"วรินดาหรืออ้อม" เป็นเพื่อนที่รู้จักกันในที่ทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง อ้อมเป็นคนรูปร่างค่อนข้างผอม เอวคอดเล็ก ผมยาวเป็นลอน ๆ ตามธรรมชาติ จมูกโด่งเป็นสันพองาม ยิ่งดูยิ่งเห็นความสวยเพราะเธอเป็นคนผิวคล้ำ
อ้อมเป็นคนที่มาทำความรู้จักกับฉันก่อน ภายหลังเพิ่มความสนิทกันมากขึ้น ทานข้าวกลางวันด้วยกันและนัดกันไปเที่ยวเตร่บ้างเป็นครั้งคราว นิสัยของอ้อมเป็นคนเงียบขรึมและพูดน้อยกับคนทั่วไป แต่กับฉันอ้อมช่างพูดไม่หยุดปาก ชนิดที่ฉันฟังเธอไม่ทัน
เธอเล่าว่า เธอมีพี่น้องทั้งหมด ๕ คน เมื่อพ่อแม่เธอแยกทางกันทำให้พี่น้องทั้ง ๕ กระจัดกระจายไปอาศัยอยู่กับญาติทางพ่อบ้างทางแม่บ้าง ส่วนเธอไปอยู่กับป้าพี่สาวของพ่อตั้งแต่อายุ ๒ ขวบทำให้เธอไม่สามารถจำหน้าตาของพ่อแม่และจำพี่อีก ๔ คนไม่ได้ เมื่อเธอเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาพี่ชายคนโตมาเยี่ยม เพียงแต่รู้ว่าเป็นพี่ชาย เธอไม่มีความสนิทสนมและไม่เคยพบกันอีกเลย
คุณป้าและคุณลุงมีลูก ชายหญิง ๒ คน เธอเรียกทั้งสองคนว่าพี่ ระหว่างที่เธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย พี่ชายลูกของป้าได้ปลุกปล้ำพยายามท จะล่วงเกินเธอ แต่เธอต่อสู้รอดไปได้อย่างหวุดหวิด เมื่อนำเรื่องไปเล่าให้คุณป้าและลุงฟัง เธอกลับถูกคุณป้าว่า "เธอใส่ความ" ครั้งที่สองเหตุการณ์เดิมก็เกิดขึ้นอีกจึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น มีเพื่อนของพี่ชายได้เข้าช่วยเหลือเธอ เพราะคืนนั้นพี่ชายมีเพื่อนมานอนค้างที่บ้าน
เช้าตรู่ของวันใหม่เธอจึงหนีออกจากบ้าน ไปขออยู่กับบ้านของอาจารย์ใหญ่(สตรี)ของโรงเรียนที่เธอเรียน ปรากฏว่าอาจารย์ใหญ่ไม่รับเธอ บอกว่าต้องรอปรึกษาสามีก่อน เธอจึงตัดสินใจไปเช่าหอพักด้วยตนเอง มีเงินเก็บหอมรอมริบจากค่าขนมจ่ายล่วงหน้าเป็นค่าหอพัก และลาออกจากโรงเรียนตั้งแต่บัดนั้น ไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านอาหารเล็ก ๆ และเรียน กศน.ระดับมัธยมปลาย จบแล้วสอบเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาจนจบปริญญาตรี
ระหว่างนั้นมีผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วมาชอบเธอ ฉันพยายามกีดกันและให้ข้อคิดกับอ้อมมากมาย เธอบอกฉันว่าไม่ชอบผู้ชายคนนั้นเหมือนกัน "วันหนึ่งมีงานตอนกลางคืน ชายคนนั้นมาหยอกเย้าพูดเกี้ยวพาราสี เธอแสดงกิริยาต่อผู้ชายคนนั้นอย่างนุ่มนวลและยิ้มรับแบบไม่รังเกียจแต่อย่างใด" ภายหลังจึงทราบว่าเธอเก็บอารมณ์และความรู้สึกได้ดีมาก ฉันนึกชื่นชมความมีคุณลักษณะ"สมบัติผู้ดี"ของเธอมาก
ขณะนั้นเธอยังไม่เคยพบกับพี่น้อง และญาติ ๆ แม้แต่คนเดียว ส่วนครอบครัวของป้าตามมารบกวนเธออยู่บ้างเป็นครั้งคราว ภายหลังที่ฉันลาออกมาแล้ว เคยกลับไปเยี่ยมและส่งข่าวหากันเป็นระยะ ๆ จนบัดนี้ก็ไม่เคยเจอกัน เพียงแต่ทราบตอนนั้นว่าเธอย้ายงานไปอยู่ที่อื่นแล้ว
"วรินดาหรืออ้อม"คือเพื่อนสนิทของฉันคนหนึ่ง ที่ฉันได้รับความไว้วางใจรับทราบเรื่องราวส่วนตัวของเธอ อยากจะบอกว่าฉันยังคิดถึงเพื่อนคนนี้และอยากเขียนถึงในบันทึกนี้ค่ะ

http://images.google.co.th/imglanding?q
มาจองครับพี่คิม...
