ต่อจากภาคแรก ............. ภาค2 วนซ้าย ครับ ในความหมายของผม หมายถึง จังหวัด .. ลำพูน -เขียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน -ลำปางครับ และคราวนี้ มีเพื่อนไปด้วย ครับผม จุดหมายของผม ไปรับประกาศ ฯ 1864 โค้งครับ หลังจากที่ ใบแรก รับมาเมื่อ ปี 2543 ก็ 9 ปีพอดี ส่วนเพื่อนผม ไปให้รู้ครับ และอยากรู้ว่าปาย มีอะไร ? อิอิ
ผมเริ่มต้นจากที่เดิม หน้า ม.ศิลปากร เพื่อนผม ออกจาก กทม. เรานัดเจอกันที่ จ. นครสวรรค์ เลยเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา และยิง รวดเดียวถึงเชียงใหม่ โดยไม่ลืมที่จะ แวะ ไหว้พระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุหัวกลับ (เฉพาะผู้ชายขึ้นดูได้) เพื่อเป็น ศิริมงคลต่อการเดินทางเช่นเดิม ก่อนเข้าพักบ้านเพื่อนที่เชียงใหม่ ........


ครับเชียงใหม่ หลายท่านรู้จักกันแล้ว ผม ที่แรกที่จะไปในคืนนี้ก็ ถนนคนเดินกำแพงดินครับ และก็ แวะมิลโซนหน้า ม.ช. ทานนมอร่อย ๆ เป็นมื้อค่ำ
ช่วงเช้า .. ก็ ข้าวซอย ฟ้าฮ่าม ก่อนออกเดินทาง .... ในวันนี้จะหนักพอสมควร เราจะไปแม่ฮ่องสอนกัน ระหว่างนั้นผม ด้วยความที่เคยสัมผัสเส้นทาง แม่ฮ่องสอนมาแล้วครั้ง หนึ่ง และยังจำความรู้สึกต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เลยหันไปถามเจ้าเพื่อนผม ว่า "เฮ้ย.... เคยขับรถจนท้อไม๊ " ด๊านนน .. ทำหน้างงใส่ผมอีก แน๊ ..... สำหรับผม การไปแม่ฮ่องสอนแบบครบ ๆ น่าจะ เป็นการวนจากล่างขึ้นบน แม่สะเรียง - แม่ลาน้อย - ขุนยวม - แม่ฮ่องสอน - ปางมะผ้า - ปาย หรือจะวนลงล่างก็ได้ แต่คราวนี้ ผมมีเพื่อน บวก กับความทะลึงของผมเองเลยเลือก เส้น ฮอด - ออบหลวง - แม่แจ่ม - ขุนยวม เป็นเส้นทางที่ โหดพอสมควร ผมใช้เวลาอยู่บนถนนที่ โหด สวย อากาศดี ผู้คนน่ารัก ราว ๆ 8 ชั่วโมง แวะไปเรื่อย ๆ ถึงขุนยวมก็ ค่ำพอดี


ที่พักของเราคืนนี้ อยู่ห่างจากแม่อูคอ 3 กิโล สวย เงียบ (มีแต่พวกผม) กันเอง ถูกมาก เกือบ 10 ปีแล้วยังราคาเดิมอยู่เลย เป็นที่พักที่ สร้างเฉพาะ ช่วงดอกบัวตองบาน เมื่อ โรยแล้วก็จะถูกรื้อเก็บครับ และขอบอก .... รอ ครับ รอให้ถึงเวลา 4 ทุ่ม ไฟจะดับทั้งดอย จะเห็นดาวดวงสวย เป็นล้านดวงเต็มท้องฟ้าไปหมด...เพื่อนผม ถึงกับ บอกว่า .... สงสารตัวเองและคน กรุงเทพ ที่ไม่มีโอกาศ ได้เห็น แบบนี้ทุก ๆ วัน ...............
