อย่าเอาความคิดใดใด มาแบ่งแยกไทยให้แตกเป็นสอง เหมือนรักคู่รักรักพี่รักน้อง ก็ยังเป็นรองรักชาติยิ่งกว่า ไทยจะอยู่ได้มั๊ยหากไทยไม่รักกันมา ถ้าอยากเป็นไทยไม่เป็นขี้ข้า อย่าลืมคำว่า"พลังสามัคคี"

     เด็กหญิงคนหนึ่งเดินออกไปยืนหน้าเสาธง..หลังจากเคารพธงชาติและไหว้พระเสร็จแล้ว ด้วยคำเชิญของคุณครู..ต่อหน้านักเรียนจำนวนร้อย..เปล่งเสียงตะโกนร้องเพลงด้วยเสียงอันดังกึกก้อง..ชัดเจน

      เธอยืนตัวตรง..อย่างสง่างาม....มือชิดลำตัวในเครื่องแบบยุวกาชาดในสมัยนั้น(เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ผูกผ้าพันคอสีน้ำเงิน สวมกระโปรงนักเรียนรัดเข็มขัดหัวสัญลักษณ์เครื่องหมายกาชาด สวมหมวกเหมือนลูกเสือวิสามัญผ้ากำมะหยีสีน้ำเงิน ติดเข็มกาชาดที่หน้าหมวก) ดูเรียบร้อย..สง่างาม..อย่างไม่สะทกสะท้านต่อสายตาผู้คนมากมายที่กำลังจับจ้องมองเธอ........

          หลังจากที่ร้องเพลงจบ..เสียงปรบมือดังอย่างกึกก้อง..พร้อมคำชมมากมาย....นับจากวันนั้น..จนถึงวัน เนื้อเพลงที่ครูสุรัตน์ได้สอนนักเรียนในชั้นเรียนเรายังคงจำฝังใจ แต่..เสียดายที่เราจำชื่อผู้แต่งไม่ได้..แต่..อยากจะบอกว่า..ทุกวันนี้เมื่อมีโอกาสไปร่วมกิจกรรมที่เหมาะสม ณ ที่ใด..ก็มักจะนำเนื้อหาของบทเพลงนี้ไปพูดอยู่เสมอ..ด้วยความภูมิใจ..

            ผู้เขียนจึงขอฝากบทเพลงนี้มาให้เพื่อนสมาชิกได้อ่านกันนะคะ..และช่วยบอกหน่อยนะคะว่ารูสึกอย่างไร..เมื่ออ่านจบแล้ว..ขอบคุณค่ะ..

นิ้วเดียว..ไหนเลยจะทำให้มือมีแรง..

มดแดง..ช้างกลัวเพราะมันรวมตัวกันเป็นพลัง..

จอมปลวก..ใหญ่โตด้วยมันพร้อมใจช่วยกันสร้างรัง..

ชาติไทย..ของเราจะยืนอยู่ยั้งก็ด้วยพลังสามัคคีของไทย..

      คนเดียว..สู้ตายมักตายถ้ามันหมาหมู่..

      รวมกัน..เข้าสู้สู้มันแล้วต้องมีชัย..

      กิ่งไผ่รวมกัน..มันหักอย่างไรไม่ไหว..

      เราอยู่เป็นไทย..ก็เพราะไทยร่วมใจสามัคคี..

ผึ้งยังรักรวง..หวงรังเหมือนดังชีวิต..

ต้นหญ้าใบนิด..ควั่นเชือกล่ามช้างยังมี..

ก้อนอิฐเดียวกัน..ก่อกำแพงแข็งแรงอย่างดี..

หยดน้ำร่วมสามัคคี..กลายเป็นทะเป็นทะเลกว้างไกลสุดตา..

     อย่าเอาความคิดใดใด..

     มาแบ่งแยกไทยให้แตกเป็นสอง..

     เหมือนรักคู่รักรักพี่รักน้อง..

     ก็ยังเป็นรองรักชาติยิ่งกว่า..

            ไทยจะอยู่ได้มั๊ย..หากไทยไม่รักกันมา..

             ถ้าอยากเป็นไทย..ไม่เป็นขี้ข้าอย่าลืมคำว่า.."พลังสามัคคี"