วันนี้พยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนพายุฤดูร้อน ว่ากำลังเข้าสู่บ้านเรา และให้ระวังช่วง 9-10 มีนาคม 53 นี้ ข่าวทางทีวีก็แจ้งเตือนให้ระวังเสื้อแดงที่จะมาชุมนุมข่าวว่าจะปิดถนน ปิดเมืองให้ได้ชัยชนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะชนะไปเพื่อใคร ชนะแล้วจะได้อะไร และวันนี้อีกเช่นกันที่จังหวัดกำแพงเพชรช่วงเช้าเห็นทางตำรวจยืนประจำเป็นจุดๆ แถวที่ว่าการอำเภอเมือง(ศาลากลางหลังเก่า) อันนี้ก็ข่าวว่าชาวนาจะมาประท้วงราคาข้าวที่ไม่สูงสมใจปรารถนาของชาวนาเช่นกัน
ไม่รู้ว่าปีนี้บ้านเราช่างเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเสียจริงๆ ภัยธรรมชาติก็หนักหนาแล้วยังมีภัยที่เกิดจากคนในสังคมกันเองที่คอยซ้ำเติม ไม่รู้ว่าจะทำลายบ้านเมืองกันไปถึงไหน แทนที่จะร่วมมือกันหาทางแก้ไข ค่อยแก้ค่อยปรับหันหน้าเข้าหากัน ยึดเอาประโยชน์ของส่วนรวมมาก่อนส่วนตนเท่านี้ก็คงจะทำให้ตาสว่างและมองเห็นทางออกได้ ยกเว้นหลับหูหลับตาไม่ฟังใคร เอาเหตุผลของตนถูกต้องเหนือเหตุผลอื่น ก็ยากที่จะคุยกัน
เรื่องพายุฤดูร้อนที่กำลังเข้ามา เมื่อรู้ตัวแล้วเราก็พอจะหาทางป้องกัน หรือระวังภัยได้ อย่างน้อยก็ช่วยลดความเสียหายลงได้บ้าง เพราะมันเป็นเรื่องของธรรมชาติที่เป็นไปตามทางของมัน แต่ชาวนาจะประท้วงเพื่อให้ราคาข้าวสูงขึ้นหรือเปลี่ยนวิธีการช่วยเหลือจากประกันรายได้เป็นการรับจำนำข้าวเหมือนเดิม การประท้วงไม่ใช่ทางออกของปัญหานี้
ราคาข้าวเมื่อไม่สูงทางออกของเราที่น่าจะทำก่อนก็คือการลดต้นทุนการผลิตของเราเอง รวมกลุ่มกันวางแผนการผลิตให้ดี ให้สอดคล้องกับฤดูกาล/พันธุ์/ความต้องการ/คุณภาพของข้าว ฯลฯ ก็พอจะบรรเทาปัญหาลงได้บ้าง และจะมีสักกี่ราย(ในเขตชลประทาน)ที่กินข้าวที่ตัวเองปลูก แค่นี้ก็ขาดทุนมากโขแล้ว
ที่สำคัญปัจจุบันมีน้อยมากที่ชาวนาบ้านเราทำนาแบบใช้แรงงานของตัวเอง(บ้าง) มีแต่จะใช้ความสะดวกสบายตลอดขั้นตอนของการผลิต ไม่ว่าจะเตรียมเมล็ดพันธุ์-ไถ/-หว่าน-ปุ๋ย-ยา-เก็บเกี่ยว ล้วนซื้อ-จ้างทั้งนั้น ยิ่งทำให้ชาวนาจนลงอย่างไม่ต้องสงสัย อย่าคาดหวังเลยว่าอนาคตจะดีไปกว่าที่เป็นอยู่ แม้ว่าราคาข้าวจะสูงเพียงใดก็ตาม เพราะต้นทุนการผลิตเราสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จะเข้าทำนองคำกล่าวที่ว่า
"ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้"
ขณะที่บันทึกนี้ ได้ยินเสียงแว่วๆ จากเครื่องขยายเสียงของกลุ่มชาวนาที่มาประท้วง ฟังไม่ได้ใจความสักเท่าใด ไม่ว่าจะเรียกร้องอะไรก็ล้วนแต่เป็นการขอเพื่อที่จะให้คนอื่นมาช่วยทั้งสิ้น เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน แก้ปัญหานี้ได้ก็จะกลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่เป็นงูกินหางที่ไม่รู้จบ เรามีตัวแทนแล้วเราก็น่าใช้ตัวแทนของเราให้มีประสิทธิภาพน่าจะดีกว่า หรือว่าตัวแทนที่เรามีนั้นเป็นตัวปัญหาเสียเอง
อย่ายอมเหนื่อยและเสียเวลา(ประท้วง)เพราะคงส่งผลไปสู่การปฏิบัติได้น้อยมาก สู้หันหน้าเข้าหากัน ทบทวน แล้วหาทางออกโดยเริ่มที่การปรับตัวและพัฒนากระบวนการผลิตของเราบ้างน่าจะดีเสียกว่า หากสุดกำลังแล้วค่อยคุยกันใหม่อีกหลายๆ รอบก็ยังพอไหว เพราะผลที่เกิด(ปัญหา)ก็เพราะมาจากการกระทำของเรา หากจะแก้ปัญหาก็ต้องอาศัยการกระทำของเรา(ลงมือแก้ปัญหา) ด้วยเช่นกัน เพราะส่วนสำคัญของทุกปัญหา(ที่เราคิดว่ามี) ก็เกิดจากตัวเรานี้แหละที่คิดว่ามี...
