วันนี้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และ ๓ ได้รวมคะแนนผลการประเมินภาคปฏิบัติของภาคเรียนที่สอง  นักเรียนแต่ละคนรู้สึกสบายใจและมีความสุขที่ภาษาอังกฤษได้ยุติกิจกรรมการเรียนการสอน  รอทำการทดสอบภาคความรู้อีก ๑ ฉบับ 

           นักเรียนมีโอกาสได้เปิดใจพูดถามในเรื่องที่สงสัย  ท่ามกลางบรรยากาศที่สนุกสนาน เป็นกันเอง  รวมทั้งเรื่องสำคัญที่นักเรียนได้ทราบมาจากคุณครูบางท่านคือการขอย้ายของครู 

           คนหนึ่งได้ถามฉันว่า "คุณครูทำไมไม่ขอย้ายเหมือนคุณครูท่านอื่น ๆ ละคะ " ขณะที่ฉันอ้ำอึ้ง  กำลังคิดหาคำตอบนั้นได้มีนักเรียนชายอีกคนชิงตอบขึ้นว่า "คุณครูรอเขียนเรื่องลาออกใช่ไหมครับ  มีคนพูดกันว่าคุณครูกำลังจะลาออก

           ฉันจึงมองเห็นทางออกมากขึ้น จึงถือโอกาสเล่าเรื่องราวความจำเป็นของการเดินทาง  ภาระค่าใช้จ่ายและความต้องการเป็นอิสระในชีวิตส่วนตัว  อีกอย่างก็ถือว่าได้ทำงานมานานแล้ว เวลาเดียวกันได้สังเกตว่านักเรียนเงียบลงแทบจะไม่มีเสียงอะไรเลย 

          "คุณครูจะลาออกวันไหนครับ" เสียงของนักเรียนชายชั้น ม.๓ ทำลายความเงียบขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  นักเรียนหลายคนหันมาจ้องหน้าฉันเพื่อรับรู้คำตอบ  ฉันจึงตอบตามความเป็นจริงว่า "เหลือเวลาอีกตั้ง ๒๒๐ วันหรือ ๗ เดือน ๗ วัน หรือ ๑ ภาคเรียนภายหลังที่เปิดภาคเรียนใหม่ จนกว่าจะถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓"  พร้อมกับคิดว่าเป็นการดีเหมือนกันที่เด็ก ๆ จะได้ซ้อมความเข้าใจไว้ก่อน  และเป็นการฝึกการยอมรับความจริง 

          "คุณครูอยู่ไม่สบายใจก็ควรจะลาออกไปพักผ่อนได้แล้วครับ ไม่ต้องห่วงพวกผมครับ ไม่ต้องอยู่ให้เสียสุขภาพจิต" เสียงจากเด็กชายชั้น ม.๒ และ...."คนเราถ้าอยู่ดีคงไม่มีใครลาออก" เพราะเหตุการณ์ของปีกลายมีคุณครูลาออกไป ๓ คน (อีกคนหนีราชการไปก่อนแล้วมาลาออก)

         "เมื่อพวกหนูคิดถึงก็จะไปเยี่ยมคุณครูค่ะ"/กว่าคุณครูจะลาออกคุณครูก็ได้สอนพวกเราไปอีก ๑ ภาคเรียน"/ฯลฯ 

           ฉันจึงอธิบายให้เด็กฟังว่า " ครูไม่มีความเดือดร้อนใจอะไรเลย เพียงแต่อยากพักผ่อน อยากมีเวลาอิสระบ้าง  เมื่อพวกหนูเข้าใจเหตุผลแล้ว  จะได้เตรียมใจรับกับความเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า  จะได้ไม่งุนงงกับข้อสงสัย  หวังว่าทุกคนคงเข้าใจครู  การลาออกของครูรัฐบาลได้แสดงกตัญญูต่อครูโดยมอบเงินเดือนบำนาญให้ใช้และมีสิทธิ์เหมือนรับราชการไม่เปลี่ยนแปลง

         เด็กมีความรู้สึกนึกคิด  มีวิจารณญาณในการคิดที่เราคาดไม่ถึง และเด็กจะเลือกได้ว่าควรพูดกับผู้ใหญ่คนไหน  เมื่อพูดแล้วผู้ใหญ่ให้การยอมรับเขาจึงกล้าที่จะพูด 

         สถานการณ์จบลงด้วยความเข้าใจอันดี  ฉันได้ขอร้องไม่ให้นักเรียนนำเรื่องนี้ไปพูดอีกเพราะเป็นเรื่องของทางราชการและเป็นเรื่องส่วนตัวของครู  ส่วนฉันกลับบ้านด้วยความ"ซึ้งใจ"ในน้ำใจของเด็กที่ห่วงใยมากมาย  แต่...ไม่สับสน