
ในสมัยเด็ก ๆ ผู้เขียน ประทับใจตัวละครในหนังจีนกำลังภายในอยู่ 2 ท่าน คือ
1.หลวงจีนซันเต๋อ ในเรื่อง สิบแปดมนุษย์ทองคำ เป็นหลวงจีนบ้า ๆ บอ ๆ ดูไร้สาระสกปรก การพูดการกระทำ ขัดแย้งประเพณี ค่านิยมของสังคมและเป็นโรคภูมิแพ้ผู้หญิง ( เข้าใกล้ผู้หญิงจะจามทันที ) แต่เมื่อมีเหตุการณ์คับขันจะช่วยเหลือพระเอกไว้ได้และสามารถใช้คำพูดประหลาดนั้น ขจัด มิจฉาทิฏฐิของคนรอบข้างได้อย่างชะงัดเมื่อประลองกำลังภายใน กลับมีพลังสูงสุดกว่าใครทั้งมวล สอนใจให้รู้ว่า ความเก่งความฉลาด ความดี ความเก่ง ไม่ได้อยู่ในรูปสวยงาม คร่าครึ หรือเจ้าพิธีการเลย
2.จิวแป๊ะทงในเรื่องมังกรหยก ที่ไม่ยึดกฎระเบียบ หรือ ความเคร่งครัดของสังคม มีความจริงใจไร้ เดียงสา คล้ายกับบ้าไร้สติเมื่อถึงเวลาคับขัน กลับมีฝีมือ เหนือผู้หยิ่งทะนงทั้งหลาย สามารถชนะมาร และความทุกข์ เมื่ออายุมากเส้นผมกลับดำและเป็นเด็กที่มีความสุข
นอกเหนือจากความเก่งแล้ว ความประมาทของคู่ต่อสู้จะเปิดช่องโหว่ให้ชนะโดยง่าย
ตัวละครทั้ง 2 ท่านนั้นผู้เขียนเข้าใจว่า เป็นตัวแทนของลัทธิเล่าจื้อ (เต๋า ) ที่แฝงในตัวคนจีน ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับขงจื๊อ การยืดหยุ่นและไม่ยึดกฎเกณฑ์มากนักอาจแก้ปัญหาได้ สำนักบู๊ตึ้ง เป็นมวยทางอ่อน เน้นอ่อนช้อย กลมกลืน ไม่ใช้แข็งกร้าว ซึ่งการแก้ปัญหาในประเทศนี้ผู้เขียนคิดว่า การใช้ความอ่อนและกลมกลืน จะได้ผลกว่าหลักนิติศาสตร์เป็นแน่แท้

ส่วนการแกล้งบ้านั้นสมัยโบราณมีผู้ทำสำเร็จมาแล้ว ที่รู้จักกันดีได้ คือ ซุนปิน กุนซือของแคว้นฉี ถูกศิษย์ผู้น้องทรยศ จับขัง หักขา บังคับให้เขียนตำราการรบ แต่แกล้งบ้า กินขี้หมู นอนเกลือกดิน ทำให้ศัตรูตายใจ หนีออกมาได้ และได้นำกำลังแคว้นฉีปราบผังเจี้ยน ศิษย์ผู้น้อง จนต้องเชือดคอตนเองตาย ด้วยความอัปยศ
ในวรรณคดีของเช็คเสปียร์ก็ได้กล่าวถึง การแกล้งบ้าของ แฮ็มเร็ท เพื่อทำให้กษัตริย์ คลอดิอัสตายใจไม่ทำร้าย จนสามารถแก้แค้นแทนพ่อได้ในภายหลัง
ผู้เขียนเคยได้ทดลองใช้วิธีการนี้บ้างเหมือนกัน การทำตนไม่รู้และไร้สาระบ้าง บางครั้งแก้ปัญหาในภาวะวิกฤติได้พอสมควร
กว่าฝ่ายตรงข้ามจะรู้ว่าเราคิดอะไร มักจะสายไปเสียแล้วเสมอ เพราะเขาประมาทว่าเราโง่และไร้สาระ
อย่างไรก็ดีเหนือฟ้ายังมีฟ้าอย่าทนงตน