"...ปัจจัยและองค์ประกอบบางอย่างนั้น
หากเรียนรู้และทุ่มเทจัดการได้
ก็จะส่งผลดีเป็นแรงกระเพื่อมไปยังอีกหลายระบบ.."
ทางเครือข่าย 'ขุนพลคนทำสื่อ' ในมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นการเกาะกลุ่มกันเป็นชุมชนผู้ปฏิบัติและชุมชนเรียนรู้การปฏิบัติ ทั้งเพื่อการที่จะนำไปสู่การพัฒนางานสนับสนุนทางวิชาการของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องต่อไปและทั้งเพื่อเป็นการหาทางขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ 'เครือข่ายชุมชนผู้ปฏิบัติ CoP : Community of Practice' โดยถือเอางานเรื่องสื่อ เทคโนโลยีการศึกษา สื่อสารการศึกษา และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา มาเป็นประเด็นสร้างความเคลื่อนไหว
ความสนใจของการรวมตัวกันของเครือข่ายขุนพลคนทำสื่อนี้ ก็มุ่งที่จะเคลื่อนไหวกิจกรรมและปฏิบัติการเชิงวิชาการที่มาจากด้านสื่อ เทคโนโลยีการศึกษา และ IECT ให้มีส่วนร่วมในการสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาเชิงปฏิรูปในภารกิจสำคัญทุกมิติของมหาวิทยาลัยทั้งด้านการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งการพัฒนาระบบเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารจัดการทางความรู้ โดยเฉพาะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิตอลที่จะสามารถนำมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้พ้นข้อจำกัดหลายอย่างของการจัดการศึกษาและการจัดการเรียนการสอน มีสมาชิกและเครือข่ายทำงานและขับเคลื่อนไปด้วยกันจากหลากหลายสาขา เป็นเวทีหนึ่งที่รวมคนเก่งมาระดมพลังทำสิ่งสร้างสรรค์ด้วยกัน ทั้งเพื่อมหาวิทยาลัยและเพื่อสังคมทางปัญญาของประเทศ
ปีนี้เครือข่าย CoP นี้เขาจะจัดเวทีรวมพลคนทำสื่อกัน คงจะประมาณกลางปี ซึ่งในงานก็จะเป็นเวทีที่มีกิจกรรมผสมผสานน่าสนใจหลายอย่าง หลายแนว ทั้งการสัมมนาวิชาการ การออกร้านและออกบู๊ทแนะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยทางด้านการศึกษาและสารสนเทศ การเผยแพร่ผลงานวิชาการ และการประกวดสื่อ
ผมเองนั้น นอกจากจะถือว่าเรื่องนี้อยู่ในความสนใจและอยู่ในแวดวงการทำงานของตนเองมาโดยตลอดเรื่องหนึ่งแล้ว ก็เกี่ยวข้องในการริเริ่มและช่วยคนอื่นเขาทำงานนี้อยู่บ้างเหมือนกัน
แต่ระยะหลังๆนี้ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมตามแต่จะมีโอกาสและแล้วแต่เขาจะจัดวางให้ไปทำ เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากครับ ชักจะอาวุโส ซึ่งไม่เป็นข้อดีหลายอย่าง คือ หากรู้เรื่องก็ดีไป แต่ถ้าหากไม่รู้เรื่องนี่ก็จะเป็นผลเสียมากกว่าก่อให้เกิดผลดีเช่นกัน เพราะความที่เป็นคนมีความอาวุโสนั้น หากไม่พูดและไม่ทำอะไรเลยก็จะดูขวางทางคนอื่น ทว่า พอพูดและออกความเห็นอันใดแล้วก็จะกลายเป็นเสียงดัง ทำให้คนรุ่นหลังๆเกรงใจและทำงานกันไม่สนุก ไม่ได้ใช้พลังสร้างสรรค์
รวมทั้งหากไม่ละวางหรือไปเปิดพื้นที่ทำในแง่มุมอื่นๆคนรุ่นหลังๆก็จะไม่ได้เกิด ผมเลยเห็นด้วยกับ ดร.รวิน ระวิวงศ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งก็เป็นที่ปรึกษาและเป็นแกนนำคนหนึ่งของกลุ่มนี้ที่คุยให้แง่คิดอย่างคนทำงานด้วยกันในวันหนึ่งว่า "ให้น้องๆเขาทำกันไปเหอะพี่" ซึ่งก็ตรงกับเสียงที่ก้องอยู่ในใจผมอยู่พอดีเหมือนกัน เลยก็ต้องหาทางไปทำในกลไกเชิงนโยบาย ทำงานวิชาการ หรือไปทำอย่างอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำวิจัยและพัฒนาเครือข่ายวิชาการที่ผสมผสานเรื่องสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาเข้ากับการพัฒนามิติอื่นๆ ซึ่งบางส่วนก็เป็นปัจจัยแวดล้อมที่ช่วยส่งเสริมการทำงานนี้ของมหาวิทยาลัยได้ในทางอ้อม
แต่ถ้าหากต้องได้เกี่ยวข้อง ก็ต้องหาทางเกี่ยวข้องในด้านที่จะช่วยกันบุกเบิก เสริมกำลังความเข้มแข็งและเติมเต็มสิ่งที่จะไม่ไปชิงพื้นที่และทับซ้อนสิ่งที่มีเครือข่ายผู้คนกำลังทำและกำลังงอกงามเติบโตกัน และที่มักจะเสริมเข้าไปก็คือ ......................
