วิถีชีวิตชาวบ้าน

๒๒.๕๓ น. วันศุกร์ที่ ๒๖ มีนาคม  ๒๕๕๓


            นับถอยหลังสู่ช่วงเวลาแห่งความระทึกใจ  ที่พวกเราจะได้เดินทางไปพักผ่อนกันที่ปราณบุรี  วันนี้มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการเพื่อเตรียมการ  งานนี้มีคณะครูไปเที่ยวด้วยกันทั้งหมดเจ็ดสิบกว่าชีวิต  ใช้รถทัวร์ทั้งหมดสองคัน  เป็นการเหมากับบริษัททัวร์ให้บริการทุกอย่างเบ็ดเสร็จ  ที่สำคัญเป็นทัวร์บริษัทเดิม  ที่พวกเราเคยใช้บริการครั้งไปเที่ยวกระบี่เมื่อปีที่แล้ว  


             วันนี้จึงมีการพูดคุยเเละแบ่งปันหน้าที่รับผิดชอบกันไป  ตามความถนัดของใครของคุณ เพราะงานนี้มีกิจกรรมที่ต้องสร้างสรรค์  ความมันส์ร่วมกันเยอะมากตลอดระยะเวลาการเดินทาง  จากวันที่ ๓๑ มีนาคม ล้อเคลื่อนเวลาสามทุ่ม  และล้อกลับมาหยุดที่เดิมอีกครั้งในวันที่ ๔ เมษายน ...


              นอกจากเรื่องการไปเที่ยวแล้ววันนี้  ก็ยังปรึกษาหารือกันเรื่องค่าย Summer  Camp ที่ยังต้องทำกันต่อไปตามโปรแแกรมที่เหลือ  ในวันจันทร์ที่ ๒๙ นี้ก็จะพานักเรียนเดินทางไกลไปชมนก  โดยจะมีการสร้างสถานการณ์บทบาทสมมติ  ระหว่างทางให้เด็ก ๆ ได้ดูและศึกษา  ซึ่งเป็นวิถีชีวิตขาวบ้าน  ที่คิดกันไว้ก็จะมี  การขัวหอยตามโคนต้นไม้  การหากุ๊ดจี่ตามกองขี้ควาย  การแหย่ไข่มดแดง  การล่ากิ้งก่า(กะปอม) การหาหน่อไม้  การตกปลา  การหว่านแห  และการใช้สวิง  ทั้งหมดนี้ทุกจุดจะมีครูเป็นผู้สาธิตให้ดู  และเปิดโอกาสให้เด็กได้ลองทำดูในบางอย่างที่สนใจ  เด็กที่เดินทางไปแต่ละกลุ่มซึ่งมีทั้งหมด หกกลุ่มก็จะมีครูสองคนเดินไปด้วยคอยดูแล  และให้คำชี้แนะเมื่อมีคำถาม  เมื่อถึงจุดชมนกก็จะเป็นหนองน้ำที่มีนกมาหากุ้งหอยปูปลาวันนี้  ทีมงานพากันขับรถไปดูแล้ว  มีนกมากพอให้เด็ก ๆ ได้ดูได้เห็น  ซึ่งปกติเด็ก ๆ เหล่านี้ก็จะใช้ชีวิตอยู่แต่ในตัวเมือง  ไม่ค่อยได้สนใจวิถีชีวิตของชาวบ้านกันเท่าไหร่  หลังจากชมนกแล้วก็คงเป็นเวลาพอเหมาะ  ก็จะแวะทานข้าวที่วัดบ้านหนองเรือซึ่งอยู่ใกล้ ๆ จุดชมนก  โดยครูเตรียมข้าวกล่องและน้ำมารอไว้ในวัด  หลังทานอาหารเที่ยงเสร็จก็เป็นการช่วยกันพัฒนา  และทำความสะอาดบริเวณวัดกันต่อ  หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับโรงเรียน  เพื่อนัดหมายกิจกรรมในวันต่อไป  ก่อนที่นักเรียนจะกลับบ้าน


               นอกจากเรื่องการประชุมพูดคุยกันแล้ววันนี้ในตอนเช้ามีการ ฉายหนังสั้นที่เด็ก ๆ กับครูที่ปรึกษาร่วมกันทำ  และเป็นหนังสั้นออกมาทั้งหมด ๖ เรื่อง  สักเกตุจากเวลาฉาย เด็ก ๆ จะชื่นชอบมาก  แม้จะมีอาการแบบเขิน ๆ อยู่บ้าง  บางคนต้องรีบมุดหน้าลงใต้โต๊ะเมื่อถึงฉากที่ตัวเองแสดง  บางคนก็แค่ยิ้ม ๆ บิดไปบิดมา เมื่อเพื่อน ๆ แซว  แต่สิ่งที่อยู่ลึก ๆ ภายในของเด็กแต่ละคน  ก็คือความภาคภูมิใจในผลงาน  ที่สามารถทำให้สำเร็จออกมาเป็นเรื่องได้  ท้ายที่สุดพวกเราจึงได้นำหนังสั้นทั้งหกเรื่องบันทึก ลงแผ่นซีดี  ทำปกให้อย่างสวยงาม  แล้วแจกจ่ายให้กับเด็กทุก ๆ คน  นำกลับบ้านไปฉายดูกับผู้ปกครองอีกครั้ง


               นับว่าวันนี้ก็เป็นวันที่ได้ทำงานในหน้าที่ของตน  อาจจะเป็นเพียงงานเล็ก ๆ แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจที่ได้ทำอย่างเต็มที่ในความสามารถที่มีอยู่...