กิน แจก แลก ขาย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เป็นนายตนเอง

 

 

รวมพลภูมิปัญญาภาคเกษตรอีสาน

ในเรื่องการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย – สหภาพยุโรป: FTA

 

      เมื่อวันที่ ๑๙  มิถุนายน  ๒๕๕๓ ผู้เขียนบังเอิญได้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นของภาคเกษตร ในเรื่องการจัดทำความตกลงการค้าเสรี ไทย – สหภาพยุโรป ที่โรงแรมฟูลแมน ขอนแก่น ราชาออคิด จังหวัดขอนแก่น เจ้าภาพหลักที่ดำเนินการคือ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่บอกบังเอิญเพราะคุณพ่อบุญเพ็ง  ธิมาชัย ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖๓(ชุมชนบ้านคำแดง) ท่านชวนให้ไปเป็นคนขับรถให้ แต่เมื่อเข้าร่วมกลับได้พบภูมิปัญญาภาคเกษตร จำนวนมากได้มาร่วมงาน ทำให้ได้รับความรู้และแนวโน้มอนาคตภาคเกษตรของไทย ซึ่งผู้เขียนจะนำเสนอข้อคิดจากผู้เข้าร่วมสัมมนามาบอกกล่าวแลกเปลี่ยนกับท่านผู้อ่าน ดังนี้

     ภาพรวมของเกษตรไทย สามารถผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลกได้
๒๕๐ ล้านคน การสินค้าออกของไทยร้อยละ ๘๐ เป็นอาหาร การส่งสินค้าออกเป็นอันดับที่ ๑๕ ของโลก ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร คือ การการเปิดเสรี พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยน ผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดความต้องการ เกิดความหลากหลายของอาหาร เน้นคุณภาพทั้งรสชาติ ความสด ขนาด สีสันและความปลอดภัย เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ การผลิตอาหารนอกฤดูกาล ยิ่งในอนาคตผู้ผลิต ต้องคำนึงผู้บริโภคเป็นสำคัญ เน้นรักษาสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ต้องย่อยสลาย การผลิตต้องลดสารเคมี สารปนเปื้อน เพื่อให้ผู้บริโภคสะดวก ต้องพร้อมรับประทาน พร้อมปรุง ทั้งยังต้องมีคุณลักษณะพิเศษ คือ แคลอรี่ต่ำ วิตามินสูง

 

ความตกลงการค้าเสรี(FTA) คืออะไร

      ความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Ageement : FTA) คือการจับคู่กันของประเทศตั้งแต่ ๒ ประเทศขึ้นไปมาทำความตกลงเปิดเสรีการค้าขายระหว่างกัน เพื่อลดหรือยกเลิกการกีดกันการค้าทุกรูปแบบให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดภาษีนำเข้าสินค้าให้แก่กันและกันให้เหลือ
0 % หรือให้เหลือน้อยที่สุด

 

แนวทางพัฒนาสินค้าเกษตรไทยรองรับกระแสการเปิดเสรีทางการค้า

     ๑. ผลิตสินค้าคุณภาพตามมาตรฐานสากล

     ๒. เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

     ๓. เจรจาและร่วมมือกับประเทศคู่ค้า เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า

     ๔. อำนวยความสะดวกเพื่อการส่งออก

     ๕. ร่วมมือกับทุกภาคส่วนกำหนดยุทธศาสตร์

 

รวมพลคนภาคเกษตรแง่คิดดีๆ ที่เราควรนำไปใช้

       วันนี้ผู้เขียนได้เรียนรู้แนวทางดำเนินชีวิตของภูมิปัญญาอีสาน ที่ต้องพึงพาธรรมชาติและสามารถอยู่กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างรู้คุณค่าของทรัพยากร การทำเกษตรอินทรีย์ที่ลดความเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาพ เป็นการปลุกกระแสการบริโภคที่ปลอดภัย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน สร้างตู้เย็นไว้ในบริเวณบ้านที่มีอาหารกินได้ทั้งปี ภูมิปัญญาอีสานจึงเป็นนักวิจัยไทยบ้านที่ค้นพบการทำกินที่ยั่งยืน เงินจึงไม่ใช่คำตอบทุกสิ่งทุกอย่าง การเป็นเกษตรกรยุคใหม่ต้องรู้กลไกตลาดมีอำนาจในการซื้อขาย สินค้าจำหน่ายที่บ้านไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลาง ภูมิปัญญาชาวบ้านเหล่านี้ล้วนไม่ตกหลุมพรางการโฆษณา จึงไม่ใช้สารเคมีในการผลิต โดยหาทางออกจากการใช้ระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติบำบัดแก้ปัญหาทางการเกษตร การผลิตสารไล่แมลงจากพืชจึงไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เขาเปลี่ยนความคิดเพื่อชีวิตเขาจะเปลี่ยน ถ้ายังคิดที่จะเป็นผู้บริโภคโดยไม่เป็นผู้ผลิตเกษตรกรไทยจะอดตายและเป็นหนี้ไปจนชั่วโคตร ไม่ต้องรวยมากก็มีความสุขได้ ไม่ต้องเป็นทาสใครแต่เป็นทาสตนเอง สร้างเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขสู่ครอบครัวและชุมชน การผลิตจะต้องทำเพื่อ กิน แจก แลก ขาย ถึงเวลาที่เกษตรกรไทยต้องอุดรูรั่วที่ใหญ่มากในการผลิตคือหยุดการใช้ปุ๋ยเคมี หันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพจากมูลสัตว์ สร้างธนาคารต้นไม้ โดยปลูกต้นไม้สามประโยชน์สี่ คือปลูกต้นไม้ ๓ ชนิด คือ ต้นไม้ที่เป็นอาหาร ต้นไม้ใช้สอยและต้นไม้พลังงาน โคนต้นไม่ก็ปลูกพืชที่เป็นอาหาร เป็นสมุนไพรป่าในบ้านจึงเป็นซุปเปอร์มาเกตที่มีอาหารที่กินได้ตลอดปี

