“แหม! ครูไม่มา ไม่ได้เรียนกันนี่ น่าจะเสียใจ เสียดายนะ วันนี้อดเรียน เปล่าเลย กลับช่วยกันเฮทั้งห้อง” คิดว่าครูหลายคนเคยกล่าวกับนักเรียนในทำนองนี้ ถ้าบังเอิญพบว่าห้องนั้นครูผู้สอนไม่มา ไม่อยู่ หรือไม่ได้สอน 

หากใช้เรื่องนี้เป็นเกณฑ์ตัดสิน ว่าโรงเรียนจัดการเรียนการสอนได้ผลแล้วหรือไม่ นักเรียนเก่ง ดี มีสุขแล้วหรือเปล่า แทบจะทุกโรงไม่น่าผ่านเกณฑ์ ผมหมายถึง ถ้าโรงเรียนจัดการเรียนรู้ให้นักเรียน เรียนอย่างมีความสุขได้จริง ความรู้สึกเมื่อครูไม่มา ไม่อยู่ หรือไม่ได้สอน ควรจะตรงข้ามกับที่เป็นอยู่ นักเรียนต้องเสียดายที่ไม่ได้เรียน 

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เหตุผลที่พอมี น่าจะเป็นเพราะงานของนักเรียน คือการเรียนหนังสือ ดังนั้น ถ้าได้หยุดงานบ้าง พักผ่อนบ้าง ไม่ว่าใครก็คงจะมีความสุข โดยเฉพาะวัยเด็ก เป็นวัยที่ยังไม่สนุกสนานเพลิดเพลินกับการทำงานอยู่แล้ว 

ผู้ใหญ่เองก็เถอะ หากได้หยุด ได้พัก จากการตรากตรำทำงาน ก็น่าจะเฮเหมือนกัน ยกเว้นบางคนซึ่งขยันมาก เอาเวลาทำงานกับเวลาพักผ่อนเป็นเรื่องเดียวกันได้ แต่ใช่ว่าจะง่าย 

ครูเองก็เช่นกัน ถึงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไม่ต้องสอนนักเรียน น่าจะโล่งใจ สบายใจกว่า ทั้งที่ภาระงานบางอย่างจากโรงเรียนต้องขนมาทำที่บ้านก็ตาม 

ฉะนั้น จะให้เด็กๆเสียใจ เมื่อไม่ได้เรียน..คงยาก เพราะความรับผิดชอบแต่ละคนมี คงไม่มีใครสบายใจถ้ายังมีภาระงาน เมื่อวันดีคืนดีได้หยุดบ้าง จึงมีเสียงเฮ ยิ่งได้หยุดแบบไม่คิดว่าจะได้หยุด เสียงเฮนั้นก็ยิ่งดัง 

เป็นความรับผิดชอบ หรือเป็นธรรมดาของคนทำงานกระมัง ต่างไปจากนี้ หรือมากไปกว่านั้นต่างหาก ที่น่าจะเป็นความผิดปกติ 

นักเรียนที่ไม่ว่าวันไหนๆก็ไม่อยากไปโรงเรียน ไม่ว่าวิชาใดๆก็ไม่อยากเรียน ขาดเรียนมากกว่ามาเรียน โดดเรียนมากกว่าเข้าเรียน อย่างนี้ไม่ธรรมดา ไม่ปกติ สาเหตุต้องมี 

ที่สำคัญอาการดังกล่าว ไม่ได้พบเฉพาะในเด็กบางคนเท่านั้น กับครูเองก็พบได้ วันศุกร์สดชื่นเป็นพิเศษ เริ่มเหี่ยวเมื่อถึงบ่ายวันอาทิตย์ เช้าวันจันทร์ไม่อยากลุกจากที่นอนเลย ซึ่งคนละเรื่องกับการตื่นขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่าในเช้าวันเสาร์ 

เมื่อก่อนเสาร์-อาทิตย์กับวันอื่นๆ ไม่รู้สึกต่างกัน แต่เดี๋ยวนี้นับวันคอย อีกกี่วัน..สัญญาณอันตรายแล้วครับ สาเหตุต้องมี 

แค่เสาร์-อาทิตย์ยังนับวัน คงไม่ต้องบรรยายถึงปิดเทอม ว่าจะรู้สึกเช่นไร ผมเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้ครูเป็นอย่างนี้กับสาเหตุที่ครูเออร์ลี่รีไทร์เป็นสาเหตุเดียวกัน 

เท่าที่พูดคุยกับเพื่อนครูบ้าง “เรื่องสอนนักเรียนไม่กระไรนัก แต่กระอักกระอ่วนใจไม่หาย เป็นเรื่องงานอื่นที่ไม่ใช่งานสอน นอกจากสอนแล้ว แต่ก่อนไม่เห็นต้องทำอะไรมากมาย เด็กๆไม่แย่อย่างทุกวันนี้ด้วย งานสารพัดที่ครูทำ มีประโยชน์จริงหรือ” 

ผมไม่เคยคิดเรื่องเกษียณก่อนกำหนดหรือเออร์ลี่รีไทร์มาก่อน แม้จะได้ยินหลายคนพูดถึงอย่างต่อเนื่อง แต่สามสี่ปีที่ผ่านมา แน่ใจตัวเองว่ามีความสุขกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์มาก อย่างไม่เคยเกิดขึ้น 

โดยเฉพาะปีนี้ นับวันตลอดที่จะถึงเวลาปิดเทอม  

(ภาพประกอบ : ภายในอาคารหอศิลป์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2552)