พืชเศรษฐกิจของไทย

ยางพาราเป็นพืชที่มีความสำคัญมากทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ปัจจุบันมีเนื้อที่ปลูกยางพารา ประมาณ 12.2 ล้านไร่ เป็นประเทศผู้ผลิตยางพาราอันดับ 1 นอกจากปริมาณน้ำยางแล้ว กำลังการผลิตไม้ท่อนเพื่อป้อนสู่โรงงานอุตสาหกรรมไม้ หลังจากต้นยางแก่ให้ผลิตผลิตต่ำ ปัจจุบันไม้แปรรูปยางพารา มีบทบาทสำคัญมากของประเทศ

ต้นยาง (Hevea brasiliensis Muell.Arg.)เป็นไม้ยืนต้นที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณเขตชุ่มชื้น ทวีปอเมริกาใต้ ต่อมาได้มีการขยายการปลูกไปยังถิ่นต่างๆ ได้แก่ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ปัจจุบัน การผลิตไม้ยางพาราจากการโค่นสวนยางเก่า เพื่อเปลี่ยนเป็นยางพันธุ์ดี ประมาณว่าสามารถทำได้ประมาณปีละ 230000 ไร่ เนื้อที่จากต้นยางที่ถูกตัดโค่น สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ได้ประมาณไร่ละ 22 ลบ.เมตร เมื่อคิดรวมเป็นเนื้อไม้ยางพาราที่ถูกตัดโค่น เพื่อเปลี่ยนใหม่ ไม้ยางพาราส่วนใหญ่นำมาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ และชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์ไม้อื่นๆ เพื่อการส่งออก ปัจจุบันทำรายได้จากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไม้ยางพารา ปีละไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท เนื่องจากอุตสาหกรรมไม้ยางพารา ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นที่นิยมของตลาดผลิตภัณฑ์ไม้ทั้งในและต่างประเทศ แยกออกได้ดังนี้

  1. ผลิตภัณฑ์ไม้ยางพาราได้แก่ เครื่องเรือนไม้ ของเล่น แผ่นชิ้นไม้อัด (particle board)ไม้อัด แผ่นใยไม้อัดแข็งความหนาแน่นปานกลาง (MDF)พื้นไม้ปาร์เกต์ กรอบรูป เครื่องครัว อื่นๆ เป็นต้น

  2. ไม้เสาเข็มงานก่อสร้าง

  3. ล้อไม้สำหรับม้วนสายไฟฟ้าขนาดใหญ่

  4. เชื้อเพลิงในรูปต่างๆ เช่น ฟืน ถ่าน

  5. ลังใส่ปลา

ไม้ยางพารา เนื้อไม้มีสีขาวนวล ความถ่วงจำเพาะระหว่าง 0.6-0.7 ที่ความชื้นในไม้ 12% ส่วนที่เป็นกระพี้ และแก่นไม้แตกต่างกัน เนื้อไม้ค่อนข้างละเอียด เสี้ยนสนเล็กน้อยมาก

ไม้ยางพาราไม่เห็นวงปีเด่นชัด แต่ลายไม้มองเห็นได้ เนื่องจาก ความแตกต่างระหว่างความแน่นของไฟเบอร์ และปริมาณความหนาแน่นของหมู่เยื่อ parenchymaทางด้านข้าง ลักษณะ pore เป็นแบบเดี่ยว และแฝด 2-3 poreคละกัน และกระจายอยู่ค่อนข้างสม่ำเสมอมี metatracheal parenchyma (concentric) ติดกับ ray เป็นตาข่ายทางด้านตัด