 

ประเด็นที่ควรนำมาพิจารณาสำหรับเกษตรกร

     ผู้เขียนยืนยันว่าเป็นข้อสังเกตของผู้เข้าร่วมสัมมนา ผู้อ่านมีความเชื่ออย่างไรเป็นสิทธิที่ท่านจะวิเคราะห์และตัดสินใจในการที่จะลงทุน

     ยางพารา เป็นพืชที่มีการปลูกเพิ่มขึ้นมากในภาคอีสาน พื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเป็น ๒๐๐ เท่าของพื้นที่ปลูกครั้งแรก ขณะที่ประเทศจีนซึ่งเป็นผู้รับซื้อยางพาราจากไทยรายใหญ่ก็กำลังขยายพื้นที่ปลูกในประเทศลาวและเวียดนาม เมื่อมีปริมาณยางพาราเพิ่มขึ้นจีนก็จะลดปริมาณการซื้อยางจากไทย ทำอย่างไรเราจะแปรสภาพยางพาราให้เป็นผลิตภัณฑ์เองได้นั่นแหละเราจึงจะรอด จะเห็นว่าราคายางพารายังผูกติดกับราคาตลาดโลกซึ่งเรากำหนดราคาเองไม่ได้ขณะที่ผู้ปลูกในภาคใต้ก็ประสบปัญหาโรคระบาด ใบร่วง รากเน่า ราขาว หน้ายางตาย ขาดทุนหลายล้าน คุณภาพชีวิตของประชาชนจะสะสมสารเคมีมากขึ้น ยาฆ่าหญ้าจะทำลายฐานอาหารที่เคยมีจะหายไป คนปลูกยางเพื่อขาย และซื้อทุกอย่างมากขึ้น เพราะไม่มีเวลาในการที่จะผลิตอาหารให้ตนเอง วิถีชีวิตคนปลูกยางจึงเปลี่ยนไปเพราะเวลาในการประกอบอาชีพต้องตื่นในเวลาดึกและนอนพักเวลากลางวัน เวลาที่สร้างสุขแบบอีสานจึงเริ่มห่างไกลกันออกไปเรื่อยๆ

       ปาล์ม เป็นพืชที่ชาวอีสานฝากความหวังใหม่ของคนอีสาน ที่ทดลองประสบความสำเร็จแล้วคือที่มุกดาหาร มีโรงงานรับซื้อแล้ว ผู้รู้หรือนักวิชาการกลับให้ข้อมูลว่า ปาล์มจะถูกกีดกันสินค้าสูงมาก มาเลเซียที่เป็นแหล่งพันธุ์จะหวงพันธุ์มาก จึงเป็นการผลิตที่ต้นทุนสูงมาก อีกทั้งยังราคาไม่แน่นอน ข้อที่น่าสังเกตอีกอย่างพบว่า ผลปาล์มเมื่อตัดออกจากต้น จะต้องส่งให้ถึงโรงงานภายใน ๒๔ ชั่วโมง การดูแลนั้นต้องใช้นำมากเพราะปาล์มชอบอากาศแบบชุ่มชื้น แล้วอีสานประสบปัญหาเรื่องน้ำคงต้องเตรียมน้ำให้เพียงพอ

       ผู้เขียนขอยืนยันว่าที่ตนเองนำมาเขียนนั้นได้ข้อมูลจากการฟังความคิดเห็น ท่านผู้อ่านที่ไม่เห็นด้วยผู้เขียนก็ได้และกรุณาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนเกษตรกรด้วยจะได้ข้อมูลที่เป็นสองมิติ ทำให้ผู้ที่คิดจะดำเนินชีวิตเลือกทางเดินในการทำมาหากินได้อย่างปลอดภัยไม่เสียงต่ออนาคต