เช้านี้ อีกแค่ไม่กี่อึดใจ เราก็จะเข้าถึง อ.เมือง แม่ฮ่องสอนกันแล้ว ครับผม แวะรับประกาศฯ ซื้อนู่น นี่ นั่น หาอะไรอร่อย ๆ แบบพื้นบ้านกินกัน และ มาถึงแล้ว ไม่ลืมที่จะขึ้นไปไหว้ พระธาตดอยกองมู เอาฤกษ์ เอาชัยเสียหน่อย เพราะเหดียวผมกับเพื่อนจะแยกกันแล้ว ครับ ทีมผม ขึ้นปางอุ๊ง ส่วนอีกทีม ไปปายครับ อิอิ
เมื่อแม่ฮ่องสอน จากที่ผมเคยมาแล้วครั้งนึง ดูเปลี่ยนไปเยอะมาก เจริญ หนาแน่นมาก หอการค้า จังหวัด ที่ออกประกาศฯ ให้เรา ก็ อยู่ฝั่งช้าย เมื่อก่อนอยู่ขวาสามารถจอดรถวิ่งขึ้นไปรับได้เลย ง่าย ๆ เมืองดูไม่เงียบเหมือนก่อน แต่ยังคงความเป็นแม่ฮ่องสอนไว้ได้เป็นอย่างดี (ปี 2552) ครับ

ปางอุ๊ง ที่ถูกวิธีที่สุดคงต้องเป็นการ ขออนุญาติ ขึ้นหมู่บ้าน ที่ ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่อนสอนก่อน ครับ จะมีใบ กฏระเบียบ ข้อห้ามต่าง ๆ มากมายเพื่อเป็นการรักษา วิถีดั้งเดิม และ ความเป็นธรรมชาติไว้ ผมเลือก ขึ้นแบบถูกวิธีที่สุดเพื่อเป็นการเคารพสถานที่นั้น ๆ ด้วยครับ ........ จากตัวเมือง ไม่กี่กิโลเมตร ก็ขึ้นถึงปางอุ๊งแล้วครับ แต่ .... เส้นทาง เอาเรื่องอยู่ พอสมควร ความชันอาจจะสู้ ดอยอ่างขางไม่ได้ แต่ โดยรวมผมว่า หนักกว่าครับ อิอิ

ถามว่า ปางอุ๊ง มีอะไร ผมคงตอบว่าไม่มีอะไรเลย มีแต่บึงใหญ่ การสาธิตเกษตร และหมู่บ้านน่ารัก ๆ สายหมอกยามเช้ากับหงษ์ 4 ตัว ......................... แต่ ขนาดคนอย่างผมยังยอมรับว่า ที่นี่แหละเป็นที่ ที่โรแมนติก มาก ๆ ครับ
จากปางอุ๊ง ขับรถเลาะโค้ง ซ้ายที ขวาที ผ่าน ปางมะผ้า เข้าปาย ผมนัดเจออีกทีม ที่อ.ปายครับ และทีมผมก็เพียงแค่ แวะมื้อกลางวันและคุยกัน กิจกรรมที่ปายมีเพียงแค่นี้ อาจเพราะ ปายเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ดูน่าอยู่ และน่าสนใจกว่านี้มาก ๆ ครับ เราผ่าน ปายไป พร้อมกับความสงสัย กับสิ่งที่เข้ามายังอ.ปาย ในสิบปีที่ผ่านมา แต่ก็เป็นความสงสัยเพียงชั่วขณะ หนึ่ง แล้วเราก็ ..หันมาสนใจจุดหมายในคืนนี้กัน ที่ ห้วยน้ำดังครับผม อิอิ

บนห้วยน้ำดังผม กางเต็น อย่างโดดเดี่ยวมาก ๆ ครับ เงียบ หนาว และมื้อค่ำทำเอง เช่นภาคแรก รีบนอนเพื่อ ตื่นแต่เช้ามืดรอดูทะเลหมอก กับดอกไม้งามก่อนกลับเข้าเชียงใหม่ครับ ....... วันนี้ไม่รีบร้อน เจอร้านกาแฟ ริมทางสวย ๆ ก็แวะ เจออะไรน่าสนใจก็แวะ จากห้วยน้ำดัง ไปเชียงใหม่ ไม่ไกลแล้ว และผม อยากขึ้นดอยสุเทพช่วง 4-5 โมงเย็น นอกจากไหว้ พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุประจำวันเกิดแล้ว (เกิดปีเดียวกัน 3 คน) ยังสามารถรอดู เมืองเชียงใหม่ยามค่ำ จากมุมสูงได้ด้วยสวยไปอีกแบบครับ อย่าลืม กาดวโรรส ของฝากมากมาย เสื้อผ้า กางเกงเล ที่ชั้น 2 นี่ราคาไม่แพงเลย ครับ ถูกกว่า สมุทรสงคราม 30 -40 บาทเลยทีเดียว

