นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่การทำงานของหน่วยงานรัฐต่างกับเอกชนโดยสิ้นเชิง จะขยับจะทำอะไรแต่ละที ต้องมีขั้นตอน เปลืองทรัพยากรในการแทงเรื่องไปมาหลายตลบ อุตส่าห์ได้รับการอนุมัติแล้ว ขอบข่ายขอบเขตก็มักจะไปติดเรื่องยิบเรื่องย่อย กว่าจะได้ลงมือทำ งานก็จืดชืดหมดรสชาติไปแล้ว

 

 

โครงการความร่วมมือ

 

นั่งทำงานอยู่ดี ๆ มีน้องมาตาม “พี่ปูครับมีทหารมาบุกครับ!”

 

ปรากฎว่าเป็นนายทหารมาขอเข้าร่วมทำโครงการกระตุ้นเตือนเรื่องความจงรักภักดี ปลูกจิตสำนึกเรื่องบทบาทหน้าที่ให้แก่เยาวชน ในปีการศึกษาหน้า ตามนโยบายทหารเป็นมิตรกับประชาชน โดยจะขอมาพูดหน้าแถวด้วยเพียงวันละ 5-10 นาที

 

“ได้เลยค่ะ”

“โห… อาจารย์ให้คำตอบได้เลย ไม่ต้องรอปรึกษาท่าน ผอ.ก่อนเลยเหรอครับ” 

“ก็จะเสนอเรื่องให้ตามขั้นตอนนะคะ แต่ให้คำตอบจ่าไปได้เลยแล้วกัน

เอ แต่ไหน ๆ จะทำแล้ว ทำไมไม่ทำหลักสูตรให้เลือกอย่างหลากหลายไปเลยล่ะ หลักสูตรเสริมสร้างความสามัคคี หลักสูตรเสริมสร้างบุคลิกภาพ หลักสูตรรู้จักเขารู้จักเรา หลักสูตรปลูกจิตสำนึก หลักสูตรการฝึกความอดทน ระเบียบวินัย หลักสูตรเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน หลักสูตรการดำรงชีพ ฯลฯ

แล้วจัดอบรม จัดค่าย จัดฝึกเป็นช่วง ๆ ไปตลอดปี จะจัดพักค้างแรมที่นี่หรือจังหวัดใกล้ ๆ นี่ก็ได้  โครงการดี ๆ ผู้ปกครองสนใจและน่าจะให้การสนับสนุนอยู่แล้วล่ะค่ะ  

แล้ววัดประเมินผลให้เห็นน้ำเห็นเนื้อเพื่อปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรแล้วนำไป ปรับใช้ต่อไป อาจารย์จะจัดส่งทั้งครูทั้งเด็กเข้าร่วมให้มันฮึ่มฮั่มไปเลย ไม่เชื่อลองดูซิ่”

 

ผู้จ่าทั้งหลายทำตาปะหลับปะเหลือก แค่มาขอทำโครงการร่วมนิดเดียว

ไอ้โรงเรียนนี้มันบ้าพลังสิ้นดี

เดี๋ยวจะกลับไปฟ้อง เอ๊ย ไปปรึกษา ผบ. ว่ามีงบหรือแผนงานรองรับอยู่หรือเปล่า

“ก็แค่แนะนำสิ่งที่เราทำเป็นประจำ อยู่แล้วนะคะ เห็นชอบเห็นควรอย่างไรก็ลองไปเสนอดู แต่ขอให้คำนึงด้วยว่าเด็กวัยรุ่นอย่างนี้ ถ้ากิจกรรมไม่จ๊าบ วิทยากรไม่เจ๋งโดนใจพอก็อาจจะลำบากหน่อย”

 

ครูปูเห็นว่านี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่การทำงานหน่วยงานรัฐต่างกับเอกชนโดยสิ้นเชิง

จะขยับจะทำอะไรแต่ละทีต้องมีขั้นตอน เปลืองทรัพยากรในการแทงเรื่องไปมาหลายตลบ

อุตส่าห์ได้รับการอนุมัติแล้ว ขอบข่ายขอบเขตก็มักจะไปติดเรื่องยิบเรื่องย่อย

กว่าจะได้ลงมือทำ งานก็จืดชืดหมดรสชาติไปแล้ว

นี่พูดตามประสาคนวงนอก ที่รู้น้อยด้อยประสบการณ์นะคะ

ไม่รู้คนวงในเขาจะว่าอย่างไรกันบ้าง

เท็จจริงเป็นเช่นไรวานบอกทีเน่อ ปี้ ๆ น้อง ๆ เอ๊ย… :P

 

ผู้จ่าเปลี่ยนเรื่องไปเล่าประสบการณ์จากการไปรับหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มา

แหม ฟังแล้วปวดเฮด เหมือนเ่ล่นงูกินหาง ที่แทงไปจุดไหนก็อึ้งกิ่มกี่อนุเสาวรีย์ชัยฯ ได้ทั้งนั้น

ว่าแล้วก็วกกลับมาอีก  

“เด็กสมัย นี้นี่แย่จริง ๆ ขาดจิตสำนึก คุณธรรมจริยธรรมน้อย สู้สมัยเราไม่ได้เนอะอาจารย์เนอะ 

(ใคร ไปบอกตะเองเหรอ ว่าเราหน่ะรุ่นเดียวกัน หือ?)


“ก่อนจ่าจะพูดถึงเด็ก พูดถึงครูกันก่อนดีไหมคะ จ่าว่าสภาพการณ์ของครูบ้านเราเป็นอย่างไร ได้รับเกียรติ ได้รับการดูแลเพียงพอแล้วหรือยัง จะให้ครูสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแต่ในมือครูถือแต่ซองใบทวงหนี้เนี่ยะนะ  จะให้เด็กมีจิตสำนึก รับผิดชอบ ต้องตามไปดูก่อนว่าแล้วครูหน่ะ มีคุณลักษณะ หรือความรู้ความเข้าใจ มีการบริหารจัดการชีวิตตามแนวคิดนั้นแล้วหรือยัง  มีกิน มีกำลังใจ มีเกียรติไหม

แล้วครอบครัวล่ะเป็นเบ้าหลอมเป็นกำลังสำคัญแล้วหรือยัง หรือมีแต่ผัวเมียที่ยังทะเลาะกันไม่เสร็จ ยืนเด็ดใบไม้ทีละใบ เลิก-ไม่เลิก-เลิก-ไม่เลิก  เลยหันมาพาลใส่ครูว่า ฉันเสียตังค์แล้วครูก็ช่วยอบรมลูกให้หน่อยแล้วกัน ส่วนฉันนั้น ไม่ต้องมาคาดหวัง ไม่มีเวลา

แป่ว!

พาลูกมาสมัครเีรียนแต่ละคนแยกไม่ออกว่าใครลูกใครแม่ สายเดี่ยวเีสียวหลัง แปร๊บบบ…

ให้แต่รีโมทลูก จะดูอะไร เปิดช่องไหน รับอะไรเข้าไปบ้าง ไม่รู้ รู้แต่ว่าเบาใจแล้วเฟ๊ยลูกเรานั่งเฝ้าอยู่แต่หน้าจอ ไม่ซนเลย!

เหมือนพวกข้าราชการอย่างจ่าหน่ะ รักเกียรติ รักชาติ รักศักดิ์ศรี ก็ยังอุตส่าห์มีเนอะไอ้ที่รับเล็กรับน้อย นี่ยังไม่ต้องพูดถึงบรรดาทั่น ๆ ผู้ทรงเกียรติที่เคารพในรายการถ่ายทอดสดทางทีวียี่ห้อแสลงใจหรอกนะ

แต่ละภาคส่วนในสังคมเรายังโหยหิว ไม่รู้วิธีเติมเต็มให้กับส่วนที่เว้าแหว่งของตัวเองกันอยู่เลย

แล้วจะไปพูดเรื่องจิตสำนึกต่อส่วน รวม คุณธรรมจริยธรรมที่ต้อง ใช้ใจสูง ๆ ไปเือื้อมเนี่ยะนะ

จ่าเห็นหรือยังว่าเราล้มครืนกัน ทั้งองคาพยพ

นี่ไม่ใช่เรื่องของเด็กอย่างเดียว แล้วซะแล้วล่ะม๊าง จ่า”


ว่าแล้วไอ้เจ้าน้องเสื้อเขียว ก็แอบมาสะกิด หงึก ๆ พร้อมทั้งกระซิบอย่างแผ่วเบาว่า

 

“พี่ปูครับ ตกลงนี่ทหารเขาจะบุกเราหรือเรากำลังบุกทหารกันแน่ครับพี่”

 

“เออ ๆ พี่รู้แร่ะ ขอบใจนะ”

 

(ดู๊ ดู ดู มันฉลาดเตือน)

 

“โอเคนะคะจ่า ยังไงแล้วก็รีบประสานมาแล้วกัน สวัสดีค่ะ”