
๓.การหายใจ
๓.๑ หายใจลึก นอนราบกับพื้น เหมือน ๒.๑ เพ่งความสนใจอยู่ที่การเคลื่อนไหวของท้องเพื่อให้อากาศเข้าสู่ส่วนล่าง ส่วนบนของปอด บริเวณทรวงอกก็จขยายตัว ไม่ควรฝืน หายใจติดต่อกัน ๑๐ ครั้ง ลมหายใจออกจะยาวกว่าลมหายใจเข้าเล็กน้อย
๓.๒ ก้าวเท้าวัดความยาวของลมหายใจ เดินช้า ๆ หายใจธรรมดาวัดลมหายใจเข้าออกด้วยจำนวนก้าว สังเกตลมหายใจอย่างระมัดระวัง หายใจติดต่อกันสัก ๑๐ ครั้ง เมื่อมีปิติให้ขยายลมหายใจเข้าให้ยาวขึ้นอีก ๑ ก้าว ทำอีก ๑๐ ครั้ง แล้วกลับมาหายใจปกติสัก ๕ นาที และกลับมาทำแบบเดิมอีก อย่าฝึกหายใจเข้าหายใจออกเท่ากันเกินกว่า ๑๐-๒๐ ครั้ง
๓.๓ นับลมหายใจ นั่งขัดสมาธิ หรือจะเดินก็ได้ เมื่อหายใจเข้าก็ให้รู้ว่าหายใจเข้า ๑ หายใจเข้า ๒...หายใจเข้า ๑๐ แล้วกลับมานับใหม่อีก ถ้าหลงก็ให้เริ่มต้นใหม่
๓.๔ ตามลมหายใจขณะฟังดนตรี หายใจเบาและยาวสม่ำเสมอตามลมหายใจให้ตลอด ขณะที่มีสติรู้ท่วงทำนองและจังหวะของดนตรีด้วย อย่าปล่อยใจไปที่ดนตรีทั้งหมด แต่พยายามบังคับบัญชาลมหายใจและตัวเองไปด้วย
๓.๕ ตามลมหายใจขณะสนทนา หายใจเบา และสม่ำเสมอ ตามลมหายใจไปขณะที่ฟังคำพูดของเพื่อนและคำพูดของเราเอง ติดต่อกันไปเหมือน ๓.๔
๓.๖ ตามลมหายใจ นั่งขัดสมาธิหรือเดินเล่น เริ่มหายใจเข้าช้า ๆ อย่างปกติ เริ่มจากท้อง มีสติรู้ว่า"กำลังหายใจเข้าออกปกติ" ทำติดต่อกัน ๓ ครั้ง
ครั้งที่ ๔ ขยายการหายใจเข้าออกให้ยาวขึ้น มีสติรู้ว่า "ฉันกำลังหายใจเข้าออกยาว "ทำติดต่อกัน ๓ ครั้ง ติดตามลมหายใจอย่างระมัดระวัง ให้มีสติรู้เท่าทันการเคลื่อนไหวทุก ๆ ระยะของท้องและปอด
ตามลมหายใจเข้าและตามลมหายใจออกตั้งแต่ต้น มีสติรู้ว่า "กำลังหายใจเข้าออกและกำลังตามลมหายใจเข้าตั้งแต่ต้นจนสุด"
หายใจต่อเนื่องกัน ๒๐ ครั้ง แล้วกลับมาหายใจปกติสัก ๕ นาที ทำซ้ำอีกครั้งหนึ่ง อย่าลืมยิ้มเล็กน้อย เมื่อคล่องแล้วจึงทำขั้นต่อไป
๓.๗ ทำจิตและร่างกายรำงับเพื่อนเข้าถึงปิติสุข นั่งขัดสมาธิ ยิ้มเล็กน้อย ตามลมหายใจเข้าออก เหมือนข้อ ๓.๖ เมื่อร่างกายและจิตสงบแล้ว หายใจเข้าออกอย่างเบา ๆ และมีสติรู้ว่า "กำลังหายใจเข้าออกและทำให้กาย ลมหายใจเบาและสงบ" ทำติดต่อกัน ๓ ครั้ง
นึกในใจอย่างมีสติว่า "กำลังหายใจเข้าออกและทำให้กาย ลมหายใจเบาและสงบ" ทำติดต่อกัน ๓ ครั้ง
นึกในใจอย่างมีสติว่า "กำลังหายใจเข้าออกและทำให้กาย ลมหายใจเบาและสงบ" คงความนึกคิดอย่างนี้ด้วยสติตลอด ๕ นาที ๓๐ นาที หรือ ๑ ชั่วโมงแล้วแต่ความสามารถ
การเริ่มต้นและการสิ้นสุดของการฝึก ควรเป็นไปอย่างผ่อนคลายและนุ่มนวล เมื่อจะหยุดควรเอามือลูบหน้าลูบตาอย่างนุ่มนวล ลูบกล้ามเนื้อ แขนขาก่อนที่จะอยู่ในท่านั่งปกติ

http://images.google.co.th/imglanding?q
สวัสดีครับ ครูคิม
แวะเข้ามาอ่าน ทำให้ได้คิด บางครั้งยุ่งๆ จนลืมคิดว่ายังหายใจดีอยู่หรือ
ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่ไทยนะครับ
แวะเข้ามาอ่าน...ลองฝึกดู...ดีค่ะ...ขอบคุณ
สวัสดีครับ พี่ครูคิม
ขอบคุณค่ะพี่ครูคิม มาสวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ จะนำไปลองปฏิบัติดูนะคะ
สุขสันต์วันมหาสงกรานต์ค่ะ คุณครูคิม
ภาพส่วนหนึ่ง จากหนังสือการ์ตูนประกอบคำกลอน "รักษ์คลอง-รักถิ่น" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยและพัฒนาสื่อเพื่อสร้างสำนึกสาธารณะและโลกทัศน์ทางสังคมสำหรับเด็ก โดย อาจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ซึ่งสนับสนุนโดย โครงการวิจัยและพัฒนาประชาคมพุทธมณฑล ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนโดย มหาวิทยาลัยมหิดล ..
สวัสดีค่ะอาจารย์รศ. พงศ์วัชร สิริจันทรวงศ์
สวัสดีค่ะน้องปริมปราง
สวัสดีค่ะน้องณัฐวรรธน์
สวัสดีค่ะอาจารย์น้องอ.ลูกหว้า
สวัสดีค่ะคุณพี่Preeda
สวัสดีค่ะคุณณัฐพัชร์
พี่ครูคิมน้องเอาน้ำปลาหวานมาฝากค่ะ...
สวัสดีค่ะอ้อยเล็ก
ดีครับ ครูคิม ข้อที่ตามลมหายในขณะที่ฟัง พูด สนทนากับเพื่อนด้วย นำมาประยุกต์ใช้กับสุนทรียสนทนา(dialogue การสนทนาเพื่อฆ่าอวิชชา)ได้ดีเลยครับ
ขอบคุณครับครูคิม สำหรับหลักการเจริญสติดีๆ ได้แวะไปเข้าเวปบ้านครูคิมมาด้วย ขอเป็นพลังใจให้ครูผู้มีเมล็ดพันธ์แห่งความดีครับ
สวัสดีค่ะหลานปู่