คุณธรรมของผู้นำ (สัจจวาจา)
พระมหากษัตริย์ทุกยุคสมัย ทรงรักษาความซื่อตรง จิตใจไม่เคยเอนเอียงหวั่นไหว มีคำกล่าวต่อๆ กันมาว่า เป็นกษัตริย์ ตรัสแล้วไม่คืนคำ เพื่อรักษาความซื่อตรงต่อประชาชนในเรื่องการรักษาสัจจะ เป็นเหตุให้เกิดความยอมรับนับถือจากประชาชนทุกหมู่เหล่า
ตัวอย่างในหนังสือพุทธประวัติ มีพระมหากษัตริย์องค์หนึ่ง ทรงพอพระราชหฤทัยโปรดพระมเหสีใหม่พระองค์หนึ่ง พระราชทานพรให้เลือกขอสิ่งที่ต้องการ พระมเหสีจึงกราบทูลขอราชสมบัติให้แก่พระราชโอรสของพระนาง พระมหากษัตริย์ทรงอ้ำอึ้งอยู่สักครู่ เพราะคิดไม่ถึง
ความเป็นจริง พระราชโอรสองค์ใหญ่ซึ่งประสูติจากพระมเหสีองค์เก่า เหมาะสมในการครองราชสมบัติ แต่ทรงเกรงว่าจะเสียสัตย์ จึงจำยอมพระราชทานสมบัติให้ตามที่พระมเหสีทูลขอ แล้วรับสั่งให้พระราชโอรสและพระราชธิดา รวม ๙ พระองค์ ซึ่งประสูติแต่พระมเหสีองค์เก่าออกไปสร้างพระนครใหม่ เพื่อรักษาซึ่งความศักดิ์สิทธิ์แห่งสัจจวาจาของนักปกครองผู้ยิ่งใหญ่เยี่ยงพระมหากษัตริย์แห่งชมพูทวีป ที่ยอมสละแม้กระทั่งพระราชโอรสและและพระราชธิดา มิให้เสื่อมเสียพระเกียรติ และไม่เป็นที่ยอมรับนับถือในพระดำรัสอีกต่อไป
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแสดงอธิบายขยายความคำว่าอาชชวะ ความเป็นผู้ซื่อตรง ในพระราชนิพนธ์เรื่อง ทศบารมีในพุทธศาสนาเถรวาท ตอนหนึ่งว่า
พระมหากษัตริย์จะต้องมีพระอัธยาศัยประกอบด้วยความเที่ยงตรงต่อประชาชนโดยทั่วไป ไม่ทรงคิดลวงหรือประทุษร้ายผู้ใด
ความซื่อตรง นับเป็นคุณธรรมของผู้นำที่สำคัญในการปกครองทุกระดับชั้น เป็นบ่อเกิดแห่งความดีมากมายหลายประการ ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในการบำรุงประเทศชาติให้วัฒนาสถาพร ทรงตั้งมั่นอยู่ในความเที่ยงตรงทุกประการ พระคุณจึงปรากฏแผ่ไพศาลไปทั่ว ทรงเป็นแบบอย่างให้พสกนิกรชาวไทย
พระพุทธเจ้าทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องสัจจวาจา ทรงตั้งมั่นในเรื่องวจีกรรม อันเป็นสุจริต คือ ประการแรก คำพูดที่จริง ถูกต้อง เป็นประโยชน์ แต่ไม่เป็นที่รักชอบใจของผู้อื่น ทรงพิจารณาเลือกเวลาก่อนแล้วจึงตรัสสอน อีกประการหนึ่ง คำพูดที่จริง ถูกต้อง เป็นประโยชน์ เป็นที่รักชอบใจของคนอื่น ทรงพิจารณาเลือกเวลาอีกเช่นกันจึงตรัสสอน เป็นเหตุให้พระพุทธองค์ประสบความสำเร็จในการปกครองคณะสงฆ์
และได้รับการยอมรับนับถือจากพุทธบริษัท
ถึงปัจจุบันนี้
อยากได้เนื้อหาของ ความซื่อตรงต่อวาจา