"คุณอำนวย" ท่านทั้งหลาย... นานบ้าง เพิ่งผ่านบ้าง บอกกล่าวกันว่า ตั้งเป้าหมายให้ชัด ตอบคำถามให้ได้จัดการความรู้ไปเพื่ออะไร
                มาทบทวนกับตัวเองรู้ว่าในหลาย ๆ เรื่องที่ทำได้ปฏิบัติได้ก็เพราะ "จัดการความรู้" ให้กับตัวเอง  ที่ผ่านมาอาจไม่ตั้งใจแยกแยะหรือพิจารณา  พระพุทธองค์สอนให้พิจารณาให้รอบคอบ  ผมลองพิจารณาตามคำสอนในหลาย ๆ เรื่อง  หลาย ๆ อย่างที่ผ่านมา  
                พบว่าถ้าเทียบกับกระบวนการจัดการความรู้ และนั่นใช่เลย  การจัดการความรู้ในกระบวนการที่เรียนรู้แลกเปลี่ยนกันมากับ "คุณอำนวย" ท่านทั้งหลาย...   
                นานบ้าง เพิ่งผ่านบ้าง บอกกล่าวกันว่า  ตั้งเป้าหมายให้ชัด ตอบคำถามให้ได้จัดการความรู้ไปเพื่ออะไร
                ลองดูที่ผมทบทวนเรื่องที่ผ่านมา 
                หลายปีมาแล้วนับได้เป็นสิบปี  ผมเห็นคนที่ผมรู้จัก(ไม่ใช่นักส่งเสริมฯเรา)ใช้คอมพิวเตอร์กัน ช่วงนั้นเครื่องก็แสนแพงในขณะที่คุณภาพเทียบกันไม่ติดกับยุคสมัยนี้ ที่ราคาถูกลงแถมสมรรถนะสูงกว่ามาก แต่ก็เสียได้ง่าย  
                ผมยังไม่ถึงกับอยากมีในช่วงเวลานั้นแต่ความคิดอยากรู้จักมันและอยากใช้ให้เป็น (นี่เป็นเป้าหมายมั้ง) ผมเลี้ยวซ้ายแลขวาแล้วในที่ทำงานผม ไม่มีเพื่อนคนใดแนะนำได้เลยเพราะต่างก็ใช้ไม่เป็น(ความรู้ภายในองค์กรไม่มี)  ผมไปยืมหนังสือคนที่รู้จักที่เขาใช้เป็นและมีเครื่องคอม ฯ ใช้ส่วนตัวด้วย ไปนั่งดูเขาใช้เครื่องคอม ฯ  สอบถามและให้เขาอธิบาย เขาเห็นผมสนใจให้ผมเริ่มฝึกใช้บ้าง (ความรู้ภายนอกมั้ง)
                วันนั้นที่เขาสอนผมใช้เป็นในส่วนที่เขาสอน  วันหลังผมไปฝึกตามที่เขาสอนแต่ผมทำต่อไม่ได้ ผมพบว่าเพราะผมไม่จดสิ่งที่เขาสอนแต่ผมใช้วิธีจำและจำได้ไม่หมด วันหลัง ๆ ต่อมาเขาสอนอะไรให้ผมจด   โดยสร้างสมุดเล็ก ๆ ขึ้นมาเล่มหนึ่ง  จดประเด็นที่เขาสอนอย่างละเอียดเรียงตามขั้นตอน(การบันทึกแน่ๆ )   กลับไปใช้เครื่องครั้งหลังผมก็ทำได้ 
                 กลับบ้านอ่านหนังสือคอมพิวเตอร์ที่เขาให้มา  อ่านแล้วมึนเพราะเยอะแยะไปหมดไม่รู้จะจับต้นชนปลายอย่างไร  ยิ่งอ่านความคิดว่าน่าจะต้องยอมแพ้ เพราะไม่เข้าใจ 
                 ท่านผู้นั้นบอกผมว่า "คอมพิวเตอร์" ใช้งานได้สารพัดแต่เราจะใช้เพื่อทำอะไร(ตั้งเป้าให้ชัดว่างั้น) เมื่อรู้ว่าจะใช้ทำอะไรก็เรียนรู้ในสิ่งที่เราต้องใช้(จัดการความรู้เฉพาะเรื่อง)
                  ผมจึงตั้งเป้าหมายว่างานราชการที่ผมทำอยู่ แรก ๆ ก็เอาเรื่องพิมพ์หนังสือราชการ(งาน) ผมก็อ่านคู่มือและฝึกฝนเฉพาะส่วนที่ผมต้องทำ  ทำเอกสารมีหลายรูป เราเอาแบบที่จะใช้ อ่านและฝึกเฉพาะตรงจุดนั้น หนังสือเล่มใหญ่แค่ไหนไม่ได้ไปตกใจ เปิดอ่านเฉพาะที่จะใช้  จดหลักสำคัญ ๆ เอาไว้  เป็นคู่มือสำหรับตัวเอง รวบรวมไว้ เป็นประเด็น ๆ ไป
                  ครั้งใดที่ใช้เครื่องแล้วลืมก็เปิดคู่มือที่จัดทำไว้นั้นมาใช้ และผมก็ทำงานโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ในที่สุดและพัฒนาตนเองมาเรื่อย ๆ โดยวิธีนี้ และไม่เกรงใจที่จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์  หลังจากนั้นมาผมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนที่ชอบคอมพิวเตอร์ตลอดค้นคว้าทดสอบ ปัจจุบันผมก็ประกอบเครื่องได้ ซ่อมได้ วางระบบ Lan ได้
                   ผมทบทวนแล้วเข้าใจว่า  นี่คือการจัดการความรู้ให้กับตัวผมเองเพื่อไปจัดการกับงาน ขององค์กร  และเข้าใจว่าการจัดการความรู้เกิดขึ้นกับเราตลอดเวลา  ถ้าแยกออกมาระหว่างงานคืองาน การจัดการความรู้คือเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ทำให้เราบรรลุเป้าหมายงานได้