235. ความมหัศจรรย์ ของสารแอนตีออกซิแดนต์

สารต้านอนุมูลอิสระมหัศจรรย์ "กรดไลโปอิก"ที่มีอยู่ในอาหาร ถูกขนานนามว่า เป็นสารแอนดิออกซิแดนต์ครอบจักรวาล หรือ ซุปเปอร์แอนดิออกซิแดนต์ซึ่งนักโภชนาการจัดให้เป็น 1 ใน 5 อาหารเสริมที่ควรรับประทานเป็นประจำ กรดไลโปอิกเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสามรถสร้างขึ้นเองได้ แต่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ ได้ในปริมาณเพียงพอที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ คนอายุ 40 ปีขึ้นไปหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ ร่างกายจะสังเคราะห์ได้น้อยมาก


                      


      กรดไลโปอิกเป็นสารที่มีคุณสมบัติคล้าย วิตามิน แต่ทำหน้าที่แตกต่างจากวิตามินทั่วไป  วิตามินส่วนใหญ่ มักมีหน้าที่อย่างเฉพาะ แต่กรดไลโปอิกจะทำหน้าที่กว้างขวางกว่า เนื่องจากสามารถละลาย ในส่วนที่เป็นน้ำ และส่วนที่เป็นไขมัน จึงสามรถเติมเต็มให้กับร่างกายทุกๆส่วน ยกตัวอย่างเช่น

       วิตามินซีจะละลายได้ในน้ำ ไม่สามารถละลายได้ในไขมัน วิตามินอีละลายได้ในไขมันแต่ไม่ละลายในน้ำ เมื่อใดร่างกายขาดแคลนวิตามินซี หรือ อี กรดไลโปอิกจะเข้าไป ทำหน้าที่แทนวิตามินตัวนั้นได้ทันที เพราะสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและไขมัน

      จึงถูกจัดให้เป็น " สารแอนตีออกซิแดนต์ครอบจักวาล" (Universal Antioxidant)สารแอนตีออกซิแดนต์ ส่วนใหญ่ ทำหน้าที่กำจัดอนุมูลอิสระเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่สารแอนตีออกซิเดชั่นประเภทครอบจักรวาลอย่างกรดไอโปอิก

     ทำหน้าที่พิเศษคือ  เข้าไปช่วยสารแอนตีออกซิแดนต์ ตัวอื่นที่ขาดแคลนในร่างกาย และที่พิเศษมากคือ ในกรณีที่สารออกซิแดนต์ตัวอื่น หมดพลังลงจากการเข้าต่อสู้กับอนุมูลอิสระ กรดไลโปอิก จะช่วยส่งพลังปลุกชีพให้ฟื้นกลับคืนมาอีกครั้ง(โดย ทำหน้าที่เป็น Co enzyme)

      และไม่ทำให้ตัวของมันเองอ่อนกำลังลงแต่อย่างใด แต่กลับทรงพลังมากยิ่งขึ้นไปอีกซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ ที่สารแอนตีออกซิแดนต์อื่นๆทำได้ จึงได้รับการขนานนามให้เป็นซุปเปอร์แอนตีออกซิแดนต์ (sper antioxident)

      นอกจาก จะเป็นสารแอนตีออกซิแดนต์ สารพัดประโยชน์  และช่วยทำให้สารแอนตีออกซิแดนต์ตัวอื่นกลับมาใช้งานได้อีก กรดไลโปอิกยังต่อต้านการเพิ่มจำนวนของไวรัส HIV และช่วยให้ร่างกายเพิ่มแอนตีออกซิแดนต์เพื่อต่อต้านกับไวรัส HIV อีกด้วย

      กรดไลโปอิก ยังช่วยลดความเสียหายซึ่งเกิดจากน้ำตาลซึ่งทำให้เกิดโรคผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัว ซึ่งเกิดจากกระบวนการ glycosylation ทำให้ปฏิกริยานี้ เกิดสภาพความเป็นกลาง ช่วยชะลอการเกิด ผนังหลอดเลือดหนา และแข็งตัว ช่วยให้อาการแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ต้อกระจก เรติน่าอักเสบ ตาบอด ปลายประสาท อักเสบ และอื่นๆ อีกมากมายให้ดีขึ้น

