แรงจูงใจของผู้เขียนมาจากความเชื่อที่ว่าผู้ที่ศึกษาต่อในระดับสูงสุดของการศึกษาควรที่จะสามารถบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ ให้ได้ดีที่สุด เพราะข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ที่ผู้เขียนได้เรียนจนจบปริญญาโทมาแล้ว ๓ ใบ พบว่าหากเราเข้าถึงปรัชญาแห่งศาสตร์ต่าง ๆ ที่ดูเหมือนมีความหลากหลายนั้น แท้จริงแล้วมีจุดเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างแยกไม่ออก

ผู้เขียนหายเงียบไปจาก GOTOKNOW นานมากพอควร หรือถึงแวะมาก็มาเพียงชั่วครู่ ชั่วยาม ณ วันนี้ ขอกลับมารายงานข่าวสารความรู้และทักทายกัลยาณมิตรเป็นปกติเช่นเดิม

    

                  ภาพวาดจากกิจกรรมที่โรงพยาบาลปากช่องนานา

 

กลับมาพร้อมกับข่าวดีสำหรับตัวเอง  ผู้เขียนได้ยื่นข้อเสนอวิทยานิพนธ์หลักสูตรดุษฎีบัณฑิต โครงการปริญญาเอก สหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อสองเดือนที่ผ่านมาและสอบสัมภาษณ์ไปไม่นานมานี้ โดยหลังจากทำการศึกษาค้นคว้าบูรณาการศาสตร์ ๓ ศาสตร์ขึ้นไปเข้าด้วยกันอย่างสนุกสนานปนความเหนื่อยยากนานหลายเดือน  เพราะงานก็ต้องทำ และยังต้องค้นคว้าวิจัยอีกหลังเลิกงาน   จนถึง ณ วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๓ ผลประกาศออกมาแล้ว ผู้เขียนได้รับการคัดเลือกจากจำนวนผู้ยื่นข้อเสนอประมาณ ๖๐ คน เข้ารอบสัมภาษณ์ ๒๒ คน จนกระทั่งผ่านการสอบสัมภาษณ์เข้าศึกษาต่อ ๑๓ คน

 

แรงจูงใจของผู้เขียนมาจากความเชื่อที่ว่าผู้ที่ศึกษาต่อในระดับสูงสุดของการศึกษาควรที่จะสามารถบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ ให้ได้ดีที่สุด  เพราะข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ที่ผู้เขียนได้เรียนจนจบปริญญาโทมาแล้ว ๓ ใบ พบว่าหากเราเข้าถึงปรัชญาแห่งศาสตร์ต่าง ๆ ที่ดูเหมือนมีความหลากหลายนั้น แท้จริงแล้วมีจุดเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างแยกไม่ออก 

 

              

เมื่อเริ่มเรียนขั้นพื้นฐานในระดับปริญญาตรีก่อนที่จะเข้าสู่วิชาสาขาเฉพาะ จะสังเกตเห็นว่าเราจะต้องเรียนหลากหลายสาขาวิชา ซึ่งดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับวิชาสาขาเรา แต่นั่นคือการปรับฐานความรู้ ความคิดของเราให้เรามองศาสตร์ต่าง ๆ ด้วยความเข้าใจ เพื่อวันข้างหน้าอาจจะต้องอ้างอิงอาศัยกัน

 

เพราะในโลกแห่งการทำงาน เมื่อเราต้องดึงความรู้ต่าง ๆ มาใช้ เราไม่อาจดึงศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งมาใช้โดยลำพัง ผู้เขียนจึงเห็นว่าเมื่อเรียนรู้เชิงกว้างในช่วงปีแรกของปริญญาตรี และเข้าสู่วิชาเฉพาะทางสาขาตนจนจบปริญญาตรีและโทแล้วจะทำให้เกิดการต่อยอดความคิดที่ดีและมีทักษะในการประยุกต์ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพจากวิชาพื้นฐานที่เราได้เคยผ่านการเรียนรู้มา 

 

 เรียนรู้เชิงกว้าง 

                          เรียนรู้เฉพาะทาง  

                                            เรียนรู้เจาะลึก    

                                                              เรียนรู้เชิงบูรณาการ

 

สำหรับผู้เขียน  เมื่อได้ต่อยอดขึ้นไปในระดับปริญญาโทของสาขาที่สนใจแล้ว ก็ถึงจุดแห่งการตั้งคำถามว่ามีหลักสูตรใดบ้างที่เราจะสามารถบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน และก็ค้นพบว่าปริญญาเอกสหวิทยาการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตอบโจทย์ที่ผู้เขียนรอคอยมานาน

 

หัวข้อที่สนใจศึกษาและค้นคว้ามานานพอสมควรเป็นการบูรณาการศาสตร์ด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ สื่อสารมวลชน และสังคมศาสตร์ ซึ่งเมื่อได้นำเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณากลั่นกรองโดยคณาจารย์คณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนกระทั่งเข้าสู่การสัมภาษณ์คัดเลือก ผู้เขียนพบว่าเป็นความท้าทายอย่างใหญ่หลวงในชีวิตการศึกษาของตนเอง

 

