การบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ เรื่องธรรมดา ๆ ที่ขาดหายไป

 

การบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ Humanistic care เป็นแนวคิดหนึ่งของ SHA ที่เชิญชวนให้รพ.มองการดูแลรักษาที่ไม่ใช่แค่การรักษา ไม่ได้เป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์ พยาบาลกับคนไข้ แต่เกิดจากความรู้สึกที่รับรู้ได้ว่าเขาเป็นคน คนหนึ่งเหมือนกับเรา มีความรู้สึก มีความคิด มีหัวใจ มีความต้องการ และไม่ใช่คำตอบปรนัยสำเร็จรูปที่แนวทางการดูแลรักษา ยาที่สั่งจ่ายสำหรับคนอื่นๆจะเหมาะสมสำหรับทุกคน การเจ็บป่วยของคนคนหนึ่ง พรากความมั่นคงแข็งแรงแค่เพียงทางกาย แต่เขายังมีสังคม เขายังเป็นพ่อของลูก เขายังเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นความหวังเดียวของคนทั้งบ้าน เป็นที่พึ่งของคนหลายๆคน ในหมู่บ้าน

เราจะนำมิติจิตวิญญาณ เข้ามาใช้ให้มากขึ้นได้อย่างไร คนป่วย เขาเจ็บป่วยทางกาย มีแต่ฐานกายที่เสียไป แต่ยังมีสังคม จิตวิญญาณของเขายังอยู่ การให้คนไข้รอโดยไม่มีทิศทางไม่มีเป้าหมาย ไม่รู้ว่าจะรอไปนานเท่าไหร่ เท่ากับว่าเราไม่เคารพความเป็นมนุษย์ของเขา พวกเราอาจจะฝึกเข้าถึงความรู้สึกได้ไม่ยากนัก ให้เราลองเป็นคนไข้และต้องไปรอคิวที่รพ.หนึ่ง เราจำเป็นต้องหาคนรู้จักเพื่อให้ได้ลัดคิว เพื่อให้ได้รับการบริการที่ดีขึ้นเร็วขึ้น หรือไม่ แล้วเรารู้สึกอย่างไร เมื่อมีคนมาพาเราไปทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ เจาะเลือด ฉีดยา ทำทุกอย่างโดยได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจว่าจะช่วยให้พ้นทุกข์ได้ ไม่มีวิชาชีพไหนที่ได้รับอภิสิทธิ์เหมือนเราแล้ว

 

การปรับกระบวนทัศน์ ปรับวิธีคิดจากการทำงานของเรา จะปรับอย่างไร ต้องลดการแยกส่วนคนไข้ มององค์รวมของเขา เช่นการมองดอกไม้ทั้งดอก ที่ไม่ได้มีองค์ประกอบเพียงกลีบเลี้ยง เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย แต่ดอกไม้ยังมีความงามเป็นส่วนประกอบสำคัญ ดอกไม้ไม่สามารถเบ่งบานความงามออกมาเมื่อเราแยกส่วนกลีบ ใบ ออกจากกัน

 

การมองที่เป็นปัญหาของคนทำงานได้แก่ การมองแยกส่วน มองไม่เชื่อมโยง มองแบบเครื่องยนต์ เช่นงานห้องปฏิบัติการที่การทำงานของเขาในแต่ละวันต้องอยู่กับชิ้นส่วนของเลือด น้ำเหลือง เสมหะ อุจจาระ แต่เขาไม่เคยรู้ว่า ไม่เคยมองว่า เม็ดเลือดที่เขานับอยู่นั้น เป็นเม็ดเลือดของแม่ที่เคยมีลูกเสียชีวิตจากไข้เลือดออกมาล้ว ณ ตอนนี้ ลูกอีกคนกำลังป่วยหนักใกล้ Shock พ่อก็เสียชีวิตไปไม่นานมานี้ เพิ่งจัดงานศพได้ไม่ถึงอาทิตย์ ข้อมูลเหล่านี้ห้องปฏิบัติการไม่เคยรับทราบ ถ้าเขารู้ เขาจะนับเม็ดเลือดให้ดีที่สุดในชีวิตเร็วที่สุด และจะรายงานผลด่วนให้ทันเวลาโดยไม่ต้องร้องขอ!!!

 

การคลอดที่ดูจะปกติธรรมดา สำหรับวงการแพทย์ เพราะเราเรียกกลไกการคลอดที่ปกติ ว่า normal labor ถ้าไม่ปกติก็จะเป็นการผ่าตัด การใช้คีมคีบ แต่พวกเราไม่เคยรับรู้ว่า ท้องนี้ ตอนตั้งครรภ์เขาเป็นอะไร ผ่านสถานการณ์อะไรมาบ้าง เคยแท้งไปแล้วกี่ครั้ง การมาฝากครรภ์แต่ละครั้งมีการเจิบโตของความรู้สึกของแม่ที่รอคอยความหวังนี้อย่างไร การตั้งครรภ์ ครั้งนี้แม่สามีคนจีนที่รอคอยหลานชายอย่างใจจดใจจ่อและนั่นหมายถึงความสมบูรณ์ของครอบครัวเขา

ลูกคือความหมายในชีวิตของเขา เราไม่ได้ทำคลอดปกติ แต่เราทำคลอดความฝันของแม่ ของพ่อ ของย่าและของตระกูลเลยทีเดียว เราจะปรับวิธีคิดแบบนี้ได้อย่างไร เราจะทำให้คนในองค์กรมองว่าเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีเป้าหมายคือความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ การเกิดคือความมหัศจรรย์ของชีวิต เป็นความหวัง การเริ่มต้น การเติบโตไปด้วยกันและรักอย่างไม่มีเงื่อนไข เราจะทำให้คนในองค์กรมองเรื่องการคลอดเป็นเรื่องราวของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้อย่างไร

 

คนในองค์กรก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน มีสิทธิฝัน มีสิทธิที่จะทุ่มเททำเรื่องที่เขาอยากทำให้สำเร็จ ไม่มีใครอยากเกิดมาเพื่อล้มเหลว  การมองภาพเล็กเจ้าหน้าที่จะไม่ภูมิใจ  เปรียบกับ การมองงานงานหนึ่งว่าเป็นงานก่ออิฐ ก่อกำแพง สร้างวัด  หรืองานทำนุบำรุงศาสนา เป็นงานที่ฟื้นความมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เขามีสิทธิเป็นคนชนะทุกคน ปลุกเร้าให้เจ้าหน้าที่เลิกคิดเลิกทำงานแบบไปเรื่อยๆงานที่ทำจะไม่มีความหมาย มองแค่รายได้ ในที่สุดจะเป็นองค์กรที่ตายแล้ว ทุกชีวิตในองค์กรไม่มีความสุข ขาดแรงบันดาลใจ ดังนั้นเราควรค้นหางานที่จะช่วยปลุกวิญญาณให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำให้เกิดคุณค่าและมีความหมายต่อชีวิตความเป็นมนุษย์กันเถอะค่ะ