10 มี.ค. 2553
ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้"
เมื่อสมัยก่อน ทำนาพอกินพออยู่ เพื่อนถามว่าปีนี้ข้าวพอกินถึงสิ้นปี มั้ย จะได้ยินคำตอบว่า
"ถ้าหนูไม่กัด วัดไม่กวน ก็พออยูกินถึงสิ้นปี"
สวัสดีค่ะ
ตามมาชม พายุ ชาวนา ประท้วง เหนี่อยใจนะคะ ทราบข่าวเหล่านี้ยังไม่ทราบเหมือนกันนะคะเนี่ยว่า ต้องผจญภัยกับเขาด้วยหรือไม่ เดินทางวันเดียวกันเลย ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วจำเป็นต้องเดินทาง หนีจากทางบก ไปทางอากาศ ก็ลุ้นอยู่ค่ะ 12-14 มีค. นี้ อากาศก็ยิ่งร้อนๆนะคะ ทุกอย่างน่าเป็นห่วงมากๆ อยู่กันบนถนนที่โล่ง ใส่เสื้อแดงคนก็มาก นึกภาพแล้ว ทำให้ทุกคนวิตกกังวลกันหมด เมื่อเช้าอยู่ๆฝนที่เชียงใหม่ก็ตก อากาศกำลังแย่มากค่ะ ฝนตกนิดเดียวไม่ทันล้างพิษออกได้ หลายจังหวัดถึงแม้ไม่มีพายุ ภาคเหนือเจอบรรยากาศเป็นพิษจากการเผาป่า เห็นพ่อค้าแม่ค้าจอดรถรมถนนขายพืชผักไม้ผลก็นึกเป็นห่วงนะคะทำอาชีพที่เป็นอิสระ ผลผลิตออกมาขายๆได้ไม่เต็มที่ ผู้ซิ้อน้อย ราคาถูก สิ่งของก็แพงขึ้นไปหมด คิดแล้วน่าเป็นห่วงไปหมดนะคะ
ภาพ เย็นๆ นะคะ
มาแสดงความเห็นใจ ชาวนาด้วยคนค่ะ
ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขสักที เพราะรัฐบาลไม่ว่างเลยค่ะ
ใช่คะ หันหน้าเข้าหากันจะดีกว่า
ขอบคุณคะ
"คิดดี ทำดี... ก็เสมอตัว แต่ได้บุญ"
"คิดไม่ดี ทำไม่ดี...ก็ขาดทุน แต่ได้บาป"
"คิดดี ทำไม่ดี...ก็ทุกข์ร้อน"
"คิดไม่ดี ปฏิบัติดี...ก็ใจวุ่นวายสับสน"
"ชีวิตนี้หนอ ทางเดินสายกลาง ยังรอเราอยู่เสมอ"
ก็เช่นเดียวกับ
ขาดทุนอะไร ก็ขาดทุนได้ แต่อย่าขาดทุนกำไรชีวีต ที่เติมพลังจิตให้กับตนเองน่ะ
ราคาข้าวก็ไม่สูง ปลูกแล้วก็ขาดทุน น้ำไม่พอใช้ แต่ก็ทำนารอบสองกันเยอะกว่าทุกปี
แปลกนะครับ