- การเติมมิติความเป็นชุมชน เข้าสู่การทำงานองค์กรมหาวิทยาลัยทุกระดับและวิธีทำงานที่ดึงพลังสร้างสรรค์ทุกอย่างของปัจเจกออกมา ทั้งเพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานอย่างใหม่ให้เกิดขึ้นในองค์กรสมัยใหม่ ที่ผสมผสานเข้ากับองค์ความรู้และวิธีการของคนทำงานวิจัยชุมชน
- การสะท้อนเสียงและเชื่อมโยงความจำเป็นของสังคม ที่มีความเป็นชุมชนเป็นตัวตั้ง ให้เข้ามามีส่วนต่อการคิดและตัดสินใจในมิติต่างๆ เพื่อให้ปฏิบัติการทางวิชาการและการขับเคลือนงานสร้างสรรค์ทางวิชาการต่างๆของมหาวิทยาลัย ได้ความรอบด้าน ได้ทั้งความก้าวล้ำนำหน้า ความเป็นวิชาการของงานภาคปฏิบัติและงานสนับสนุนทางวิชาการ เชื่อมโยงกับการเรียนรู้ของสังคมและสะท้อนประเด็นความใส่ใจต่อสังคม มุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลืมข้างหลังที่เป็นความเป็นตัวของตัวเองของสังคม
- การสร้างบทเรียนการริเริ่มและขยายผลสิ่งดี ในมหาวิทยาลัยและในสังคม จากการลงมือทำและได้ความสำเร็จไปทีละเล็กละน้อยของกลุ่มคนผู้ปฏิบัติ การถอดบทเรียน การจัดการความรู้เพื่อสื่อสารขยายผล การพัฒนาเครื่องมือทำงานทางปัญญาที่บูรณาการกับการปฏิบัติ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ผมและหมู่มิตรในมหิดลจะลงมือทำทุกที่ที่มีโอกาส
ความคิดเบื้องหลังอย่างนี้ เลยก็มักกำกับและผสมผสานไปกับบทบาทหน้าที่ต่างๆไปด้วย บางเรื่องก็น่าเบื่อหน่ายตนเองมากเหมือนกันครับเพราะมันเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ทว่า แม้นได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างก็ตระหนักว่าเป็นกิจและหน้าที่แห่งชีวิตที่พึงต้องทำ
ปีนี้เครือข่ายคนทำสื่อก็มาชวนผมให้ได้ช่วยกันทำงาน ๑ เรื่อง คือ เป็นกรรมการประกวดสื่อ e-Learning ซึ่งก็เช่นเคยครับ เพื่อช่วยกันทำให้เกิดมิติใหม่ๆที่มีความหมายมากขึ้นเท่าที่พอมองเห็น บวกเข้าไปกับแนวพิจารณาที่มีอยู่ ผมก็เลยนำเสนอเอกสารเกณฑ์พิจารณาการประกวดสื่อ e-Learning[click here] ให้เป็นโอกาสคลิก จุดประกาย ขับเคลื่อน และส่งแรงขยายผลองค์ประกอบบางอย่างที่เป็นแนวโน้มเชิงยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยให้เคลื่อนไปในทิศทางใหม่ๆ พร้อมกับได้สื่อ e-Learning และได้เสริมสร้างพลังความเข้มแข็งของการเรียนรู้และสะสมภูมิปัญญาจากการปฏิบัติไปด้วย
