ผมเขียนบันทึกชุดนี้เพื่อเป็นการร่วมโมทนาบุญแก่ คุณเม้ง - สมพร ช่วยอารีย์ เนื่องในวาระที่จะลาอุปสมบทที่จะถึงในกลางเดือนเมษายนนี้

   พ่อ...ผมจะบวชนะ !

   ผมเอ่ยกับพ่อในวันหนึ่ง

   แน่นอนว่าทั้งพ่อ แม่ ปู่และย่าปลื้มปิติกับการตัดสินใจของผมไม่น้อย

   เพราะสภาพของผมในวันนั้นนอกจากเรียนไม่จบ ไม่ประสบความสำเร็จในการทำงานการ และมีแนวโน้มจะดำดิ่งลงต่ำจากการคบหาเพื่อนฝูงนักเลงหัวไม้

...


   ก่อนหน้าผมบอกย่าว่าจะบวชสัก ๗ วัน

   ผมไม่ได้คิดอะไรมากมาย เพียงแต่อยากบวชเสียให้พ้นภาระ ให้เป็นไปตามธรรมเนียมที่ทางบ้านยึดถือมา

   “หลวงพ่อบอกว่าถ้าจะบวชต้องบวชอย่างต่ำเดือนนึง ไม่งั้นไม่บวชให้...”

   ย่าบอกกับผมในเย็นวันหนึ่ง หลังจากที่ขอให้ย่าไปขอฤกษ์บวชจากหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัด

   “ครับ...ย่า”

   ผมรับปากกับย่าว่าจะบวชอย่างน้อยหนึ่งเดือน

...


หลวงพ่อต้าน - พระราชวัชราภรณ์
พระอุปัชฌาย์ที่บวชให้ผม

 

   ปู่ ย่า พ่อและแม่ พาผมไปวัด พบกับหลวงพ่อต้าน หรือพระราชวัชราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดน้ำหัก หรือวัดสีตลาราม ผู้จะเป็นอุปัชฌาย์บวชผมให้

   วัดนี้นอกจากปู่ พ่อและอาผมต่างบวชที่นี่แล้ว หลงพ่อพระอุปัชฌาย์ที่จะบวชให้ผมก็บวชให้พ่อรวมทั้งอาทั้งสองของผมด้วย

   หลวงพ่อบอกว่า ฤกษ์บวชของผมถัดจากนี้ไปอีก ๑๓ วัน

   และบอกว่าจะต้องให้มาอยู่วัดก่อนบวชเพื่อเตรียมตัวบวช ทั้งการเตรียมกาย เตรียมใจและการท่องคำบวช

   “จะมาอยู่วัดเมื่อไร...” หลวงพ่อถาม

   “อยู่ได้เลยครับ...” ผมพนมมือตอบหลวงพ่อไป

   “เออ ดี ดี...” หลวงพ่อตอบรับ

   ปู่ ย่า พ่อและแม่ลาหลวงพ่อกลับไป จากนั้นก็ให้น้องนำเสื้อผ้ามาให้ผมที่วัด เพราะผมมิได้กลับไปด้วย

   เป็นอันว่าผมอยู่วัดตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจนกระทั่งถึงวันบวช ๑๓ วัน

...


อุโบสถที่ผมบวช
(ภาพประกอบจาก Internet)


   ชายผู้จะบวชพระและต้องมาพักอาศัยอยู่ที่วัดก่อนบวชจะเรียกว่า “นาค”

   ผมจึงถูกเรียกจากหลวงพ่อและพระเณรในวัดว่า “นาค”

   หลวงพ่อบอกให้พระจัดกุฏิให้ผมพักห้องหนึ่ง อยู่ใกล้กับห้องหลวงตาผู้เป็นคู่สวดผมในวันบวช

   ในห้องมีเพียงเสื่อ ผ้าห่มหนึ่งผืน หมอนหนึ่งใบ พัดลมอีกหนึ่ง เสื้อผ้าของผมอีกสองสามชุด และหนังสือสวดมนต์อีกเล่มที่ได้รับจากหลวงตา

   ในช่วงแรก ๆ ที่ผมอยู่วัด ตื่นเช้ามาในขณะที่พระออกไปบิณฑบาตร ผมก็จะลงมากวาดใบไม้ที่ลานวัด กว่าจะกวาดจนหมดพระก็ทยอยกลับมาจากบิณฑบาตร