รุ่งขึ้น ผมจำต้องแยกจากเพื่อนอีก 1 วัน ด้วย เพื่อนผม มีความหลังที่วัดหนึ่ง ใน อ.เวียงปาเป้า จ.เชียงราย ส่วนผมไปไหว้ พระธาตุหริภุญชัย ที่ ลำพูน และไปรอพบกันที่ อช.แจ้ซ้อนครับ
วัดพระธาตุหริภุญชัย มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม มาก สำหรับผม น่าจะมากที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ มีความเป็นล้านนา และเงียบสงบ มิหนำซ้ำยังมีวงดนตรีเพื่อชีวิต ....... ครับวงดนตรีเพื่อชีวิต จริง ๆ เป็นกลุ่มผู้พิการ มาตั้งวงเล่นดนตรีพื้นบ้าน ในวัด ในศาลาประจำของเค้า ฮืม........................ ไม่รู้จะเขียนบรรยายอย่างไรแต่ชอบมาก ๆ ครับ
จากอช.แจ้ซ้อน เวลายังเหลือ นึกขึ้นได้ว่ามีพี่ชายที่สนิทกันมากคนนึง ที่สุโขทัย คิดได้ดังนั้นแล้ว ........ ไป กินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแท้ ๆ กันครับผม ถึงสุโขทัยก็เย็นแล้ว ได้ไกด์เจ้าถิ่นพาเข้าชม อุทยานประวัติศาสตร์ ยามเย็น ..... สวยครับผม

หลังจากทำความรู้จักกับ สุโขทัย 1 วัน เต็ม ๆ ก็ได้เวลากลับ แล้วครับ เราแยกกันกลับ ผม แวะหาเพื่อนที่ นครสวรรค์ก่อนกลับ เป็นการเดินทางที่ สนุกได้เห็นอะไรใหม่ ๆ ได้เรียนรู้วิถีชีวิต รู้จักเพื่อนมากขึ้น ขอจบการรายงานเพียงเท่านี้กับทริปเที่ยวเหนือ ทั้ง 2 ภาค ครับ ขอบคุณ kotoknow ที่ให้พื้นที่ เก็บประสบการณ์ที่ ผมเองไม่แน่ใจว่าจะ สามารถไปเช่นนี้ได้อีกหรือไม่ในชีวิตผม ขอบคุณครับ
เข้ามาแวะอ่านการท่องเที่ยวอีกรอบ เที่ยวจนคุ้มเลย....
เคยพาพรรคพวกตะลุยเฉพาะเชียงใหม่กับแม่ฮ่องสอนใช้เวลาตั้ง 7 วัน
กลับถึงเชียงใหม่สลบหมดแรงกันหมดแต่....สนุก
ขอบคุณมากค่ะกับบันทึกสบายๆ
อย่าลืมไปตอบคำถามว่าอยากกอดใคร???
อะเหดียวไปตอบครับ
ตอนไปแม่ฮ่องสอนครั้งแรกนี่ ชะล่าใจมาก ๆ
จากเชียงใหม่ไปไม่กี่ร้อยโล ออกซักบ่าย 3 โมงคงถึง
...... คิดผิด ครับ 4 ทุ่มครับผม ถึง 4 ทุ่ม นาน ๆ จะได้ใช้เกียร์ 5 ซักที โค้ง / เนิน เยอะมาก ๆ ครับแต่ก็ สนุกนะครับ
ฝากเก็บก็บ ไว้ ในนี้ด้วยครับ เหดียวหาไม่เจอ......
ปาย ดินแดนสวรรค์ ในฝันของใคร?
