เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มีการจัดกุมผู้จัดทำเว็บไซต์หมิ่นสถาบันเบื้องสูง ทำให้มีข้อสงสัยว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดอย่างไรบ้าง

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มีการจัดกุมผู้จัดทำเว็บไซต์หมิ่นสถาบันเบื้องสูง  ทำให้มีข้อสงสัยว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดอย่างไรบ้าง  เพราะข้อหาต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550  จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาสำหรับทำความเข้าใจและเป็นประสบการณ์ของนักคอมพิวเตอร์และการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ  กรณีศึกษานี้เพื่ออธิบายว่า  ผู้ดูแลเว็บไซต์ที่จัดทำเว็บไซต์หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือเป็นผู้ให้บริการ จงใจ สนับสนุน หรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดดังกล่าว  จะมีโทษ 2 ลักษณะคือ

1. โทษตามกฎหมายอาญา

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

2. โทษตามพระราชบัญญัติการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3)(5)และมาตรา 15
มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ
ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ
ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด
ความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง
แห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและ
ข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑)
(๒) (๓) หรือ (๔)
มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔
ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตาม
มาตรา ๑๔

สรุปว่าถ้าทำผิดจริงมีโทษสูงสุดจำคุกถึง 15 ปี (ตามกฎหมายอาญา)

ก็ยกเป็นกรณีตัวอย่างให้ได้ศึกษากัน

 

 

วันที่ 02 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 18:00:55 น.  มติชนออนไลน์



ตำรวจไอทีหิ้ว"เรดอีเกิ้ล" ผู้ดูแลเว็บไซด์ นปช.USA ฝากขังผลัดแรก-ค้านประกัน คดีแพร่ข้อความหมิ่นสถาบัน

 

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่  2 เมษายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท.เชิดชัย ดำพะธิก พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)ควบคุมตัว นายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/90 ม.1 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาในความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือเป็นผู้ให้บริการ จงใจ สนับสนุน หรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดดังกล่าวข้างต้นในระบบคอมพิวเตอร์เช่นว่านั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112,พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3)(5)และมาตรา 15 มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 13 เมษายน นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบพยานผู้เกี่ยวข้องอีก 5 ปาก รอผลตรวจพิสูจน์เครื่องคอมพิวเตอร์ของกลางและผลการตรวจประวัติลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา


ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ส่งผลกระทบต่อสถาบัน แลความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หากได้รับการประกันตัว เกรงว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาติให้ฝากขังตามคำร้อง และให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป


ทั้งนี้ตามคำร้องฝากขังสรุปว่า ผู้ต้องหาใช้ชื่อนามแฝง ว่า “เรดอีเกิ้ล” หรืออินทรีแดง เป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลเว็บไซด์ www.norporchorusa.com และ www.norporchorusa2.com  ซึ่งมีการโพสต์ข้อว่าจาบจ้วง และอาฆาตมาดร้าย ต่อสถาบันเบื้องสูง ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 13-15 มีนาคม 2553 ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท.จะติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ ที่ห้องพักเลขที่ 803 อาคารอัสสกานต์คอนโดมิเนียม ตั้งอยู่เลขที่ 19/50 อาคาร 9 ซอยรามคำแหง 107 หรือซอยวัดศรีบุญเรือง ถนนสุขาภิบาล 3 แขวงลาดพร้าว เขตบางกะปิ กทม.พร้อมของกลางหลายรายการ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