มอบพระเครื่อง และหนังสือให้ครูคิมและพี่ๆ น้องๆ รวมถึงถ่ายรูปหมู่ ณ ไทยรัฐวิทยา ๖๓
ขอยืมภาพนี้มาจาก Blog ของ ดร.ขจิต
http://gotoknow.org/blog/yahoo/334252

 

       เพิ่งจะเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ  หลังจากการไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖๓ จังหวัดยโสธร  ได้พบกับพี่ๆ ที่เป็นกัลยาณมิตร เช่น ครูคิม ผอ.พรชัย ดร.ขจิต บ๊อบบี้พร้อมทีมงาน ครูมนัสนันท์ ครูแผ่นดิน รวมไปถึงน้องนัท และนอกจากนี้ ต้องขอบคุณครูคิม และน้องโต้งอย่างยิ่งที่ได้กรุณาเดินทางไปส่งถึงสนามบินอุบลฯ  เป็นที่น่าเสียดายว่า ตัวเองไม่สามารถอยู่ร่วมกับพี่ๆ น้องๆ ได้นานนัก เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางไปร่วมงานประกันคุณภาพการศึกษา ในกลุ่มของ ทอมก. ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


      อาจารย์ ดร.ขจิต อาจารย์หนุ่มจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อดีตเป็นเด็กวัดเก่า  มาในมาดทหารพรานหนุ่มผู้มาดมั่น ความเป็นนักกิจกรรมของอาจารย์ได้ทำให้ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจ เพราะปกติแล้วตัวเองมักจะชินกับภาพของ ดร. ที่เป็นนักเคร่งตำรา นักคัมภีร์ เคร่งขลึมกับการสอนเด็กในระดับมหาิวิทยาลัย  แต่สำหรับ ดร.ขจิต มีความสุขและสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่รวมสนุกกับเด็กๆ  จนบางทีแยกไม่ออกระหว่างเด็ก กับ ดร.ขจิต เพราะมีความประสมกลมกลืนกัน และเป็นกันเองกับเด็กๆ เป็นอย่างยิ่ง


       ครูคิม นับเป็นพี่สาวคนโตก็ว่าได้ ในกลุ่มของทีมงานที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมด้วยกัน  ลักษณะสุขุมนุ่มลึก  เดิมทีนึกว่า อายุสี่สิบกว่าๆ แต่เมื่อได้พบครูได้บอกว่า ห้าสิบกว่าแล้ว  ดวงตาท่าทางแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านประสบการณ์ ผ่านความสุข และความทุกข์มาหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการผ่านอาชีพและประสบการณ์มามากมาย  แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกทึ่งมากคือ "ครูมีลูกหลายคน"  เด็กเหล่านั้นแม้จะไม่ได้เป็นลูกโดยสายเลือด แต่หลายคนได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมทั้ง "ความรัก และความรู้" โดยเฉพาะการส่งเสีย และสนับสนุนทุนต่างๆ ให้แก่เด็กๆ ที่ปรารถนาใครสักคนหนึ่งเป็นที่พึ่ง  นี่จึงเป็นการทำหน้าที่ยิ่งกว่าความเป็นครูโดยทั่วไปที่เราพบเห็น

      ตามด้วยครูมนัสนันท์ที่เคียงข้างครูคิมมาจากพิษณุโลก  คุณครูเอวบางร่างเล็ก แต่เต็มไปด้วยคุณค่าของความเป็นครูที่มาให้กำลังใจทีมงาน และนั่งยิ้มและหัวเราะเพราะเรียนรู้กับเด็กๆไปด้วยเผลอแป๊บเดียวคุณครูมาพร้อมกับยาแก้ปวดคางถามไปถามมาอาจจะหัวเราะเยอะไปหรือเปล่า


       โยมบ๊อบ และทีมงานได้รังสรรค์รอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แก่คุณครูและเด็กๆ โดยเฉพาะครู "มนัสนันท์" ยิ้มจนแก้มบวมตุ่ยไปพร้อมกับเด็กๆ  ต้องยอมรับว่า ป๊อบและทีมงานทำหน้าที่ได้ดีมาก  นำกิจกรรมมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนโดยทำให้เด็กไม่รู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อยกับการได้รับสิ่งดีมีสาระ