เอ่ยถึงอำเภอ "ปาย" จังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ เวลานี้คงไม่ต้องสาธยายความใดๆให้มาก เพราะเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในแอ่งกระทะ เป็นสถานที่ในฝันอันเงียบสงบแสนโรแมนติกของใครหลายๆคน ที่อยากสัมผัสเข้าถึงความเป็นปาย
ทว่าในความเป็นจริง ปาย ทุกวันนี้จะยังเหลือความงดงามชวนฝันอีกสักเท่าไหร่กัน จากเมืองเล็กๆซ่อนตัวในขุนเขา ปายกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของภาคเหนือ
แน่นอนว่าเม็ดเงินที่ฟูฟ่องย่อมทำให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวพอใจ ทำให้ความเจริญทางวัตถุจากการท่องเที่ยวถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว ปายจึงเต็มไปด้วยโรงแรม เกตเฮาส์ และคนแปลกหน้าจากต่างถิ่น ที่เดินทางเข้ามาปายมากขึ้นทุกที จนบดบังวิถีของคนปายเสียสิ้น
สำหรับเจ้าของแผ่นดินเดิมอย่างคนปายแท้ๆ ที่เกิดและโตบนผืนแผ่นดินแห่งนี้ พวกเขามีความคิดเห็นต่อปายยุคใหม่อย่างไร นี่เป็นส่วนหนึ่งของความเห็นจากคนปายแท้ๆที่มองเมืองปายด้วยสายตาเป็นห่วงต่อบ้านเมืองของพวกเขา
อดีตที่ค่อยๆเลือนหาย
หากอยากจะฟังเรื่องของปายก็ต้องถามจากคนปาย อ.เกรียงศักดิ์ คำหอม เป็นหนึ่งในคนปายโดยกำเนิด ปัจจุบันเขาทำงานในตำแหน่งของ คณะกรรมการเสริมสร้างศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชน อ.เกรียงศักดิ์เล่าถึงปายก่อนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างในปัจจุบันให้ฟังว่า
แต่เดิมคนปายอยู่กันอย่างเงียบสงบมาก ตื่นเช้าจับ จอม เสียม ไปทำไร่ ไถนา ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เกื้อกูลกันแก่กัน คนที่อยู่ในปายมีด้วยกัน 7 ชนเผ่า เช้ามาที่ตลาดในตัวเมืองปาย เราจะเห็นชนเผ่าต่างๆใส่ชุดประจำเผ่านำข้าวของมาขาย เป็นภาพที่งดงามเย็นตา เห็นวัฒนธรรมประเพณีสะท้อนออกมาจากการแต่งกาย การพูดจา
เช่นเดียวกับอีกหนึ่งความคิดของคนที่มีถิ่นเกิดและอยู่ปายมาแต่กำเนิด อย่าง เสงี่ยม วงค์หล้า ผู้ใหญ่บ้านน้ำฮู ที่มีความเห็นสอดคล้อดกับ อ.เกรียงศักดิ์ ว่า ปายในอดีตเคยงดงามสงบอย่างไร
"ปายก่อนจะเจริญแบบนี้ เราเคยอยู่กันอย่างพอมีพอกินไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้ ธรรมชาติงดงามไม่มีมลภาวะเป็นพิษชาวบ้านมีน้ำใจ ชุมชนของผมเป็นชาวไทใหญ่ก็นุ่งผ้าถุงไทใหญ่ ใส่เสื้อผ้าไทใหญ่ มีการทำนาลงแขกเกี่ยวข้าวก็ช่วยกัน คนปายใจเย็นไม่ต่างจากแม่น้ำปายเลย"ผู้ใหญ่เสงี่ยมเล่าถึงปายในอดีต
เมื่อปายแปรแปลี่ยน
ในฐานะคนเกิดเมืองปาย อย่างบุญหล่อ อริยะวัตน์ ผู้นำชาวจีนยูนนานแห่งหมู่บ้านสันติชนลูกหลานของชาวกองพล 93 (ทหารจีนคณะชาติ) ที่ถอยร่นการสู้รบวางปืนและเลือกสร้างถิ่นฐานที่หมู่บ้านสันติชนในปาย เล่าว่า เขาเกิดที่นี่หมู่บ้านของเขาตั้งอยู่ห่างจาก เมืองปาย 4 กิโลเมตร ชื่นชอบปายมากดีใจที่มีโอกาสเกิดเป็นคนปาย
ที่หมูบ้านสันติชนของเขาไม่ค่อยปัญหาใหญ่อะไรนัก เพราะนักท่องเที่ยวยังควบคุมได้และมีกฎของหมู่บ้านที่เชื่อมั่นว่าเข้มแข็งพอ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือในเขตเทศบาลเมืองมากกว่า ไปทีไรใจหายทุกครั้ง ความวุ่นวายมีมากการคมนาคมไม่สะดวก รถราเยอะ น้ำใจจากชาวบ้านเริ่มหายไป มีความเห็นแก่ตัวเข้ามาแทนที่
"เมื่อก่อนที่ปายไม่เคยมีขโมยโจรผู้ร้าย จอดรถทิ้งไว้ยังไงก็ไม่หาย แต่มาวันนี้ไม่แน่"ผู้นำบุญหล่อกล่าว
เดี๋ยวนี้จึงไม่แปลกเมื่อเขาพบว่า คนปายดั้งเดิมที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทใหญ่ที่อยู่ในตัวเมือง มักจะหนีความวุ่นวายขายบ้านออกมาอยู่สวนนอกเมืองกันหมด บ้านที่ขายคนซื้อก็คือนายทุนคนต่างถิ่น ที่นิยมเอาไปแปลงเป็นเกตเฮาส์ ที่ตอนนี้มีมากกว่า 400 แห่ง ในอำเภอเล็กๆโอบล้อมด้วยหุบเขาที่กว้างใหญ่ เจอแบบนี้เข้าไปจะอยู่ได้อย่างไรกัน
สิ่งที่ผู้นำบุญหล่อเห็น คล้อยคลึงกับสิ่งผู้ใหญ่เสงี่ยมเห็นเช่นกัน ผู้ใหญ่เสงี่ยมบอกกล่าวถึงการรุดคืบของคนต่างถิ่นที่เข้ามาอาศัยในปายว่า มีชุมชนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองปาย ที่ตอนนี้คนในชุมชนจริงๆไม่มีแล้ว มีแต่คนต่างถิ่นเข้ามาอยู่ เป็นเพราะคนเฒ่าคนแก่ที่เขาเคยทำมาหากินอยู่อย่างสงบทนต่อไปไม่ไหว ต้องละทิ้งถิ่นฐานที่ ปู่ ย่าสร้างมามาแผ้วทางที่ใหม่ ด้านธรรมชาติก็ถูกคุกคาม ที่ทิ้งขยะก็ไม่มี สุดท้ายก็ต้องทิ้งใกล้ชุมชน ใกล้สนามบินเป็นปัญหาตามมาอีก
ซึ่งทาง อ.เกรียงศักดิ์เองก็ได้เฝ้ามองความเปลี่ยนไปของปายไม่ต่างจากอีก 2 ท่าน อ.เกรียงศักดิ์เล่าว่า ตนเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวเข้ามาในปายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2534 ในปีเดียวกันเริ่มมีการสร้างเกตเฮาส์ขึ้น 2 แห่ง แต่ดูเหมือนคนปายยังไม่ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่
"คงไม่มีคนปายคนไหนคิดกันหรอกว่า จะมองเห็นภาพปายเป็นดังทุกวันนี้"อ.เกรียงศักดิ์กล่าว
อ.เกรียงศักดิ์เล่าต่อไป ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับปายแผ่นดินเกิดของเขาว่า เมื่อความเจริญเริ่มเข้ามาแรกๆชาวบ้านก็เห็นดีเห็นงามด้วย เพราะในเชิงบวกทางเศรษฐกิจชาวบ้านมีอาชีพเสริม แต่พอนานไปคนมามากขึ้นก็เริ่มรู้สึกกันว่าค่าครองชีพสูงขึ้น
การไหลบ่าของสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรงแรม เกตเฮาส์ เริ่มผุดขึ้น จนในที่สุดสิ่งดีๆที่เคยเป็นปายกลับเสื่อมสลายถูกแทนที่ด้วยสิ่งเร้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น ล่าสุดอย่าง "เร็กเก้" ดนตรีที่ไม่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่นายทุนนำเข้ามา
"ดนตรีเร็กเก้ในตอนนี้ผมคิดว่าเป็นจุดเปราะบางที่ต้องเร่งแก้ไขของปาย นายทุนที่นำเข้ามาเคยถามกันสักคนคำไหมว่าคนปายต้องการหรือเปล่า มาดีดกีตาร์ตามถนนคนเดินบ้าง มาดิ้นตามถนนบ้าง มองแล้วมันทุเรศตา ปายวันนี้จึงเหมือนกับต้นไม้โดนปุ๋ยเร่งแล้วจะหยุดชะงัก จนในที่สุดปายจะสูญเสียรูปแบบวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ดั้งเดิมจนหมดสิ้น"อ.เกรียงศักดิ์กล่าว
"วิถีชีวิตที่ตื่นแต่เช้านอนแต่หัวค่ำก็ไม่มีแล้ว ต้องนอนดึกดื่น เนื่องจากอารยะธรรมตะวันตกอย่างฝรั่งเข้ามาเราต้องการพักผ่อนเขาเที่ยว พอถึงตอนที่เราทำงานเขาพักผ่อน ความขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อเราต้องการพักผ่อนเขาก็สร้างสิ่งที่อึกทึกคึกโครมน่ารำคาญเกิดขึ้น แต่พอถึงเวลากลางวันเขาจะนอนเราทำงาน เขาก็บ่นว่าเรารบกวนเขา เขาไม่ได้พักผ่อน ทั้งที่เราเป็นคนพื้นที่บ้านเราแท้ๆยังต้องยอมเขาขนาด
"ที่กระแสเหล่านี้ไหลเข้ามาในปายง่ายๆ เพราะคนไทยระยำบางกลุ่มเห็นแก่เงิน อย่างประเพณีเดือนสิบสองเราลอยกระทง เพราะเป็นประเพณีเราถึงทำเราจุดโคมลอยขึ้นฟ้า แต่รู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้ถ้าฝรั่งอยากเห็นตอนไหนก็จุดให้เห็น แล้วถามว่าเป็นการทำลายประเพณีไหม"อ.เกรียงศักดิ์กล่าวด้วยความคับแค้นใจ
ถึงตอนนี้ปายยังเป็นสวรรค์ในฝันของใครอยู่ไหม?
แน่นอนเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาดื่มด่ำกับกลิ่นไอแห่งปายและผู้ประกอบในท้องถิ่นที่มีรายได้อย่างงามจากการท่องเที่ยว แต่คงไม่ใช่สวรรค์ของคนปายที่แท้จริงสักเท่าไหร่
นายทุน
นายทุนดูเหมือนจะตกเป็นจำเลยของคนปายไปเสียแล้ว อย่างน้อยก็ในสายตาของ อ.เกรียงศักดิ์ นายทุนที่เข้ามาในปายล้วนแต่เป็นคนต่างถิ่นมาจากต่างที่ ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ต่างชาติก็มีจำนวนไม่น้อย การเข้ามาของนายทุนต่างชาติ คือ การอาศัยแต่งงานกับสาวชาวเขาที่มีสัญชาติไทยเป็นใบเบิกทางเรื่องการลงทุนข้ามชาติ อย่างที่ อ.เกรียงศักดิ์เรียกว่า "เป็นโรคผัวฝรั่ง"
"ตอนนี้เผ่าที่สาหัสกว่าเพื่อน ก็คือเผ่าที่ขึ้นต้นด้วยตัว L ลงท้ายด้วยตัว U เกือบทั้งหมู่บ้านเป็นโรคผัวฝรั่งกันหมด เรียนกันยังไม่เท่าไร ก็ออกไปแต่งงานกับฝรั่ง แล้วมาสร้างเกตเฮาส์อยู่ในปายบ้างในหมู่บ้านเขาบ้าง ตอนนี้ไปดูได้เลย เผ่าที่ว่านี้หาบ้านเรือนที่เป็นแบบดั้งเดิมของเผาไม่มีแล้ว มีแต่บ้านทรงยุโรปทันสมัย พวกนี้วันดีคืนดีผีลง ก็มากอดมาจูบกันกลางถนนคิดว่าโก้เก๋ นี่คือผลของเมืองที่เติบโตอย่างผิดรูปแบบ"อ.เกรียงศักดิ์เล่าให้ฟัง
ด้านผู้ใหญ่เสงี่ยมก็เล่าถึงนายทุนที่เข้ามาในปายให้ฟังว่า ณ ตอนนี้บ้านน้ำฮูที่เคยสงบก็อาจจะกำลังถูกรุกคืบจากนายทุนเช่นกัน ปัญหาของบ้านน้ำฮูมาจากนายทุนชาวไทย ที่เริ่มเข้ามาสร้างโรงแรม เกตเฮาส์กันบ้างแล้ว
"มีโรงแรมแห่งหนึ่งกำลังก่อสร้างในหมู่บ้านน้ำฮู เป็นคนไทยด้วยกันแท้ๆ แต่แค่ชาวบ้านเดินผ่านเข้าไปดู เขายังตวาดเลย คนปายจริงๆทุกวันนี้ก็เป็นได้แค่พนักงานเสิร์ฟหรือลูกจ้างเขาเท่านั้น ส่วนเจ้าของกิจการทั้งหลายเป็นใครก็ไม่รู้"ผู้ใหญ่กล่าวอย่างน้อยใจในชะตากรรมของคนปาย
จุดอิ่มตัว
สิ่งหนึ่งที่คนปายทั้ง 3 คน เห็นพ้องตรงกัน คือ อีกไม่นานปายจะถึงจุดอิ่มตัว สำหรับคนต่างถิ่นที่เข้ามาย่อมย้ายกลับไปถิ่นเดิมที่จากมาได้ แต่สำหรับคนปายแล้วพวกเขามีทางเลือกอื่นหรือ ไม่ว่าปายจะเป็นอย่างไรพวกเขาจะหนีจากแผ่นดินเกิดได้หรือ ณ วันนี้พวกเขาจึงได้เพียงแต่รักษาสิ่งที่เหลืออยู่ไม่ให้จางหายอย่างรวดเร็วเท่านั้น