   จากนั้นก็จะต้องไปช่วยทางหอฉันของวัดตระเตรียมสำหรับการขบฉันจังหันของพระทั้งวัด

   หลวงพ่อมิได้ออกไปบิณฑบาตรด้วย เนื่องจากอายุมากแล้ว

   หลวงพ่อจะลงฉันร่วมกับพระลูกวัดทุกเช้า

   ผมกินข้าวเช้าหลังจากพระฉันเสร็จแล้ว จากนั้นก็จะช่วยแม่ครัวล้างถ้วยชาม ทำความสะอาดหอฉัน

   สักพักก็ได้เวลาทำวัตรเช้า

   ผมเข้าไปร่วมทำวัตรเช้าด้วย โดยหนีบเอาหนังสือเล่มที่ผมได้รับจากหลวงตาลงมาด้วย สวดตามพระตามหนังสือสวดมนต์ แรก ๆ ก็งงเอาการ แต่วันหลัง ๆ เริ่มจับทิศจับทางได้บ้าง

   การทำวัตรเช้าใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง

   บางวันก่อนจะที่พระจะฉันเพลผมจะแอบไปงีบที่กุฏิ รวมทั้งการท่องบทสวด

   ใกล้จะสิบเอ็ดโมง ผมจะต้องกลับไปที่หอฉันเพื่อเตรียมอาหารเพลให้กับหลวงพ่อและพระลูกวัด

   พระฉันเพลอาหารที่แบ่งไว้จากเมื่อเช้า รวมทั้งที่แม่ครัวทำเพิ่มเติม

   หลังจากที่พระฉันเสร็จ ผมก็ทำภารกิจเช่นช่วงเช้าคือกินข้าวแล้วทำความสะอาดหอฉัน ล้างถ้วยชามภาชนะต่าง ๆ

   สำหรับอาหารเย็นผมจะตักอาหารที่เหลือจากพระฉันเพลใส่ตู้เอาไว้ เพื่อลงมากินตอนเย็น

   ช่วงบ่ายนอกจากการแอบงีบแล้ว ยังเป็นเวลาท่องคำสวดด้วย

   ราวสี่โมงเย็นพระลูกวดทั้งหลายก็จะลุกออกจากกุฏิหยิบไม้กวาดไปกวาดลานวัด ผมก็ตามไปปฏิบัติภารกิจนั้นด้วยเช่นกัน

   นอกจากกวาดลานวัดแล้ว ผมยังต้องช่วยรดน้ำต้นไม้ด้วย เพราะต้นไม้มีจำนวนกว่าจะรดเสร็จก็เย็น ผมมีเวลากินข้าวเย็นเล็กน้อยก่อนจะเข้าไปร่วมทำวัตรเย็นตอนหกโมงเย็น

   การทำวัตรเย็นใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง

   หลังจากทำวัตรเสร็จ ผมก็จะเข้าไปหาหลวงตาที่กุฏิเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการท่องคำขอบวช

...


ภาพประกอบจาก internet

 

   ในช่วงแรก ๆ ที่ผมเป็นนาค ช่วงเช้าผมจะตื่นกวาดลานวัด รอพระกลับจากบิณฑบาตรก็จะไปเตรียมสถานที่สำหรับการฉันจังหัน

   ในช่วงหลังผมตามพระออกไปบิณฑบาตรด้วย ระยะแรกใส่รองเท้าสะพายย่ามเดินตามหลังก็รู้สึกว่าไม่เท่าไร ต่อมาทดลองหัดถอดรองเท้าเดินปรากฏว่าเท้าระบม กว่าจะเดินถึงวัดได้แทบแย่ เป็นอย่างนี้อยู่หลายวัน

   การถอดรองเท้าเดินที่ผมเคยคิดว่าหมู ๆ กลับไม่หมูอย่างที่คิด แม้ว่าในวัยเด็กส่วนใหญ่ก็มิได้ใส่รองเท้า แต่เอาเข้าจริงเป็นการทรมานแสนสาหัสทีเดียว 

 

...

 

บันทึกถัดไป

ประสบการณ์ดงขมิ้น (๒) : ท่องคำขอบวช