       น้องนัท  เจอตัวจริงแล้วโตกว่าที่คาดเยอะ  ลักษณะน้องนัทเป็นเด็กไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา ดูเงียบๆ สังเกตตอนทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ  แต่สักพักเมื่อได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ที่อยู่ในวัยเดียวกัน น้องนัทดูสนุกมากยิ่งขึ้น  หวังว่า การเดินทางไกลจากพิษณุโลกของน้องนัท จะได้รับสิ่งดีๆ ที่เปี่ยมล้นด้วยมิตรภาพจากเพื่อนๆ ที่ยโสธร


       ดีใจ แทนเด็กๆ ทุกคนที่ได้มีโอกาสพบพี่ๆ พ่อๆ จาก Gotoknow และมีโอกาสได้รับสิ่งดีๆ จากท่านเหล่านี้   ซึ่งโอกาสแบบนี้เด็กน้อยคนนักที่จะได้มีโอกาสสัมผัส และเรียนรู้กิจกรรมที่ดีๆ ที่ผ่านการบูรณาการมาเป็นอย่างดี


       อาจารย์พรชัย ซึ่งเป็นผอ.ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖๓ น่าจะเป็นอีกท่านที่ "จิตเปี่ยมล้นด้วยแรงแห่งปีิติ" เพราะยิ้มไม่หุบกับ "ความเป็นจิตอาสาที่กัลยาณมิตรจาก Gotoknow" นำไปมอบให้ถึงที่ เข้าทำนองโบราณที่่ว่า "น้ำบ่อน้ำคลอง ยังเป็นรองน้ำใจ น้ำเป๊บซี่หรือน้ำสไปร์ส ก็สู้น้ำใจไม่ได้"  เหล่านี้เป็นน้ำใจที่เพื่อนคนหนึ่งได้หยิบยื่นให้กับเพื่อนอีกท่านหนึ่งที่ อยู่แดนไกล ที่ทำงานเพื่อชุมชนและสังคมในจังหวัดยโสธร

       ผู้บริหารโรงเรียน ผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้านและคุณครูทุกท่านให้การต้อนรับกับกิจกรรมในทางที่ดีมาก  ผอ.พรชัยบอกว่า ชาวบ้านได้พลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำอาหารให้เด็กๆ และพี่น้องจาก Gotoknow ได้รับประทานกันอย่างอิ่มหน่ำสำราญ  นี่ืคือการพิสูจน์สัจธรรมที่ว่า "รักท่านท่านจักรักตอบสนอง นบท่าน ท่านจักปองนบไหว้"

       อนุโมทนาขอบคุณ "Gotoknow" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ดร.ประพนธ์ และทีมงานทั้งหมด ที่เปิดพื้นที่แห่งการแบ่งปันความสุขและความทุกข์ระหว่างพี่ๆ น้องๆ ในสังคมไทย โดยให้ท่านเหล่านี้ได้มีโอกาสมาพบปะกัน แลกเปลี่ยนความสุขและความทุกข์ รวมไปถึงการนำประสบการณ์ดีๆ ที่แต่ละท่านมีไปฝากพี่น้องที่อยู่ในมุมต่างๆ ของประเทศไทย 

        สังคมไทยยังคงเป็นสังคม "สยามเมืองยิ้ม" อย่างไ่ม่จางคลาย  เพียงแต่ในขณะนี้เรามองไม่เห็นรอยยิ้มเหล่านี้ชัดเจนมากนัก เพราะเมฆหมอกแห่งความไม่เข้าใจกันระหว่างพี่น้องเราได้พัดผ่านเข้ามาบดบัง  อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่า อีกไม่นาน เมฆหมอกเหล่านี้จะพัดผ่านไปจากประเทศชาติของเรา และจากใจของพี่น้องเรา "ชาวไทยทั้งมวล"


ด้วยธรรมะ พร และเมตตา

พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส,ผศ.ดร.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย