เด็กบางคนไม่เคยกราบใครมาก่อน แต่วันนี้เขาได้มาเห็นมาสัมผัส ถึงวัฒนธรรมการกราบผู้ใหญ่ที่งดงาม คาดหวังว่าวัฒนธรรมเหล่านี้คงติดตาติดใจและง่ายต่อการปฎิบัติในอนาคต

        หลังจากให้นักเรียนลงพื้นที่เก็บข้อมูล      จากการสัมภาษณ์ชาวบ้านแล้วช่วงบ่ายของเวลา ก็ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกันรวบรวมข้อมูล เอามาช่วยกัน คิด  วิเคราะห์ แยกแยะ สรุปความคิดรวบยอดให้เนื้อหาอยู่ในประเด็นของแต่ละกลุ่ม มีพี่เลี้ยงช่วยเติมเต็ม

 

     นัดนำเสนอ ผลงานของแต่กลุ่มในวันต่อไป   ทีมคณะทำงานทานข้าวเย็นเสร็จก็กลับที่พักบ้าน ผอ. พรชัย มอบภาระดูแลนักเรียนให้คณะครู เหนื่อยนักอยากพักผ่อน  อาบน้ำเสร็จตั้งใจจะเข้านอน เสียง ซากี้พูดกับหน านเกียติว่า

ครูเทียนน้อย ช่วยดูและเติมเต็มให้

  "สักหน่อยก็ดี พอเป็นกระษัยให้หายเหนื่อย" แล้ววงสนทนา AAR (เฮเฮฮ่า)ก็เปิดขึ้นที่กะบะรถ ผอ.  ซากี้บอกว่า "บังนั่งคุยกันก่อน ผมซื้อนมซื้อน้ำมาฝากแล้ว  ตั้งแต่ลงจากเขาเจ็ดยอดที่พัทลุง ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย" แล้วเราก็ล้อมวงคุยกัน ผอ.มาร่วมวงด้วย เนื้อหาของค่ายตามที่แต่ละคนได้เห็นได้ฟัง  สักพักผอ. ขอไปดูนักเรียน แล้วเราก็ทยอยกันไปนอน

     ในที่สุดเหลือผู้เขียนกับ ซากี้ ที่ต้องทนนั่งทบทวนชีวิตกันต่อ  เพราะ ซากี้เปิดประเด็นลึกเรื่องชีวิต ครอบครัว และการงาน โดยซากี้เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ พ่อป่วยอยู่โรงพยาบาล อยากกลับไปใช้ชิวิตที่บ้าน มีครอบครัวแล้วกลับไปทำนา(ณวันนี้ พ่อของซากี้ได้จากไปแล้ว ขอให้ท่านจงสู่สุขติ)  เราสนทนาปัญหานี้กันเลยเที่ยงคืน ผู้เขียนเดินทางไกลไม่ได้พักผ่อน แต่ก็คุ้มค่าที่มาได้ฟังปัญหาชีวิตของลูกผู้ชายคนหนึ่งหากท่านได้สัมผัสในการเดินป่าจะต้องประทับใจในการดูแลพวกพ้อง ซากี้ผู้ที่อยากกลับคืนสู่รากเหง้าของชีวิต  ผู้เขียนนอนไกล้หลับ ซากี้ขยับมาไกล้  บอกว่า"บังผมนวดให้บังจะได้หลับสบาย"จะเป็นเพราะผลจากการนวดของซากี้ หรือการเดินทางไกล แต่ผู้เขียนหลับเป็นตายทั้งคืน 

    วันสุดท้ายของค่าย ผู้ร่วมกิจกรรมมักเหนื่อยหล้า หากมีผู้มาเยี่ยมให้กำลังใจค่ายจะคึกคักขึ้น  หลังจากให้นักเรียนทำหนังสือทำมือแล้วนำเสนอผลงานกลุ่ม ช่วงบ่าย หนานเกียรติใด้สรุปภาพรวมของ"หัวใจนักปราชญ์" ให้นักเรียนฟังทั้งรูปแบบกระบวนการ วิธีการทั้งหมดที่เข่าค่ายมา  แล้วก็มาถึงการแจกประกาศให้นักเรียน น้องนัทจากโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ เป็นคนแรก น้องนัท กราบงามๆก่อนเงยหน้าขึ้นมารับประกาศ จากมือ ต่อจากนั้น ก็มีนักเรียนเข้ามารับประกาศ แบบ"อักษรย่อ" คือยืนบ้างนั่งบ้าง แต่ถ้าเป็นผู้หญิงส่วนใหญ่จะทำตามน้องนัท

      ผู้เขียนเชื่อมั่นว่าเด็กบางคนไม่เคยกราบใครมาก่อน แต่วันนี้ เขาได้มาเห็นมาสัมผัส ถึงวัฒนธรรมการกราบผู้ใหญ่ ที่งดงาม คาดหวังว่าวัฒนธรรมเหล่านี้คงติดตาติดใจและง่ายต่อการปฎิบัติ ถ้ามีโอกาสให้มีแบบ มีตัวอย่างดีๆที่เราต้องช่วยกันเชิดชู  

    ผอ.พรชัยมาบอกให้ผู้เขียนปิดค่าย  ผู้เขียนบอกนักเรียนว่า "ค่ายหัวใจนักปราชญ์ เปิดแล้วไม่ ปิด รอผู้ใหญ่ใจดี มาสานต่อให้ก่อเกิดกิจกรรมที่ต้องช่วยกันส่งเสริม สุดท้ายภาพประทับใจในการจากเด็กๆนั่งล้อมวงผู้ใหญ่ แล้วร้องเพลง คำสัญญาอำลากัน........