แนวการพิจารณาที่นำเสนอนี้ เป็นหลักเกณฑ์ชุดเล็กๆกระทัดรัด ทว่า จะมีนัยะเชิงทฤษฎีและมีนัยะต่อตัวแปรเชิงระบบที่ซับซ้อนหลายอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับผมแล้ว ก็จะให้ความสำคัญไปถึงมิติวิธีคิดและกระบวนการที่อยู่ภายในงานที่จะได้กล่อมเกลาจิตสำนึกความเป็นตัวตนที่คลายออกเหมือนกับการปฏิบัติธรรมจากการทำงานไปด้วย ผมมีบทเรียนจากการทำงานชุมชนแนวประชาสังคมในระยะ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาพอสมควรที่ทำให้เห็นได้ว่าปัจจัยและองค์ประกอบบางอย่างนั้น หากสามารถเรียนรู้และระดมพลังจัดการได้ ก็จะส่งผลดีเป็นแรงกระเพื่อมไปยังอีกหลายระบบ เลยทำการบ้านเสนอแนะต่อเครือข่ายเพื่อนคนทำงานด้วยกัน
จะใช้ได้มากน้อยแค่ไหนก็ไม่ได้คาดหวังอย่างนั้นละครับ งานอย่างนี้ ต้องให้ความอิสระต่อผู้คนที่เขาเกี่ยวข้องในการได้ทำจริงๆ แต่ก็เชื่อว่าจะมีประโยชน์ต่องานด้านนี้ไม่เฉพาะสำหรับชาวมหิดลต่อไปด้วย เลยก็นำมาแบ่งปันและเผยแพร่ไว้ครับ.
สวัสดี ครับ อาจารย์
เข้ามานั่งใกล้ ๆ อาจารย์ ก่อนนะครับ
...
ด้วยความเคารพและระลึกถึง
สวัสดีครับคุณแสงแห่งความดีครับ สบายดีนะครับ ขอบคุณภาพถ่ายที่นำมาแบ่งปันกันครับ ผมชอบบรรยากาศและอารมณ์ภาพนี้จังเลยครับ ดูกว้างใหญ่และดูได้เดินทางกว้างไกลดีนะครับ
สบายดีครับอาจารย์ วันก่อนพาเด็กๆๆไปที่นี่มา เอามาฝากอาจารย์ด้วยครับ
ความคิดเบื้องหลังอย่างนี้ เลยก็มักกำกับและผสมผสานไปกับบทบาทหน้าที่ต่างๆไปด้วย บางเรื่องก็น่าเบื่อหน่ายตนเองมากเหมือนกันครับเพราะมันเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ทว่า แม้นได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างก็ตระหนักว่าเป็นกิจและหน้าที่แห่งชีวิตที่พึงต้องทำ
สวัสดีค่ะพี่อาจารย์...บางคำพูดก็สะท้อนให้คิดเห็นเหมือนกัน...แต่เมื่อต้องทำ...แผ่นเสียงย่อมต้องผันตัวเองเป็นซีดีบ้าง ดีวิดีบ้าง...ฯลฯว่ากันไปตามวิทยาการ...มาบ่นและมาเยี่ยมด้วยค่ะพี่อาจารย์..
สวัสดีครับน้องคุณครูอ้อยเล็ก คุยเรื่องวิทยาการ(เทคโนโลยี)ต่างๆแล้วก็มีเรื่องขำๆตัวเองเหมือนกันครับ
ความน่าสนใจและท้าทายของงานนี้ ก็คือ การสร้างสื่อเพื่อการพัฒนาสังคมไทย (โดยชาวมหิดล ) เป็นอย่างไร มีความสำเร็จแล้วอยุ่ที่ไหนบ้าง
นอกจากนั้นแล้ว การสร้างวัฒนธรรมใหม่ในสื่อใหม่แบบสร้างสรรค์ ที่ชุมชนเข้าถึงได้ ผมเองก็สนใจครับ
รอบนี้คงจะได้มีโอกาสเข้าไปร่วมวงด้วยคนครับ
เมื่ออยู่ที่ภูเก็ตเวลาจะโทร.พูดคุยส่งข่าวกับญาติโยมที่หนองบัวแต่ละครั้งต้องให้หลานๆไปขออนุญาตใช้โทรศัพท์กับหลวงพ่อปานเจ้าอาวาสวัดเทพฯหรือไม่งั้นก็ที่ร้านค้าหัวตลาด
แต่ตอนนี้โทรศัพท์มือถือมีกันทุกบ้าน บางท่านพูดแบบติดตลกว่า มือถือของแต่ละบ้านนั้นมันช่างเอยะซะเหลือเกิน มากมายเหมือนกับฝักข้าวโพดเลย