"อยากเห็นปายเป็นศูนย์รวมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ผมเคยบอกหลายครั้งว่า ผู้ที่จะพาปายรอดคือผู้นำท้องถิ่นและชุมชน ไม่ใช่ผอ.ทั้งหลายที่อยู่แต่ในห้องแอร์ มวลรวมของปายเป็นภาพที่ใหญ่และกว้าง ผมทำได้แค่ปกป้องหมู่บ้านของผมเท่านั้น อย่างตอนนี้เรามีกฎของหมู่บ้านจะไม่ขายที่ดินให้ต่างชาติ"ผู้นำบุญหล่อแห่งบ้านสันติชนกล่าว
ในขณะที่ผู้ใหญ่เสงี่ยมเองก็บอกว่า ทุกวันนี้ในเวทีการประชุมของหมู่บ้าน ตนก็ได้พยายามบอกทางผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลาน อย่าเห่อตามสิ่งที่เข้ามาเพราะสถานะ การใช้ชีวิตของเราต่างจากต่างชาติจะวิ่งตามไม่ได้ ไม่อยากเห็นภาพการย้ายบ้านเรือนเกิดขึ้นที่บ้านน้ำฮู
ส่วนทาง อ.เกรียงศักดิ์ เองก็ยังคงยืนยันที่จะร่วมดูแลอนุรักษ์สิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในปายต่อไป สิ่งหนึ่งที่ อ.เรียกร้องคือความช่วยเหลือจากภาครัฐ
"หน่วยงานรัฐความเร่งจัดการตั้งบทบัญญัติขึ้นมา ไม่ใช่ว่าพอโดนม่านสีม่วงม่านสีเทาก็ชะงัก ได้แต่บอกว่าทำอะไรไม่ได้ สงสารคนปายเถอะเกิดที่นี่ก็จะตายที่นี่ไม่คิดย้ายไปไหน เพียงแต่ว่าอยากให้ทรัพยากรบ้านเราลูกหลานเราได้กินได้ใช้ เรียนรู้สิ่งที่ถูกที่ควร ไม่กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้แบบนี้ ถ้าวันที่ปายอิ่มตัวเต็มที่มาถึงคนที่เดือดร้อนก็ชาวบ้านนี่เอง" อ.เกรียงศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย
และนี่คือเสียงส่วนหนึ่งจากคนปายแท้ๆที่มองเมืองปายถิ่นเกิดของพวกเขาด้วยความเป็นห่วงไปในทิศทางเดียวกัน(แน่นอนว่าย่อมมีคนเห็นแตกต่าง) ซึ่งหวังว่าเสียงเหล่านี้จะได้ยินไปถึงนายทุน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ภาครัฐ –หน่วยงานที่ดูแลด้านการท่องเที่ยวในแม่ฮ่องสอน ให้หันกลับมามองเมืองปาย พร้อมประคองเมืองนี้ให้เดินไปบนเส้นทางสายเมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและดีกว่าทุก
เมื่อ 21 มิถุนายน 2553 22:20
#2053495 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
เข้ามาแวะอ่านการท่องเที่ยวอีกรอบ เที่ยวจนคุ้มเลย....
เคยพาพรรคพวกตะลุยเฉพาะเชียงใหม่กับแม่ฮ่องสอนใช้เวลาตั้ง 7 วัน
กลับถึงเชียงใหม่สลบหมดแรงกันหมดแต่....สนุก
ขอบคุณมากค่ะกับบันทึกสบายๆ
อย่าลืมไปตอบคำถามว่าอยากกอดใคร???
แวะมาอ่าน...เที่ยวเหนือภาค1-2 (วนขวา-ซ้าย) ครบล่ะ ครั้งต่อไปจะไปไหนต่อล่ะ???