ผมดูหนังแล้วก็ฟุ้งซ่านอย่างนี้แหละ ถ้าประเทศเราอยู่กันด้วยความไม่สงบอยากอวตารไปอยู่ดาวแพนดอร่า อิอิ.

เคยรู้สึกบ้างไหมครับว่าถ้าให้เขียนบทความอะไรสักอย่าง แต่เราไม่มีอารมณ์อยากเขียน มันก็เขียนยากเอาการอยู่นะ บางทีเขียนอยู่ดีๆเขียนได้ทุกวัน พอถึงจุดที่มันจะแป๊กมันก็แป๊กเอาเฉยๆเหมือนกัน  ตัวผมเองก็เช่นกัน เขาให้เขียนบทความเกี่ยวกับโรงเรียนสตรีภูเก็ต มีเวลาให้เกือบเดือนเขียนไม่ออก ไม่รู้จะเขียนอะไร พอถึงวันจะเอาต้นฉบับมันก็ลื่นปรู๊ดปร๊าด แป๊บเดียวเสร็จ แถมคนอ่านยังบอกว่าอ่านแล้วรู้สึก..มองเห็นภาพ

มาตอนนี้ หลังจากงานแต่งงานลูกชาย มันอ่อนเปลี้ยเพลียแรง แถมไข้หวัดอีกต่างหาก งานก็สุมหัว ผู้ตรวจก็จะมาตรวจราชการ ผู้บริหารโรงเรียนไม่อยู่เพราะต้องไปประชุมก็ขอร้องให้ผมไปรับรองแขกในตอนเช้า แถมต้องประชุม อ.ก.ค.ศ.ในตอนบ่าย เท่ากับว่างานในหน้าที่ตัวเองไม่ได้ทำ แฮ่....(ทำเสร็จไปก่อนแล้ว  อิอิ)  นึกจะเขียนบทความก็ไม่ได้เขียน เพราะไม่รู้จะเขียนอะไร จะเอาละครมาเขียนก็เบื่อละคร เมื่อวานลูกสาวชวนไปดูหนังอวตาร เข้าท่าดี....

เป็นหนังที่ทำเอฟเฟกซ์ได้สุดยอด แม้หนังจะค่อนข้างเว่อร์ไปสักนิดกับการทำลายล้าง แต่สิ่งที่ชอบมากที่สุดสำหรับหนังเรื่องนี้ก็คือ การให้มนุษย์กับสัตว์หรือพืชพันธุ์ต้องเชื่อมสัมพันธ์เข้าหากันผ่านผมเปีย พระเอกหรือนางเอกจะขี่ม้า (หรือเรียกอะไรไม่รู้แฮะ...ตัวเหมือนม้าแต่ปากแหลมๆคล้ายตัวกินมด อิอิ...)ก็ต้องเอาผมเปียเชื่อมกับอวัยวะของม้า อิอิ อย่าคิดลึกมันอยู่แถวหัวของม้า จากนั้นมันจะผสานความรู้สึกเข้าด้วยกัน แล้วผู้ขี่ก็จะควบคุมมันได้  ความจริงแล้วมันก็เหมือนกับที่คนเก่าคนแก่เราสอนให้เราใช้ใจผูกสัมพันธ์กับทุกสิ่งนั่นแหละ พอจะจับนกมาขี่ก็เหมือนกันพอจับตัวมันได้ก็ต้องเชื่อมผมเปียเข้าที่อวัยวะของนก แล้วจากนั้นก็ควบคุมมัน แม้แต่ต้นไม้ก็เช่นกันเมื่อเอาผมเปียไปพันก็จะได้ยินเสียงสรรพสิ่ง หนังยังพูดถึงต้นไม้ต้นใหญ่มหึมาที่มีการเชื่อมเข้าหากันของต้นไม้ต่างๆในป่า ทำให้นึกถึงสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว สิ่งหนึ่งมีได้เพราะอาศัยสิ่งหนึ่ง ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมันจึงอยู่ด้วยกันได้

ดูหนังเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงมนุษย์ผู้มี่ได้ชื่อว่ามีใจสูง แต่มนุษย์นี่แหละที่อยากได้ อยากมี อยากเป็น มีแต่กิเลส หนังเรื่องนี้ก็ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์อยากได้แร่อะไรสักอย่างที่อยู่บนดาวแพนดอร่า มีราคาถึงกิโลละ ๒๐ ล้านดอลล่าร์  เมื่ออยากได้แม้จะไปรุกรานผู้อื่น แม้จะต้องฆ่าเขาก็จะทำเพื่อได้ในสิ่งที่ตนต้องการ ใช้เครื่องมืออาวุธหนักทำลายล้าง ทั้งๆที่อีกฝ่ายหนึ่งมีอาวุธธรรมดามีด ธนู ใครดูแล้วรู้สึกอย่างไรผมไม่รู้ แต่ผมรู้สึกเหมือนกับว่า เอ..มันเหมือนอเมริกันบุกอิรักอ้างว่าจะต้องทำลายล้างซัดดัมฮุสเซนซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวอิรัก และอิรักมีอาวุธนิวเคลียร์ แต่เจตนาที่แท้จริงจะเข้าไปครอบครองแหล่งน้ำมันแถมที่ว่ามีนิวเคลียร์ก็มาแถลงอ่อยๆว่าการข่าวผิดพลาด หรือมันเหมือนกับนายทุนเข้าไปไถที่ป่าล้มหายไปแล้วปลูกปาล์มน้ำมันขึ้นมาแทนที่ หรือเข้าไปบุกรุกที่ชายหาดแล้วสร้างโรงแรม แถมชาวบ้านแถวนั้นเคยไปเดินเล่นแถวชายหาดก็เข้าไปเดินเล่นไม่ได้อีกแล้ว ใครจะเดือดร้อนอย่างไรก็ช่างเพราะที่ตรงนี้เป็นของข้าฯ หรือข้าฯไม่มีที่อยู่ ข้าฯจะจ้างลิ่วล้อให้สร้างความปั่นป่วน จะอาวุธหนักอาวุธเบาก็ป่วนมันไว้ก่อน ให้มันอยู่อย่างไม่สงบสุข อย่างไรก็ได้ข้าฯไม่มีความสุขเอ็งก็ไม่ต้องอยู่สุข เอ..นี่มันหนังเรื่องไหน หรือเรื่องนี้เกิดบนดาวแพนดอร่าหรือมันดาวไหนกันแน่..อิอิ

สิ่งที่เห็นในหนังเรื่องนี้ คือความสามัคคี การร่วมกันต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมเพื่อแผ่นดินของตัว โดยไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบ่งสี จะมีกี่ก๊กกี่เหล่าเขาก็มาร่วมกันสู้ แต่เราไปบอกให้ต่างชาติมาร่วมถล่มประเทศชาติตัวเอง เอาอะไรคิดกันหนอ....

ผมสงสัยว่าอเมริกันเขาก็แบ่งข้างกันนะ ระหว่างเดโมแครตกับรีพับบลิกัน ใครชนะก็บริหารประเทศไป ครบวาระว่ากันใหม่ทำไม่ดีก็แพ้ ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันไป แต่ก็ไม่เห็นเขาคิดในทางทำลายประเทศชาติตัวเองนี่นา... หันมาดูของเราฝ่ายหนึ่งแพ้เพราะถูกปฏิวัติ ทำให้รับไม่ได้ เอาละ เลือกตั้งใหม่...ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นรัฐบาล แต่ก็อยู่ไม่ได้ พรรคร่วมรัฐบาลเลือกข้างใหม่ มันไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหน แสดงให้ประชาชนเห็นสิครับว่ารัฐบาลผิดพลาดตรงไหน ทุจริตคอรัปชั่นก็ฟาดกันให้หนักๆ แต่ไม่ใช่ยุให้คนป่วนประเทศ หรือสะใจกับการถล่มผู้ไม่เห็นด้วยด้วยเอ็ม ๗๙

ผมยอมรับความจริงนะว่าบางสิ่งบางอย่างรัฐทำไม่ถูก หรือองค์กรอิสระทำอะไรแปร่งๆ ผมยอมรับว่าบางอย่างเหลืองทำไม่ถูก ผมก็ยอมรับว่าบางครั้งแดงเขาก็ทำถูก แต่ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าบางเรื่องก็ทำไม่ถูก ไม่มีใครทำถูกทุกเรื่อง ผมว่าถ้าเราถอยออกมาก้าวหนึ่งแล้วทำจิตให้นิ่ง แล้วพิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผลมิใช่ด้วยอารมณ์คล้อยตามกันนะ เราจะเข้าใจเรื่องราวได้ดีขึ้น เพียงแต่อยากจะทำอย่างนี้ไหม

ประเทศชาติเราจะล่มจมจากเรื่องเล็กๆที่คนหนึ่งไปแกล้งคนหนึ่ง เขารับไม่ได้เขาสู้กลับมั่งด้วยวิธีการที่ชาญฉลาดจนตัวเองพ่ายมั่ง คราวนี้ก็ลามกันไปออกจากเรื่องส่วนตัวของคนสองคนสามคนกลายเป็นเรื่องของกลุ่มสี จนแทบจะอยู่กันอย่างสงบไม่ได้ เพราะคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดมีเงินไว้ฟาดหัวใครก็ได้นึกไม่ถึงว่าตัวจะพ่ายแพ้ได้ขนาดนี้ ไปดูหนังเรื่องนี้แล้วคิดแบบในหนังเถอะครับว่าประเทศชาติเราจะอยู่รอดได้ก็เพราะความสามัคคีของทุกกลุ่มทุกเหล่า ต้องร่วมมือกันสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจ ร่วมกันสร้างคุณธรรมจริยธรรม ร่วมกันสร้างความเป็นธรรมให้เป็นจริง  

ผมดูหนังแล้วก็ฟุ้งซ่านอย่างนี้แหละ ถ้าประเทศเราอยู่กันด้วยความไม่สงบอยากอวตารไปอยู่ดาวแพนดอร่า อิอิ.