ลองดูมีอะไรมั่งน้า.....

 ต่อจากภาคแรก ............. ภาค2 วนซ้าย ครับ ในความหมายของผม หมายถึง จังหวัด .. ลำพูน -เขียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน -ลำปางครับ และคราวนี้ มีเพื่อนไปด้วย ครับผม จุดหมายของผม ไปรับประกาศ ฯ 1864 โค้งครับ หลังจากที่ ใบแรก รับมาเมื่อ ปี 2543 ก็  9 ปีพอดี  ส่วนเพื่อนผม  ไปให้รู้ครับ และอยากรู้ว่าปาย มีอะไร ? อิอิ

 ผมเริ่มต้นจากที่เดิม หน้า ม.ศิลปากร  เพื่อนผม ออกจาก กทม. เรานัดเจอกันที่ จ. นครสวรรค์ เลยเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา  และยิง รวดเดียวถึงเชียงใหม่ โดยไม่ลืมที่จะ แวะ ไหว้พระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุหัวกลับ (เฉพาะผู้ชายขึ้นดูได้) เพื่อเป็น ศิริมงคลต่อการเดินทางเช่นเดิม ก่อนเข้าพักบ้านเพื่อนที่เชียงใหม่ ........

  

  

 ครับเชียงใหม่ หลายท่านรู้จักกันแล้ว ผม ที่แรกที่จะไปในคืนนี้ก็ ถนนคนเดินกำแพงดินครับ และก็ แวะมิลโซนหน้า ม.ช. ทานนมอร่อย ๆ เป็นมื้อค่ำ 

   ช่วงเช้า .. ก็ ข้าวซอย ฟ้าฮ่าม ก่อนออกเดินทาง  .... ในวันนี้จะหนักพอสมควร เราจะไปแม่ฮ่องสอนกัน ระหว่างนั้นผม ด้วยความที่เคยสัมผัสเส้นทาง แม่ฮ่องสอนมาแล้วครั้ง หนึ่ง และยังจำความรู้สึกต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี  เลยหันไปถามเจ้าเพื่อนผม ว่า "เฮ้ย.... เคยขับรถจนท้อไม๊ "  ด๊านนน ..  ทำหน้างงใส่ผมอีก แน๊ ..... สำหรับผม การไปแม่ฮ่องสอนแบบครบ ๆ  น่าจะ เป็นการวนจากล่างขึ้นบน แม่สะเรียง - แม่ลาน้อย - ขุนยวม - แม่ฮ่องสอน - ปางมะผ้า - ปาย หรือจะวนลงล่างก็ได้    แต่คราวนี้ ผมมีเพื่อน  บวก กับความทะลึงของผมเองเลยเลือก เส้น ฮอด - ออบหลวง - แม่แจ่ม - ขุนยวม เป็นเส้นทางที่ โหดพอสมควร  ผมใช้เวลาอยู่บนถนนที่ โหด  สวย อากาศดี ผู้คนน่ารัก ราว ๆ  8 ชั่วโมง แวะไปเรื่อย ๆ  ถึงขุนยวมก็ ค่ำพอดี

  

  

ที่พักของเราคืนนี้ อยู่ห่างจากแม่อูคอ 3 กิโล  สวย  เงียบ (มีแต่พวกผม) กันเอง ถูกมาก เกือบ 10 ปีแล้วยังราคาเดิมอยู่เลย เป็นที่พักที่ สร้างเฉพาะ  ช่วงดอกบัวตองบาน เมื่อ โรยแล้วก็จะถูกรื้อเก็บครับ และขอบอก ....  รอ ครับ  รอให้ถึงเวลา 4 ทุ่ม ไฟจะดับทั้งดอย จะเห็นดาวดวงสวย เป็นล้านดวงเต็มท้องฟ้าไปหมด...เพื่อนผม ถึงกับ บอกว่า .... สงสารตัวเองและคน กรุงเทพ ที่ไม่มีโอกาศ ได้เห็น แบบนี้ทุก ๆ วัน ...............

   เช้านี้ อีกแค่ไม่กี่อึดใจ เราก็จะเข้าถึง อ.เมือง แม่ฮ่องสอนกันแล้ว ครับผม แวะรับประกาศฯ ซื้อนู่น นี่ นั่น  หาอะไรอร่อย ๆ แบบพื้นบ้านกินกัน  และ มาถึงแล้ว ไม่ลืมที่จะขึ้นไปไหว้ พระธาตดอยกองมู เอาฤกษ์ เอาชัยเสียหน่อย เพราะเหดียวผมกับเพื่อนจะแยกกันแล้ว ครับ ทีมผม  ขึ้นปางอุ๊ง ส่วนอีกทีม ไปปายครับ อิอิ

  เมื่อแม่ฮ่องสอน จากที่ผมเคยมาแล้วครั้งนึง ดูเปลี่ยนไปเยอะมาก เจริญ หนาแน่นมาก  หอการค้า จังหวัด ที่ออกประกาศฯ ให้เรา ก็ อยู่ฝั่งช้าย เมื่อก่อนอยู่ขวาสามารถจอดรถวิ่งขึ้นไปรับได้เลย ง่าย ๆ เมืองดูไม่เงียบเหมือนก่อน แต่ยังคงความเป็นแม่ฮ่องสอนไว้ได้เป็นอย่างดี (ปี 2552) ครับ 

  

 

