผิดลองถูก

และแล้วก็ได้เวลาอาหารค่ำ การเดินจากห้องพักไปห้องอาหารของโรงแรม ทำให้ฉันรู้สึกทึ่งที่ผ่านห้องต่าง ๆ ล้วนหรูหรา โอ่อ่า มีห้องประชุมสัมมนา  ห้องใหญ่ ห้องกลาง ห้องเล็ก แต่ละห้องมีชื่อที่เป็นสถานที่ในเมืองกาญจน์  เช่น ห้องลาดหญ้า ฯลฯ  ฉันถามพี่ป้อมว่า  ห้องประชุมมีทั้งหมดกี่ห้อง  พี่สาวก็ทำท่านับ  นับไปนับมาไม่จบ ถึงโต๊ะอาหารเสียก่อน ห้องประชุมยังมีมากมายหลายขนาดให้เลือก แน่นอนห้องพักของลูกค้าก็คงเช่นกัน มีห้องพักถึง 194 ห้อง จะเอาแบบหรูหราราคาแพงขนาดไหนก็มีให้เลือกตามใจปรารถนา หรือจะเป็นแบบบังกโลก็มีเรียงรายรอบ ๆ บริเวณ เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายภาพมาค่ะ

บทเรียนบทสุดท้ายของวันนี้ ที่จะให้กับนักเรียนห้องไร้กรอบ ก็เห็นจะเป็นเรื่องของมารยาทบนโต๊ะอาหาร ซึ่งน้องต้นน้ำออกอาการตื่นเต้น เมื่อบริกร จัดที่วางจาน จัดส้อม  ช้อน  มีด ที่สำคัญคือ ผ้ากันเปื้อนที่พับมาอย่างสวยงาม ฉันเห็นน้องต้นกล้ามองผ้าแล้วอมยิ้ม สักครู่หนึ่งจึงถามด้วยความสงสัยว่า ป้าป้อมครับผ้านี้เค้าเอาไว้ทำอะไรครับ ป้าป้อมจึงหยิบมาคลี่แล้ววางลงบนตักพร้อมกับสอนว่าให้ทำอย่างไร ส่วนเรื่องการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ปรากฏว่านักเรียนทั้งสองคนสอบผ่าน เพราะฉันเคยสอนลูก ๆไว้แล้ว

สำหรับอาหารจานโปรดของฉันเห็นจะเป็นน้ำพริกกุ้งสด อร่อยมากค่ะ กินกับผักลวก เมื่อทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ ผู้ใหญ่ก็จะนั่งคุยกัน  เด็ก ๆ ก็เพลิดเพลินกับการหัดพับผ้ากันเปื้อนให้เป็นรูปแบบเดิม ซึ่งน้องต้นน้ำสามารถทำได้  และสอนให้น้องต้นกล้าทำตาม กลับถึงห้องพัก ฉันบอกให้ลูก ๆ พักผ่อน เพราะในวันรุ่งขึ้น ทุกคนจะต้องตื่นตอนตีสาม เพื่อออกเดินทางโดยรถตู้ของโรงแรม เดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ "น้องฟู" เฉลียวดิน  ซึ่งคงเป็นบทเรียนบทใหญ่ที่ลูก ๆ พร้อมที่จะเรียนรู้ ผลการเรียนจะเป็นอย่างไร จะนำมาบันทึกไว้ให้ลูก ๆ ได้อ่านในภายภาคหน้าค่ะ