สวัสดีครับอาจารย์ขจิตครับ : ตอนนี้มึน หงอยเหงากันหมดเลยนะครับ แวะเข้าไปดูกิจกรรมในบทความและบันทึกของอาจารย์ด้วยแล้วครับ น่าสนุกและเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีพลังชีวิตดีจังครับ
มีอาจารย์ ดร.อิทธิพล จ้าวพ่อสื่อตัวจริงเสียงจริงอีกคนหนึ่งของคนมหิดลไปร่วมด้วย ก็ยิ่งเข้มข้นและได้จุดหมายใหม่ๆร่วมกันมากยิ่งขึ้นไปอีกนะครับ ทั้งของคนมหิดลและกลุ่มผู้สนใจที่มาจากที่ต่างๆจากทั่วประเทศด้วย
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแลครับ ตอนนี้มันไปไกลมากกว่าเป็นมือถือแล้วละครับ ตอนนี้มันเป็นทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์ เครื่องเล่นและกล้องถ่ายวิดีโอ เครื่องเล่นและบันทึกเสียง วิทยุ รีโมต ทีวี เครื่องคิดเลข สมุดบันทึก ไดอารี่ ขีดความสามารถขนาดนี้ หากเป็นเมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อนนั้น ต้องเป็นร้านค้า ร้ายถ่ายรูป เครื่องเสียง ห้องสมุด และสำนักงานบริการสื่อสารที่มีคนสัก ๒๐ คนน่ะครับ
แต่ปัญหาคือ ที่เราซื้อความสามารถของเทคโนโลยีทั้งหมดมานี้ เราใช้แค่ราคาของเครื่องมือเพื่อใช้ง้านพื้นฐานไม่กี่อย่างเท่านั้นครับ คนส่วนใหญ่ไม่ได้มองมันเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารและเครื่องมือเพิ่มพูนพลังการจัดการความรู้เพื่อเชื่อมโยงตัวเรากับโลกกว้าง ทว่า มองมันเป็นเครื่องประดับและแฟชั่นที่ให้ภาพของเราว่าเป็นคนทันสมัยเท่านั้น ซึ่งมันเป็นเครื่องประดับที่แพงยิ่งกว่าเพชรและการเล่นยี่ห้อเสื้อผ้าอีกนะครับ ก็แปลกดีครับ
สวัสดีครับท่าน อาจารย์ วิรัตน์
สื่อวิชาการถ้าเข้าถึงชุมชน นำกิจกรรมชุมชนมาสู่สาธารณะ หลายอย่างที่ชุมชนคิดทำเกิดการจัดการที่เป็นรูปธรรมครับ
สวัสดีครับท่านวอญ่า
ขอสนับสนุนข้อสังเกตจากประสบการณ์ท่านวอญ่าครับ หากมีกระบวนการเสริมประสบการณ์ เสริมทักษะ พัฒนาเทคนิควิธีการที่พอเหมาะสำหรับทำงานด้วยกัน เสริมศักยภาพเข้าไปให้กับชุมชนกับงานวิชาการที่สามารถลงไปเชื่อมการทำงานกับชุมชนและมีลักษณะที่เป็นสื่อถ่ายทอดขยายความเป็นสาธารณะให้กับชุมชนต่างๆได้อยู่แล้ว ก็จะยิ่งเพิ่มพูนสิ่งที่ลุงวอญ่าพูดถึงให้เกิดขึ้นได้มากยิ่งๆขึ้นเลยนะครับ เดี๋ยวนี้คนที่มุ่งทำอย่างนี้และมีวิธีการดีๆที่น่าสนใจ ก็เยอะขึ้นนะครับ
สวัสดีค่ะ
มาสวัสดีอาจารย์
ในวันที่ทำท่าจะวุ่นวายค่ะ
สวัสดีครับคุณณัฐรดาครับ เมื่อกี้แวะเข้าไปดูรูปวาดลายเส้นคุณณัฐรดา ดีจังเลยครับ
ขอบคุณอาจารย์ค่ะที่แวะไปเยี่ยมกันค่ะ
หวังว่าบ้านเมืองเราจะไม่วุ่นวายจังค่ะ
ลายเส้นดอกกล้วยไม้คัทลียา ฝีมือคุณณัฐรดาครับ
จะขอนุุญาตลิงก์ไปให้เวทีคนหนองบัวด้วยนะครับ ขอบคุณครับ