  ปางอุ๊ง ที่ถูกวิธีที่สุดคงต้องเป็นการ ขออนุญาติ ขึ้นหมู่บ้าน ที่ ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่อนสอนก่อน ครับ  จะมีใบ กฏระเบียบ ข้อห้ามต่าง ๆ มากมายเพื่อเป็นการรักษา วิถีดั้งเดิม และ ความเป็นธรรมชาติไว้ ผมเลือก ขึ้นแบบถูกวิธีที่สุดเพื่อเป็นการเคารพสถานที่นั้น ๆ ด้วยครับ ........  จากตัวเมือง ไม่กี่กิโลเมตร ก็ขึ้นถึงปางอุ๊งแล้วครับ  แต่ .... เส้นทาง เอาเรื่องอยู่ พอสมควร ความชันอาจจะสู้ ดอยอ่างขางไม่ได้ แต่ โดยรวมผมว่า หนักกว่าครับ อิอิ

  

 

  ถามว่า  ปางอุ๊ง มีอะไร ผมคงตอบว่าไม่มีอะไรเลย มีแต่บึงใหญ่ การสาธิตเกษตร และหมู่บ้านน่ารัก ๆ สายหมอกยามเช้ากับหงษ์ 4 ตัว  .........................  แต่ ขนาดคนอย่างผมยังยอมรับว่า ที่นี่แหละเป็นที่ ที่โรแมนติก มาก ๆ   ครับ

    จากปางอุ๊ง ขับรถเลาะโค้ง ซ้ายที ขวาที ผ่าน  ปางมะผ้า  เข้าปาย ผมนัดเจออีกทีม ที่อ.ปายครับ และทีมผมก็เพียงแค่ แวะมื้อกลางวันและคุยกัน กิจกรรมที่ปายมีเพียงแค่นี้ อาจเพราะ ปายเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ดูน่าอยู่ และน่าสนใจกว่านี้มาก ๆ ครับ เราผ่าน ปายไป พร้อมกับความสงสัย กับสิ่งที่เข้ามายังอ.ปาย ในสิบปีที่ผ่านมา  แต่ก็เป็นความสงสัยเพียงชั่วขณะ หนึ่ง แล้วเราก็ ..หันมาสนใจจุดหมายในคืนนี้กัน ที่ ห้วยน้ำดังครับผม อิอิ

  

 บนห้วยน้ำดังผม กางเต็น อย่างโดดเดี่ยวมาก ๆ ครับ เงียบ หนาว และมื้อค่ำทำเอง เช่นภาคแรก รีบนอนเพื่อ ตื่นแต่เช้ามืดรอดูทะเลหมอก กับดอกไม้งามก่อนกลับเข้าเชียงใหม่ครับ ....... วันนี้ไม่รีบร้อน เจอร้านกาแฟ ริมทางสวย ๆ ก็แวะ เจออะไรน่าสนใจก็แวะ จากห้วยน้ำดัง ไปเชียงใหม่ ไม่ไกลแล้ว  และผม อยากขึ้นดอยสุเทพช่วง 4-5 โมงเย็น  นอกจากไหว้  พระธาตุดอยสุเทพ  พระธาตุประจำวันเกิดแล้ว (เกิดปีเดียวกัน 3 คน) ยังสามารถรอดู เมืองเชียงใหม่ยามค่ำ จากมุมสูงได้ด้วยสวยไปอีกแบบครับ อย่าลืม กาดวโรรส  ของฝากมากมาย เสื้อผ้า กางเกงเล  ที่ชั้น 2 นี่ราคาไม่แพงเลย ครับ ถูกกว่า สมุทรสงคราม 30 -40 บาทเลยทีเดียว

  

 รุ่งขึ้น ผมจำต้องแยกจากเพื่อนอีก 1 วัน ด้วย เพื่อนผม มีความหลังที่วัดหนึ่ง ใน อ.เวียงปาเป้า จ.เชียงราย  ส่วนผมไปไหว้ พระธาตุหริภุญชัย ที่ ลำพูน และไปรอพบกันที่ อช.แจ้ซ้อนครับ

     

วัดพระธาตุหริภุญชัย มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม มาก สำหรับผม น่าจะมากที่สุดในการเดินทางครั้งนี้  มีความเป็นล้านนา และเงียบสงบ  มิหนำซ้ำยังมีวงดนตรีเพื่อชีวิต .......  ครับวงดนตรีเพื่อชีวิต จริง ๆ เป็นกลุ่มผู้พิการ มาตั้งวงเล่นดนตรีพื้นบ้าน ในวัด ในศาลาประจำของเค้า ฮืม........................ ไม่รู้จะเขียนบรรยายอย่างไรแต่ชอบมาก ๆ  ครับ

 จากอช.แจ้ซ้อน เวลายังเหลือ นึกขึ้นได้ว่ามีพี่ชายที่สนิทกันมากคนนึง ที่สุโขทัย คิดได้ดังนั้นแล้ว ........ ไป กินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแท้ ๆ  กันครับผม ถึงสุโขทัยก็เย็นแล้ว ได้ไกด์เจ้าถิ่นพาเข้าชม อุทยานประวัติศาสตร์ ยามเย็น ..... สวยครับผม

 

 หลังจากทำความรู้จักกับ สุโขทัย 1 วัน เต็ม ๆ ก็ได้เวลากลับ แล้วครับ  เราแยกกันกลับ ผม แวะหาเพื่อนที่ นครสวรรค์ก่อนกลับ เป็นการเดินทางที่ สนุกได้เห็นอะไรใหม่ ๆ  ได้เรียนรู้วิถีชีวิต รู้จักเพื่อนมากขึ้น  ขอจบการรายงานเพียงเท่านี้กับทริปเที่ยวเหนือ ทั้ง 2 ภาค ครับ  ขอบคุณ kotoknow  ที่ให้พื้นที่ เก็บประสบการณ์ที่ ผมเองไม่แน่ใจว่าจะ  สามารถไปเช่นนี้ได้อีกหรือไม่ในชีวิตผม  ขอบคุณครับ