เพราะเราจะต้องเตรียมความรู้ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อวิจัยของเราให้ครบถ้วนทุกศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเราจะต้องถูกสัมภาษณ์เจาะลึกจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละศาสตร์ ยังถามตนเองอยู่เลย ในขณะนั้นว่าทำไมยากและหินขนาดนี้  ปกติการสอบเข้ารับการศึกษาที่ผ่านมาหรือที่คุ้นเคยจะเป็นเพียงการสอบข้อเขียนที่ทางมหาวิทยาลัยออกข้อสอบมาวัด  แต่กรณีหลักสูตรนี้เป็นการให้ส่งเค้าโครงวิทยานิพนธ์ไปให้พิจารณาก่อน นั่นหมายความว่าเราจะต้องเตรียมตัวศึกษาค้นคว้าอย่างหนักในฐานะนักศึกษาตั้งแต่ยังไม่เป็นนักศึกษามาเป็นเวลานานพอสมควร  โดยต้องไม่ลืมว่าจะต้องสร้างสรรค์ผลงานวิจัยให้เกิดการบูรณาการศาสตร์ ๓ ศาสตร์ขึ้นไปได้อย่างลงตัวงดงาม ไม่ซ้ำแบบใคร

 

สิ่งที่ผู้เขียนภาคภูมิใจและเตรียมตัวที่จะสนุกกับการเรียนรู้ก็คือเมื่อเข้าสู่กระบวนการศึกษาในหลักสูตรนี้ ผู้เขียนจะได้เป็นศิษย์ของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยทั้งในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และนอกมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นความเป็นอาจารย์ชั้นนำในศาสตร์นั้น ๆ ของประเทศไทยและอาจจะถึงขั้นในระดับระหว่างประเทศ เนื่องจากหัวข้อที่ผู้เขียนเลือกเกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศ  ขอเรียกว่าเป็นหลักสูตร Tailor made ที่ตัดเย็บเสื้อผ้าตามใจและให้เกิดความเหมาะสมกับผู้สวมใส่ (ผู้ศึกษา) โดยแท้  แต่ก็ไม่อยากเรียกว่า Child Center เลย เพราะอายุมากแล้ว

 

สุดท้ายนี้ขอกราบขอบพระคุณ ดร.ยุวนุช ทินนะลักษณ์ (คุณนายดอกเตอร์) ที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับหลักคิดในการจัดทำเค้าโครงวิทยานิพนธ์และเป็นกำลังใจ โดยเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าผู้เขียนจะต้องทำได้ ทั้งที่ผู้เขียนก็ยังหวั่นเกรงพอสมควรกับการนำเสนอหัวข้อที่ยาก ๆ เช่นนี้  แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี  และต้องขอขอบพระคุณดร.ยุวนุชที่นำพาโดยเป็นสะพานบุญในการให้ไปถ่ายทอด Enneagram เพื่อการพัฒนาจิตที่โรงพยาบาลปากช่องนานา ทำให้เห็นคุณค่าแท้จริงของการปฏฺิบัติงานคือการปฏิบัติธรรม

         

----------------------------------------------------------------------------------------

ข้อมูลหลักสูตรปริญญาเอกสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ปรัชญาและวัตถุประสงค์
ปรัชญาการผลิตดุษฎีบัณฑิตในหลักสูตรคือ  การสร้างผู้มีความรู้ทางวิชาการในระดับสูง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์และตอบปัญหา  โดยใช้องค์ความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา โดยมุ่งเน้นการจัดการศึกษาและการออกแบบให้สอดคล้องกับการพัฒนาขีดความสามารถอย่างเต็มที่ตามศักยภาพของนักศึกษาและตามปรัชญาการศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โดยมีวัตถุประสงค์ของหลักสูตรคือ

 

1.  เพื่อผลิตบัณฑิตระดับดุษฎีบัณฑิตที่มีความรู้  ความสามารถและเป็นเลิศทางวิชาการในลักษณะสหวิทยาการที่สามารถเข้าใจและจัดการกับปัญหาหรือปรากฏการณ์ของสังคมได้  รวมทั้งนำองค์ความรู้ในลักษณะสหวิทยาการไปใช้ในการค้นคว้าวิจัยและประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.  เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่มีลักษณะสหวิทยาการ  อันเป็นองค์ความรู้ที่ยังขาดแคลนในปัจจุบันและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของประเทศต่อไป 
    

คณาจารณ์ที่สอนในหลักสูตรเป็นอาจารย์ทั้งใน มธ.และจากที่อื่น ๆ  ดังเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า มธ.เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศโดยเฉพาะในด้านสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ หลักสูตรจึงได้เชิญอาจารย์จากทุกคณะที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายมาเป็นผู้สอนหรือผู้ให้คำปรึกษาวิทยานิพนธ์ นอกจากนี้อาจารย์ผู้สอนยังมาจากภายนอกซึ่งประกอบด้วยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน อาจารย์จากภายนอกนี้ได้เป็นทั้งผู้สอน อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และกรรมการสอบวิทยานิพนธ์

 

 

วิทยาลัยสหวิทยาการเป็นนวัตกรรมใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการนำเอาคณาจารย์จากหลากหลายคณะในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาร่วมจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตอย่างมีคุณภาพ โดยที่ 3 หลักสูตรมีจุดเน้นร่วมกันคือ ต้องการผลิตบัณฑิตที่มีองค์ความรู้ชัดเจนในทางวิชาการที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ทางด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และศาสตร์ในแนวประยุกต์อื่น ๆ โดยมีลักษณะการเรียนการสอนในลักษณะสหวิทยาการเพื่อพัฒนาให้นักศึกษาเอาองค์ความรู้ดังกล่าวมาโยงใยให้มีความเชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกันไม่แยกออกเป็นส่วน ๆ

 

 http://ci.tu.ac.th/phd/index.html