อาณาจักรทวารวดี
ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑ – ๑๖ เป็นยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรทวารวดีซึ่งมีอาณาเขตกว้างขวาง ครอบคลุมบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือบริเวณจังหวัดลำพูน แม้ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าศูนย์กลางของอาณาจักรอยู่ที่ใด แต่ตามข้อสันนิษฐานล่าสุดน่าจะอยู่ที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดนครปฐม เพราะพบหลักฐานทางโบราณคดีเป็นจำนวนมาก เช่น ประติมากรรมรูปธรรมจักร เป็นต้น
คำว่า “ทวารวดี” มีความหมายว่า “เมืองหลายประตู” เนื่องจากอาณาจักรตั้งอยู่บนชัยภูมิอันเปรียบเสมือนประตูสู่อาณาจักรต่างๆ ได้ทั้งทางบกและทางทะเล ทำให้มีพ่อค้าจากต่างถิ่นเดินทางเข้ามาค้าขายเป็นประจำ เห็นได้จากหลักฐานที่พบ เช่น ลูกเต๋างาช้าง หวีงาช้าง ตะเกียงและเหรียญโรมัน ตลอดจนลูกปัดแก้วหลากสี ที่มาจากแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและเปอร์เซีย กระจายอยู่ตามแหล่งโบราณคดีซึ่งสันนิษฐานว่าอยู่ในอาณาเขตของอาณาจักรทวารวดี จึงอาจกล่าวได้ว่าอาณาจักรทวารวดีเป็นดินแดนแห่งความมั่นคง มั่งคั่ง ร่มเย็น และความเจริญทางศิลปวัฒนธรรม
อาณาจักรทวารวดีได้จัดทำเงินตราขึ้นใช้เป็นสื่อกลางในการค้าขายหลายแบบ ทุกแบบมีลวดลายและสัญลักษณ์เกี่ยวกับกษัตริย์ อำนาจรัฐ และความอุดมสมบูรณ์ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ
เหรียญทวารวดีที่สำคัญคือ เหรียญรูปสังข์ใหญ่ รูปสังข์เล็ก รูปกระต่ายบนดอกบัว และรูปแพะ รอบขอบเหรียญมีจุดไข่ปลา อีกด้านหนี่งมีสัญลักษณ์ศรีวัตสะ ขนาบข้างด้วยอังกุศ (ขอช้าง) ด้านบนมีรูปพระอาทิตย์และพระจันทร์ ด้านล่างมีรูปปลา เหรียญรูปสังข์ใหญ่นั้นพบที่จังหวัดนครปฐมและอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เหรียญรูปสังข์เล็กพบที่จังหวัดนครปฐม บริเวณภาคใต้ของประเทศไทยและในประเทศพม่าด้วย เหรียญรูปกระต่ายบนดอกบัวและรูปแพะพบที่จังหวัดนครปฐม
นอกจากนี้ มีการขุดพบเหรียญทวารวดีที่วัดพระประโทน จังหวัดนครปฐม มีลักษณะเป็นเหรียญกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑.๒ – ๑.๕ เซนติเมตร มีลวดลายต่างๆ กัน เช่น รูปปูรณกลศ (หม้อน้ำ) รูปธรรมจักร รูปวัว อีกด้านหนึ่งมีอักษรสันสกฤตโบราณ ซึ่งศาสตราจารย์ยอร์จ เซเดส์ อ่านได้ว่า “ ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ” แปลว่าบุญกุศลของพระราชาแห่งศรีทวารวดี หรือบุญของพระผู้เป็นเจ้าแห่ง (ศรี) ทวารวดี หรือ พระเจ้าศรีทวารวดี ผู้มีบุญอันประเสริฐ บางเหรียญมีจารึกว่า “ ศรีสุจริต วิกรานต” แปลว่าวีรบุรุษผู้สุจริต และใน พ.ศ. ๒๕๔๐ กรมศิลปากรได้ขุดพบเหรียญสมัยทวารวดีอีกจำนวนหนึ่งพร้อมแท่งเงินขนาดต่างๆ บรรจุในภาชนะดินเผาที่ฝังอยู่ใต้โบราณสถานคอกช้างดินในเขตอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
นอกจากเหรียญต่างๆ ที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีเหรียญลักษณะบางๆ ทำด้วยโลหะเงินและทองแดงเป็นลวดลายรูปสังข์และรูปปูรณกลศ รวมทั้งขุดพบหอยเบี้ยจำนวนมากที่จังหวัดนครปฐมและอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งสันนิษฐานว่าใช้เป็นเงินปลีกย่อยในการค้าขาย
การพบเงินตราและหลักฐานทางโบราณคดีหลายแบบในยุคนี้ แสดงให้เห็นความเจริญทางการค้าขายและความรุ่งเรืองของอาณาจักร มีพ่อค้าจากต่างถิ่นเข้ามาค้าขายในอาณาจักรเป็นจำนวนมาก
ต่อมา ขอมได้ขยายอิทธิพลเข้ามาในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยในปัจจุบันจนกระทั่ง พระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ สามารถครอบครองอาณาจักรทวารวดีได้ อาณาจักรแห่งนี้จึงเสื่อมอำนาจลงประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖

(เงินตราสมัยทวารวดี)
ที่มา : เพื่อนนักศึกษาภาควิชาประวัติศาสตร์ ม. รามคำแหง
เรียบเรียง : วาทิน ศานติ์ สันติ