ชีวิตหนึ่งที่เกิดมา...หาใช่ของเที่ยงไม่

สิ่งที่จริงแท้ แน่นอน...ที่อยู่ตรงหน้าเราต่างหากคือของเที่ยง

 

 

               เกิดมาครึ่งค่อนชีวิตแล้ว... ...ระลึกอยู่เสมอว่า ชีวิตกับความตายนั้นเป็นของคู่กัน...ไม่ว่าเราจะอยู่สถานะใดก็ตาม... ยากดีมีจน...สูงต่ำดำขาว....

 

               ทุกครั้งที่มานั่งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ไม่ใช่ว่าจะคิดไม่ได้ เมื่อไม่ได้เห็น สิ่งที่วางอยู่ตรงหน้า  รู้อยู่เสมอว่า...เมื่อถึงเวลานั้น เราก็คงไม่ต่างจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ณ เวลานี้

 

ก่อนที่เราจะละสังขารจากโลกนี้ไป...เราควรทำสิ่งใดหรือ?

 

                นึกถึงภาพวันเก่า ๆ ที่ ตากับยายลาลับจากโลกนี้ไป เป็นความสูญเสียใกล้ตัวที่รู้และคิดเตือนตัวเองเสมอถึงคุณค่าที่หลงเหลืออยู่ให้จดจำ

 

                 สิ่งที่รู้ถึงคุณค่าแห่งความดีงามของตาและยายคือการได้ทำหน้าที่ของความเป็นพ่อเป็นแม่ที่ตาและยาย ได้ให้กำเนิดแม่และเลี้ยงดูให้แม่เติบใหญ่ ตามกำลังและความสามารถ...เป็นสิ่งที่ระลึกได้เสมอ...เพราะนี่แหละคือ การทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ของตาและยายข้อหนึ่ง

 

                 มันจึงเป็นความดีความงาม ที่ตาและยายฝากไว้ให้กับโลกใบนี้

เพียงแค่ระลึกถึงได้เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่า ตากับยายไม่เคยสูญสลายไปไหน

 

                  การถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเช่นนี้  ...ทำให้รู้สึกว่านี่แหละคือความคงทน

 

นี่แหละคือสิ่งที่ตากับยายฝากเอาไว้ให้กับโลกใบนี้

 

ยังมีสิ่งจรรโลงโลกอีกมากมายนัก....ที่ควรทำ

เพื่อให้คนได้จารึกชื่อเราไว้... แม้ว่าเรือนกายจะสูญสิ้นไปตามกาลเวลา

มีอยู่สิ่งเดียวเท่านั้น...ที่คงทน

 

5 บรรทัดข้างล่างนี้ทำให้เข้าใจถึงความหลุดพ้นมากขึ้น

 

เราต้องแก่เป็นธรรมดา    หนึจากการแก่ไปไม่พ้น

เราต้องเจ็บไข้เป็นธรรมดา    หนีจากความเจ็บไข้ไปไม่พ้น

เราต้องตายเป็นธรรมดา   หนีจากความตายไปไม่พ้น

เราต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นธรรมดา   หนีจากเรื่องนั้นไปไม่พ้น

เราทำสิ่งใดไว้ เราก็ต้องได้รับผลอันเกิดจากการกระทำนั้น