การกลับมาบ้านเกิดครั้งนี้เเม้ว่าเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เเต่ก็มีคุณค่า ได้พบมิตรเก่าหลายท่านที่พบกันโดยบังเอิญ และหลายท่านพบในร้านกาแฟไม่น่าเชื่อว่าร้านกาแฟที่ปายมีร้อยพันเเต่เจาะจงมานั่งจิบ พักผ่อนในร้านเดียวกัน

Img_5523

ปายวันนี้หลังจากไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเสียนาน ก็เปลี่ยนไปตามที่คาดการณ์ไว้ กระเเสความเจริญข้างนอกที่ถาโถมคงฉุดรั้งได้ยาก ในขณะที่แผ่นดินเท่าเดิม แต่ทุกตารางนิ้วก็ถูกกระทำชำเราเสียจนชอกช้ำ...

มีคำถามหนึ่งในหลายคำถามของผู้ยอมรับจำนนกับโชคชะตาว่า เราจะตั้งรับสถานการณ์นี้อย่างไร? ณ วันนี้เราคนปายยังต้องหวังพึ่งพาใครอีกจะได้ไหม หากไม่ช่วยตัวเอง ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของคนปายที่พึงจะมี

แต่ท่ามกลางความชลมุนของความเป็นสมัยใหม่ เรากลับพบอีกมุมหนึ่งที่เเสนงาม และผมคิดว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี เป็นทางออกของสังคมปายเเละสังคมของประเทศเราด้วย

 

ในวันที่สองก่อนที่จะกลับกรุงเทพฯ ได้รับเชิญจากคุณหมอสุพัฒน์ ใจงาม จากโรงพยาบาลปาย ไปร่วมรับประทานอาหารกับชมรมวิถีพุทธที่โรงพยาบาล ...จึงตกปากรับคำทั้งๆที่ยังไม่ทราบว่า ชมรมวิถีพุทธคือใคร ทำอะไร ผมทิ้งคำถามไว้ในใจ เเต่ก็ตามคุณหมอไปร่วมกิจกรรมดีๆกับกลุ่มนี้อย่างว่าง่าย เพราะกัลยาณมิตรของผมท่านนี้ผมถือว่าเป็นผู้ชักนำสิ่งดีๆมาให้ตลอดเวลา

Img_5522

เราเดินขึ้นไปยังห้องกายภาพบำบัด ด้านหลังของตึกผู้ป่วย  เปิดประตูเข้าไป พบเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปายกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารแบบล้อมวง ผมถูกเชื้อเชิญเข้ามาร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ถูกเตรียมไว้พร้อมเเล้ว

Img_5517

คุณแหลมทอง วงศ์ใหญ่ -ประธานชมรมวิถีพุทธ

 

คนหน้าใหม่อย่างผม หลังจากเเนะนำเสร็จ ก็นั่งทานข้าวพร้อมกับฟังเรื่องราวจาก พี่แหลม (คุณแหลมทอง วงศ์ใหญ่) ทราบภายหลังว่า พี่แแหลมเป็นประธานชมรมวิถีพุทธ ของโรงพยาบาลปาย เนื้อหาที่พุดคุยกันในวงทานข้าว เป็นเรื่องของการเดินทางไปเรียนรู้ธรรมะ ผ่านวัดวาอารามแถบทางเหนือ ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของชมรมวิถีพุทธ ผมก็ฟังไปด้วย ทานอาหารไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน ในใจนึกชื่นชมผู้ก่อการท่านนี้ รวมถึงสมาชิกชมรมวิถีพุทธของโรงพยาบาลปายที่มานั่งล้อมวงฟังอย่างตั้งใจ

ด้วยที่ผมมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของ การถอดบทเรียน SHA ของ สถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ผมจึงสนใจที่มาของชมรมดังกล่าว ผมคิดว่าพื้นที่ที่คนกลุ่มหนึ่งในโรงพยาบาลผลักดันให้เกิดขึ้น เป็น Healing environment  สำหรับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล นอกจากเป็นการชำระจิต ขัดเกลาตัวเองเเล้ว พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีการผ่อนพักโดยเเท้จริง

ชมรมวิถีพุทธของโรงพยาบาล ก่อเกิดมาก่อนหน้านี้ในปี ๔๘ ในชื่อของ ชมรม "แสงทองส่องธรรม"  เป็นส่วนหนึ่งของชมรมที่เกิดจากเเนวคิดของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เดิมมีสมาชิกประมาณ ๒๐ ท่าน โดยการรวมตัวของกลุ่มคนที่่มีจริตร่วมกันทางด้านนี้

ต่อมาในปี ๕๑ ชมรมแสงทองส่องธรรม ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ชมรมวิถีพุทธ" กิจกรรมในชมรมก็เป็นการเรียนรู้ตนเอง ผ่านธรรมะ สร้างกิจกรรมที่หลากหลายในเเนวทางของการเจริญสติให้กับบุคลากรของโรงพยาบาล และกิจกรรมที่ชมรมสร้างให้เป็นกิจกรรมประจำคือ การรับประทานอาหารร่วมกัน สนทนาธรรมไปด้วย ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงของวันทำงาน จากนั้นมีการไหว้พระสวดมนต์ และเจริญสติโดยการเดินจงกรมและนั่งสมาธิ สร้างเสริมสุขภาพคนทำงานทั้งกายและใจ

Img_5521

ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้นั่งทานข้าวและพูดคุยของผมกับชมรมวิถีพุทธ ก็เพียงได้เรียนรู้ จุดเริ่มต้นของกิจกรรมดีงาม และผมคิดว่าการก่อเกิดของชมรมเล็กๆนี้ เป็นความงามโดยธรรมชาติของการรวมตัวกัน พลังของมิตรภาพและการเรียนรู้ร่วมกัน สร้างกัลยาณมิตรธรรม ๗ คือองค์คุณของกัลยาณมิตร  สังคหวัตถุ ๔  มีธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว คือยึดเหนี่ยวใจบุคคลและประสานหมู่ชนไว้ในสามัคคี พัฒนาด้านจิตวิญญาณเพื่อดุลยภาพของชีวิต

เรื่องดีๆที่ผมได้พบเเละเรียนรู้ช่วงสั้นๆนี้ ถือว่าเป็นความภูมิใจในฐานะผมเป็นคนในพื้นที่ ที่มีโอกาสได้รับรู้ว่าโรงพยาบาลที่บ้านเรา มีเรื่องราวดีงาม ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆแต่ทว่างดงาม

ขอบันทึกเรื่องราวเหล่านี้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปาย พร้อมด้วย คุณแหลมทอง วงศ์ใหญ่ ประธานชมรมวิถีพุทธและคุณหมอสุพัฒน์ ใจงาม ที่ท่านเป็นผู้ผลักดันที่สำคัญ

 

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

ปาย,เเม่ฮ่องสอน

๑๙ กพ.๕๓