      ผลการศึกษาต่างๆ ยังระบุว่า กรดไลโปอิก ช่วยป้องกันตับอักเสบ จากการทำลายของสารเคมี    โดยเฉพาะสารอัลดีไฮด์ ที่เกิดจากเชื้อยีสต์ Candida ที่ไปทำให้เกิด   หมอกในสมอง และอาการอื่นๆ เช่น ความเสื่อม ชราภาพ เกิดพิษสุราเรื้อรัง เนื้อเยื่อถูกทำลาย กรดไลโปอิกยังยั้บยั้ง หรือชะลอความเป็นพิษในระบบประสาท หรือความเสียหายของประสาทจากสารเคมีที่สูดดม ช่วยชะลอชราภาพ โดยส่งเสริมการกระตุ้นคอลาเจนให้ผิวพรรณเต่งตึง บำรุงสมอง ช่วยลดน้ำหนัก เพื่มพลังให้แก่นักกีฬาทำให้สามารถเล่นกีฬาได้นานขึ้น และยังช่วยป้องกันโรคต่างๆอีกมากมาย ซึ่งจากผลการศึกษาในปัจจุบัน ยังไม่มีสารอาหารอื่นใดให้ผลดีเท่านี้ และดูเหมือนจะไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด

 

                         

 

       กรดไลโปอิกประกอบด้วย กรดคาปริลิก(caprylic acid-C-8) ซึ่งเป็นกรดไขมันขนาดกลาง (medium chain fatty acid) รวมกับ กำมะถัน 2 อะตอม ทำให้นึกถึง น้ำมันมะพร้าว (ซึ่งเป็นน้ำมันชนิดเดียวในโลก ที่มีกรดไขมันขนาดกลางสูงถึง 62 % และมีกรดคาปริลิก อยู่ 8% )หากใช้ร่วมกับกระเทียม หรือไข่ที่มีกำมะถัน อยู่เป็นจำนวนมาก  ความมีประโยชน์มากมายของสาร อาหารทั้ง 2 จะรวมกันทำให้เกิดความทรงพลังเป็น super antioxidant  หรือ  universal 

       ซึ่งหาไม่ยากเลยในวิถีชีวิตของคนไทย ปู่ ย่า ตา ยาย ของเราล้วนเคยใช้ ประโยชน์ของซุปเปอร์แอนตีออกซิแดนต์ มาก่อน เช่น เวลาทำอาหาร ก็นำน้ำมันมะพร้าว มาเจียวกระเทียมสับ ซึ่งเป็นสูตรในการทำอาหารหลากหลายชนิดที่ทรงคุณค่า และทำให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดมาไม่ค่อยมีใครเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคต่างๆ เหมือนในปัจจุบัน

         แล้วทำไมเราไม่กลับไปใช้ซุปเปอร์แอนตีออกซิแดนต์ตัวนี้อีกครั้ง โดยการใช้น้ำมันมะพร้าวรวมกับกะเทียม หรือไข่ เพื่อสุขภาพที่ดี ไม่ต้องไปเสียเงินให้กับต่างประเทศเพื่อซื้อน้ำมันไม่อิ่มตัวเข้ามาทำลายสุขภาพของคนไทยดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน


                         


*  คำกล่าว  โดยคุณ รุจน์  สุวรรณเสรีเกษม กรรมการกลาง ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย ในหนังสือกัลปพฤกษ์ ฉบับเดือนเมษายน 2553 ผู้ที่หายจากหลายโรคด้วยน้ำมันมะพร้าว เช่น เชื้อรา รังแค และโรคอ้วน

 

                 


 คลิกชม...วิธีทำน้ำมันมะพร้าว สกัดเย็นและอื่นๆ

  http://gotoknow.org/blog/kandanalike/300409


ด้วยความปรารถนาดี   กานดา แสนมณี