กาลเวลาไม่หวนกลับ (ภาพแห่งความหลัง)

       ผู้เขียนได้รับของขวัญในวันจากของฝากในวันลา จากชาวบ้านคำแดง คือการเรียนรู้ชุมชน ประทับใจผู้คนและคณะครู ที่อยู่ในความทรงจำ และมีของฝากที่เป็นวัตถุมากมาย หลายอย่าง และหนึ่งในหลายอย่าง ผู้เขียนเห็นชาวอีสาน นิยมผูกเอวผ้าขาวม้าให้แก่ผู้มาเยือน จึงได้รู้ว่าผ้าขาวม้าแทนการขอมขานั้นเอง ต้องขอบคุณ คุณงามความดีที่ช่วยกันสานสร้าง หากมีอะไรขัดข้องหมองใจไปบ้างในการทำงานก็ ถือโอกาสให้ผ้าขาวม้าเป็นขอขมาขออภัยแก่กัน

คำไทยหลายคำ เช่นคำว่า ปสาน ในจารึกสุโขทัย ผู้รู้บอกว่า เราได้คำนี้จากคำว่า บาซาร์ ของเปอร์เซีย ที่แปลว่าตลาด ครับ ตำบลชื่อยี่สาน อัมพวา ว่ากันว่า เพี้ยนมาจากคำว่า ปสาน อีกที อีกคำหนึ่ง ผ้าขาวม้า ผู้รู้บางท่านบอกว่า น่าจะมาจากคำจาม่า ซึ่งแปลว่า ผ้าพาดบ่า มาจากเปอร์เซียอีกเหมือนกัน ข้อสมมติฐานนี้ คุณสังคีต จันทนะโพธิ ประชดไว้ในหนังสือ อดีตกรุล้านนา...เป็นอันว่า ไทยเรารู้จักนุ่งผ้าขาวม้า อาบน้ำ เมื่อรู้จักเปอร์เซีย ก่อนหน้านั้น คงแก้ผ้าอาบน้ำ คุณสังคีต อธิบายว่า ในช่วงสงกรานต์ ถึงวันที่ 16 เมษายน เรียกว่าวันปากปี หรือวันย่างเข้าปีใหม่ เป็นวันที่ลูกหลานจะพากันไปดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และคนที่เคารพนับถือ เพื่อขอขมาลาโทษ หากได้ทำสิ่งที่ล่วงเกินในรอบปีที่ผ่านไป

โดยธรรมเนียม ผู้ใหญ่ก็จะให้อภัยและให้พร วันเดียวกันนี้ บางแห่งจะทำพิธีทางไสยศาสตร์ สะเดาะ-เคราะห์ เอาสิ่งที่ไม่ดีให้หลุดพ้นไป การสะเดาะเคราะห์นี้ บางทีก็เลยไปถึงวันที่ 17 เมษายน ซึ่งเป็นวันปากเดือน การไปขอขมาผู้ใหญ่ คุณสังคีต มีภาพขบวนผ้าขอขมา ไปรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุของชาวลาวร่มขาว (ลานช้าง) ถ่ายจากหลวงพระบางสมัยฝรั่งเศสครอบครองลาว... แสดงให้เห็นว่า การขอขมาผู้ใหญ่ ลาวถือเป็นพิธีใหญ่ พานที่ลูกหลานถือ...นอกจากมีธูป เทียนแพ ผักส้มป่อย (ผสมน้ำดำหัว) ดอกหางนกยูง ดอกมะลิ แล้ว ต้องมีผ้าเปลี่ยนอาบน้ำ แทนชุดที่ผู้ใหญ่ใส่อยู่เดิมด้วย ผ้าในพานผืนนี้ เรียกกันว่า ผ้าขอขมา ต่อมาคำนี้ก็เพี้ยนไปเป็นผ้าขะม้า ซึ่งนับว่ายังใกล้คำเดิม แต่เมื่อเพี้ยนต่อไป กลายเป็นผ้าขาวม้า (ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)  

ของวัญในวันจาก ของฝากในวันลา ผ้าขอขมาจากผอ.พรชัย

ของฝากจากผอ.พรชัย (หนอนหนังสือได้หนังสือ เหมือนมือกระกระบี่ได้ดาบงาม)

จักสานหัตกรรมพื้นบ้าน นำมาฝากเป็นการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มจักสาน

 

ขอขมาหากผิดพลั้งหลังหน้า ก็อภัยให้กัย ผ่านผ้าขาวม้า

 

น้ำผึ้งเดือนห้าจากพ่อบุญเพ็ง ทิมาชัย(พบกัยวันเดียว เหมือนสหายรู้ใจกันนานปี ในประเด็นการเกษตร)

พ่อบุญเพ็ง น้องเทียนน้อย