ในธรรมชาติ

...ครั้งหนึ่ง..ในชีวิต...ได้มีโอกาศ บวชเรียน แถม ครองผ้าเหลือง (ที่เป็นสิ่งต้องห้ามโดยกฎระเบียบและวัฒนธรรมแบบไทยๆสำหรับผู้หญิงไทย..อะและอิ..แถมแก่ซะด้วย แค่เป็นสามเณรีก็ยังดี ๕๕)..ดีใจที่มีผู้บวชที่แก่กว่าเยอะ..เลยได้ติดร่างแหแห่งความดีที่ได้บวชเหมือนผู้ชายซึ่งยายธี..ก็ไม่ได้เห็นความแตกต่างกันตรงไหนสำหรับความต้องห้ามของ(สีเครื่องนุ่งห่ม)..นอกจากสิ่งที่เรียกว่าเพศ..๕๕๕๖....ตอนบวชเรียนก็ได้มีโอกาศฝึกตนเป็นพุทธมามกะ..ได้เรียนประวัติพระพุทธเจ้าอีกครั้ง...(อาจจะแตกต่างไปบ้างเวลาฟังบรรยาย..สำหรับตอนแก่กับเป็นเด็ก..อะๆ...เพราะตอนเด็กไม่มีเรื่อง (โจ๊ก)สลับ..ตอนสับประหงก..เหอๆ..เผลอๆก็โดนถูกปาด้วย..ชล้อกที่เขียนกระดาน(สมัยก่อน)....

..ที่นี้..ได้มีโอกาศฟังความท้าวถึง..การค้นพบ..สุสานที่มีคำจารึกเป็นภาษาโบร้าณโบราญ..สันนิษฐานว่าเป็น..โครงกระดูกของอดีตคนชื่อสิทธารถะ..(ยังไม่มีการสำรวจที่สมัยใหม่เขาเรียกว่า..ดีเอ็นเอ)..มาถึงตอนนี้อยากเล่าเองอะอะ...คนชื่อสิทธารถะเป็นคนธรรมดาๆ(ที่แฮร์มัน เฮสเส เขียนถึง..สีมนแปลเป็นไทย)...ตรงนี้ก็ไม่มีการกล่าวถึงการละทิ้ง...สมบัติ (บ้า)..และราหุล (ห่วง)....เขียนมาถึงตรงนี้ก็เพียงมานึกได้ว่า..เคยนั่งถกกันเรื่องพระพุทธเจ้ากับเด็กฝรั่ง..เป็นชั่วโมงสองชั่วโมง..มาจบตอนที่เจ้าเด็กฝรั่งลูกแฟนเก่าของสามีแต่ง..บอกยายธีว่าที่พูดมานี้...เถียงกันมาก็หน้าดำหน้าแดง..แหะๆ...ตัวเองเห็นว่า..ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแฟนตาซีของมนุษย์ (ขี้เหม็น)..เท่านั้น...

..ตรงนี้ก็เป็นเพียงเรื่องโบราณๆกับสมัยใหม่..ในธรรมชาติ..กับการแอบคิด..ของยายธีเท่านั้น...(จะอนุญาติให้คิดหรือเขียนหรือไม่..ไม่รู้แฮะ..ใครทราบก็บอกๆบ้างแล้วกัน..อิอิ)