พี่คิมจำรายละเอียดเพื่อน ๆ ได้ดีมาก ๆ เลยครับ
แหะ แหะ นึกอยากจะเขียนอย่างพี่คิมมั่งแล้วสิ
เขียนไว้ให้เฌวาอ่าน
เพื่อนผมมีต้ังแต่พระมหาเปรียญ ไปกระทั่งอยู่ในคุกเลยครับพี่
มาเยี่ยมชมความรู้ที่เเบ่งปัน อ่านง่ายเเละชวนติดตามขอรับ นำภาพกรุงโวลยามค่ำคืนมาฝากขอรับ
สวัสดีค่ะน้องหนานเกียรติ
สวัสดีค่ะอาจารย์k-kukiat
สวัสดีค่ะน้องpikul
พี่ครูคิม..ที่รัก
สวัสดีค่ะน้องจำเนียรวดี
สวัสดีค่ะครูคิม
คุณอ้อมช่างเป็นคนที่น่าสงสารนะค่ะ
การที่ตัดสินใจไปหาคนที่คิดว่าเธอพึ่งได้...แต่กลับไม่รับเธอ ยิ่งทำให้คุณอ้อมรู้สึกหมดที่พึ่ง
แต่ยอมรับนะค่ะว่า...คุณอ้อมเป็นคนที่ไม่ท้อแท้จริงๆค่ะ
มีสติอยู่เสมอ...ขอชื่นชมมากๆเลยค่ะ
ครูคิมเป็นคนที่จำรายละเอียดของเพื่อนได้ดีมากๆเลยนะค่ะ
อีกทั้งเป็นคนที่เขียนแล้วแป้งอ่านรู้สึกว่าลื่นไหล
ไม่มีตรงไหนติดขัดเลยค่ะ อยากเขียนได้แบบนี้บ้างจัง
ขอบคุณครูคิมมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะน้อง~*_PangJung_*~
สวัสดีครับ เกลอ
ไม่ได้นับเพื่อนหลายคนแล้ว ต้องกลับไปนับย้อนหลัง
พอเดินได้ คนก็มาใช้งาน เริ่มที่จะไม่ได้พักอีกแล้วครับเกลอ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม..อยากติดตามอ่านต่อไปเพราะทำให้ระลึกถึงเพื่อนๆที่เรียนมาด้วยกันค่ะ..เพื่อนของพี่ครูคิมมีทุกอาชีพนะคะ...ชื่อทันสมัยทุกท่านค่ะ
เพื่อนๆของครูพี่คิม ล้วนเป็นหญิงนักสู้ ไม่ย่อท้อต่อชะตาชีวิต
ถือเป็นแบบอย่างที่ดีมากๆ ควรยกย่อง ชื่นชม จากใจจริงค่ะพี่
... ฝนอาจไม่ตกทั่วฟ้า หากชะตาชีวิตเราเลือกเองได้ ... ใช่ไหมคะพี่
ทางนี้ฝนตกดีจัง ไม่อยากให้ตกเล้ยค่ะ ;) สุขสันต์วันนี้ค่ะ
"เพื่อน" คำนี้ยิ่งใหญ่เสมอคะ พี่ครูคิม
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะเกลอวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
สวัสดีค่ะน้องrinda
สวัสดีค่ะpoo
สวัสดีค่ะน้องปีตานามาจิตต์
น่าสนใจมากค่ะ..พี่ใหญ่เองไม่เคยมีรายละเอียดของชีวิตเพื่อนในเชิงลึกเลยค่ะ..อาจเป็นพราะอยู่ในสังคมแคบๆ..หลังเลิกเรียนแล้วก็กลับบ้านที่มีแต่พ่อ-แม่และพี่น้อง..พบเพื่อนก็เฉพาะทำกิจกรรมและสังสรร..แม้จนแก่ป่านนี้ ยังเหมือนเดิม..